ดาบสองคม? Fidelity ชี้ Bitcoin เสี่ยงจาก Supply ที่ลดลง

Bitcoin (BTC) กำลังถูกจับตามองหลังรายงานล่าสุดจาก Fidelity Digital Assets ระบุว่าจุดแข็งสำคัญของ BTC อย่าง “อุปทานที่จำกัดและลดน้อยลง” (Illiquid Supply) อาจกลายเป็นดาบสองคมในอนาคต การที่นักลงทุนรายใหญ่และบริษัทต่างๆ เข้ามาถือครอง BTC มากขึ้นช่วยหนุนให้เกิดภาวะกระทิงจากความขาดแคลน แต่ในอีกมุมหนึ่งก็เพิ่มความเสี่ยง หากเกิดการเทขายครั้งใหญ่ก็อาจส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งตลาดคริปโต
Fidelity ชี้เทรนด์ Illiquid Supply ของ Bitcoin เข้าสู่ยุคใหม่
Zack Wainwright นักวิเคราะห์จาก Fidelity Digital Assets ได้เผยแพร่รายงานที่ระบุว่าตลาด Bitcoin กำลังเข้าสู่ “ยุคใหม่” ที่ขับเคลื่อนโดยสองปัจจัยหลัก คือ กลุ่มผู้ใช้งานยุคแรก (Early Adopters) ที่ยังคงถือครองเหรียญของตนอย่างเหนียวแน่นมานานหลายปี และคลื่นลูกใหม่ของบริษัทมหาชนที่เข้ามาสะสม BTC อย่างต่อเนื่อง
รายงานชี้ว่า ปัจจุบันเหรียญ BTC ที่ Satoshi Nakamoto ถือครองอยู่กว่า 1.1 ล้าน BTC นั้นมีจำนวนมากกว่าเหรียญที่เหลือให้ขุดแล้วเสียอีก สะท้อนให้เห็นว่ายุคแห่งความอุดมสมบูรณ์ของ BTC ได้ผ่านพ้นไปแล้ว และกำลังถูกแทนที่ด้วยยุคแห่งความขาดแคลนอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันมูลค่าของสินทรัพย์ดิจิทัลนี้
วิเคราะห์ความเสี่ยง: เมื่อวาฬและสถาบันอาจเทขาย BTC ทำกำไร
แม้ภาพรวมของรายงานจะค่อนข้างเป็นบวก แต่มีประเด็นสำคัญที่ถูกซ่อนไว้ นั่นคือความเสี่ยงที่การแข่งขันสะสม BTC ของบริษัทต่างๆ อาจย้อนกลับมาสร้างแรงกดดันด้านราคาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน หากบริษัทเหล่านี้ตัดสินใจเทขายเพื่อทำกำไรมหาศาล
ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2025 ระบุว่า กลุ่มบริษัทเหล่านี้ถือครอง BTC มูลค่ารวมกว่า 6.28 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าจากปีก่อนหน้า Wainwright ตั้งคำถามว่า “ด้วยกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจำนวนมหาศาลนี้ ผู้ถือครองจะเริ่มทำกำไรหรือไม่?”
สัญญาณแรกอาจปรากฏให้เห็นแล้ว เมื่อมีการขาย BTC โบราณ (Ancient Bitcoin) ที่ไม่เคยเคลื่อนไหวกว่า 10 ปี จำนวน 80,000 BTC ในเดือนกรกฎาคม 2025
การเคลื่อนไหวของ BTC จำนวนมากอย่างกะทันหันนั้น มากพอที่จะสร้างความตื่นตระหนกให้กับตลาด ดังเช่นในอดีตที่ Tesla ของ Elon Musk ประกาศขาย BTC ส่วนใหญ่ออกไป ซึ่งส่งผลให้ราคา BTC ร่วงลงอย่างหนักในขณะนั้น
ส่องพอร์ตสถาบัน: MicroStrategy และผู้เล่นหน้าใหม่ที่น่าจับตา
Fidelity ประมาณการว่าภายในสิ้นปีนี้ กลุ่มวาฬที่ถือ Bitcoin มานานกว่า 7 ปี และบริษัทที่ถือครองอย่างน้อย 1,000 BTC จะถือเหรียญรวมกันมากกว่า 6 ล้านเหรียญ หรือคิดเป็น 28% ของอุปทานทั้งหมด ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงมากเมื่อพิจารณาถึงเหรียญที่สูญหายไปแล้วหลายล้านเหรียญ

MicroStrategy ภายใต้การนำของ Michael Saylor เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการสะสม BTC อย่างต่อเนื่องมาตลอด 5 ปี ทำให้มีต้นทุนเฉลี่ยต่อเหรียญที่ค่อนข้างต่ำ อยู่ที่ประมาณ 73,913 ดอลลาร์ ซึ่งหมายความว่าแม้ราคาจะลดลงกว่า 30% จากระดับปัจจุบัน พอร์ตของพวกเขาก็ยังคงมีกำไร
อย่างไรก็ตาม บริษัทอื่นๆ ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดหลังราคา BTC ทะลุ 90,000 หรือ 100,000 ดอลลาร์ ไม่ได้มีข้อได้เปรียบนี้แล้ว ทำให้พวกเขามีความเสี่ยงสูงกว่ามากหากตลาดเข้าสู่ภาวะขาลงอีกครั้ง
ข้อมูลชี้ว่าการถือครอง BTC ของบริษัทต่างๆ พุ่งจากประมาณ 300,000 BTC ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2024 มาเป็นกว่า 830,000 BTC ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ของปี 2025 ซึ่งเป็นการเติบโตที่รวดเร็วมาก

อนาคตราคา BTC: ภาวะขาดแคลน & ความเสี่ยงที่จะถูกเทขาย
Wainwright เชื่อว่าการที่ราคา BTC พุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 124,000 ดอลลาร์นั้น เป็นผลโดยตรงจาก “อุปสงค์ใหม่ที่มาเจอกับอุปทานคงที่และตารางการออกเหรียญที่ลดลง” และยังมีโอกาสเติบโตได้อีกจากการยอมรับในระดับรัฐชาติและกฎระเบียบที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งอาจทำให้อุปทานที่ขาดแคลนยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก
อย่างไรก็ตาม บทสรุปที่สำคัญที่สุดคือคำเตือนที่ว่า “ผู้ซื้อ BTC สามารถกลายเป็นผู้ขายได้ในพริบตา” การกระจุกตัวของอุปทานในมือของผู้เล่นไม่กี่รายจึงเปรียบเสมือนดาบสองคมสำหรับอนาคตของราคา BTC นักลงทุนจึงต้องจับตาสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด เพราะจุดแข็งที่ผลักดันราคาขึ้นมา อาจกลายเป็นปัจจัยที่ฉุดราคาลงได้อย่างรุนแรงเช่นกัน
Best Wallet กระเป๋า Bitcoin ที่ดีที่สุด

BTC ยังคงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องในทุกสภาวะตลาด ท่ามกลางกระแสนี้ Best Wallet ได้รับการกล่าวถึงในฐานะกระเป๋า Bitcoin ที่น่าจับตา ด้วยจุดเด่นด้านการรองรับหลากหลายเครือข่าย (multichain) และความปลอดภัยระดับสูง
Best Wallet เป็นกระเป๋าเงินแบบ non-custodial ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ผู้ใช้สามารถจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลได้หลากหลาย รวมถึง Bitcoin, Ethereum, BNB, Solana และ Base เป็นต้น โดยไม่ต้องผ่านการยืนยันตัวตน (no KYC) ทำให้การตั้งค่ารวดเร็วและผู้ใช้งานยังได้เป็นเจ้าของ private key อย่างสมบูรณ์อีกด้วย
ล่าสุด Best Wallet ได้รับการรับรองจาก WalletConnect แล้ว และฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามา เช่น การรองรับ Solana อย่างเต็มรูปแบบ การสลับเหรียญ BTC โดยตรง (Native BTC Swaps) และระบบคะแนนสะสม Gamified Rewards (BW Points) ช่วยเพิ่มประสบการณ์การใช้งานให้ดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้ Best Wallet ยังเน้นย้ำความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี MPC จาก Fireblocks และระบบ Anti-Scam เพื่อตรวจจับเหรียญต้องสงสัย ซึ่งมาพร้อมกับระบบวิเคราะห์ตลาดแบบเรียลไทม์ ทำให้ Best Wallet เป็นแพลตฟอร์มที่น่าสนใจสำหรับทั้งผู้เริ่มต้นและผู้ใช้งานคริปโตที่มีประสบการณ์
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ทางการของ Best Wallet หรือที่ X และ Telegram
แอพ Best Wallet