เจาะลึกเหรียญ AI: รวมเหรียญยอดนิยมและเหรียญใหม่ที่น่าจับตาในปี 2026

การบรรจบกันระหว่างเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และระบบบล็อกเชนได้ก้าวข้ามขีดจำกัดจากการเป็นเพียงแนวคิดเชิงทฤษฎีสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ในช่วงต้นปี 2026 ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่กลุ่ม เหรียญ AI อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนมุมมองของนักลงทุนจากการเก็งกำไรระยะสั้นไปสู่การให้ความสำคัญกับอรรถประโยชน์เชิงลึก โดยเฉพาะในด้านการประมวลผลแบบกระจายศูนย์และการสร้างระบบตัวแทนอัจฉริยะ หรือ AI agents ที่สามารถดำเนินธุรกรรมทางการเงินได้โดยอิสระบนเครือข่าย
ความน่าสนใจของภาคส่วนเหรียญ AI นี้ไม่ได้เกิดจากกระแสเพียงชั่วคราว แต่เป็นผลจากการขยายตัวของโครงการที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่าง DePIN รวมถึงโปรโตคอลที่มุ่งแก้ไขปัญหาความโปร่งใสของข้อมูลสำหรับโมเดล AI ขนาดใหญ่ เมื่อภาคธุรกิจและองค์กรเริ่มนำบล็อกเชนมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลมากขึ้น ภาพของอุตสาหกรรมที่เน้นการใช้งานจริงก็ยิ่งชัดเจนขึ้น แนวโน้มเหล่านี้ทำให้การประเมินโครงการเชิงพื้นฐานกลายเป็นปัจจัยสำคัญ สำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจว่าปัจจุบัน เหรียญคริปโตที่น่าลงทุน 2026 ควรถูกพิจารณาจากเทคโนโลยีและบทบาทในระบบนิเวศ มากกว่าการเคลื่อนไหวของราคาเพียงอย่างเดียว
เหรียญ AI ที่เราคัดเลือกมารีวิวในบทความนี้
- Bittensor (TAO) – เครือข่ายบล็อกเชนแบบกระจายศูนย์ที่ใช้กลไก Proof-of-Intelligence เพื่อสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาและตรวจสอบปัญญาประดิษฐ์
- Render (RENDER) – เครือข่ายแบบ Peer-to-Peer สำหรับการแบ่งปันทรัพยากร GPU เพื่อรองรับงานประมวลผลกราฟิกและการฝึกฝนโมเดล AI
- Virtuals Protocol (VIRTUAL) – โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการสร้างและแปลงเอเจนท์ AI ให้เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลบนเครือข่าย Ethereum และ Base
- Artificial Superintelligence Alliance (FET) – พันธมิตร AI ระดับโลกที่รวมโครงการ Fetch.ai และ SingularityNET เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง
- The Graph (GRT) – โปรโตคอลจัดทำดัชนีข้อมูลแบบกระจายศูนย์ที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถเข้าถึงข้อมูลบนบล็อกเชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- LiquidChain (LIQUID) – โครงการคริปโตเคอร์เรนซีใหม่ในระยะ Presale ที่มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมธุรกรรมดิจิทัลภายในระบบนิเวศเฉพาะตัว
ทำไมเหรียญ AI ถึงกำลังน่าจับตามองในตอนนี้
การเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในช่วงที่ผ่านมาได้กลายเป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนความเชื่อมั่นในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่ม เหรียญ AI ที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเนื่องจากการบรรจบกันของนวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานและการไหลเข้าของเงินทุนระดับสถาบัน ข้อมูลจาก การวิเคราะห์โดย Silicon Valley Bank ระบุว่าสัดส่วนเงินทุนจาก Venture Capital ที่ไหลเข้าสู่บริษัทคริปโตที่มีการบูรณาการ AI เพิ่มขึ้นเป็น 40% ในปี 2025 จากเดิมที่อยู่เพียง 18% ในปีก่อนหน้า การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ของเม็ดเงินลงทุนนี้สะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมกำลังก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาของการเก็งกำไรในเชิงทฤษฎี ไปสู่การสร้างระบบนิเวศที่มีการใช้งานจริงและมีโมเดลธุรกิจที่ชัดเจนมากขึ้น กลุ่มเหรียญที่เกี่ยวข้องกับ AI จึงถูกมองในฐานะ เหรียญ Altcoin ดาวรุ่ง ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของระบบเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะถัดไป
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กระแสนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบันคือการเปลี่ยนผ่านจากโครงการต้นแบบไปสู่โปรแกรมนำร่องที่ใช้งานได้จริงในวงกว้าง โดยเฉพาะในส่วนของ Agent-to-agent commerce และกระเป๋าเงินดิจิทัลอัจฉริยะที่สามารถประมวลผลคำสั่งผ่านภาษาธรรมชาติ (Natural Language) เพื่อดำเนินธุรกรรมบนเครือข่ายบล็อกเชนโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ ปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรประมวลผลในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลกยังส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายศูนย์หรือ DePIN กลายเป็นทางเลือกที่สำคัญสำหรับภาคธุรกิจในการเข้าถึง GPU และทรัพยากรคำนวณสำหรับโมเดล AI ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นการสร้างอุปสงค์ที่จับต้องได้ให้กับเครือข่ายบล็อกเชนที่ให้บริการด้านนี้
ในขณะที่ตลาดก้าวเข้าสู่ช่วง กุมภาพันธ์ 2026 สัญญาณการยอมรับจากสถาบันการเงินดั้งเดิมและที่ปรึกษาทางการเงินเริ่มมีความชัดเจนขึ้น โดยผลสำรวจพบว่ากลุ่มผู้เชี่ยวชาญทางการเงินให้ความสนใจในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับ AI สูงถึง 19% เมื่อเทียบกับกลุ่มสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่น ความสนใจนี้สอดคล้องกับรายงานจาก CoinMarketCap Academy ที่ชี้ให้เห็นถึงจำนวนโครงการที่เกี่ยวข้องกับ Crypto-AI ที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินพุ่งสูงขึ้นเกือบ 300 โครงการ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่โปรโตคอลการพิสูจน์แหล่งที่มาของข้อมูลไปจนถึงตลาดซื้อขายพลังประมวลผลแบบกระจายศูนย์
ความสำคัญของ เหรียญ AI ในรอบวัฏจักรนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของกระแสความนิยมชั่วคราว แต่เป็นการวางรากฐานใหม่ให้กับระบบเศรษฐกิจดิจิทัลที่ซึ่งปัญญาประดิษฐ์สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีบัญชีแจกแจงเพื่อสร้างความโปร่งใส ความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการประมวลผลข้อมูลในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน การที่บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำและสถาบันการเงินเริ่มบูรณาการเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ากับโครงสร้างหลัก จึงเป็นสัญญาณว่านี่คือช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านที่สำคัญของอุตสาหกรรมที่นักวิเคราะห์และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในตลาดต่างต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเนื่องจากผลกระทบเชิงโครงสร้างที่กำลังเกิดขึ้นในวงกว้าง
Bittensor (TAO) – เครือข่ายกระจายศูนย์เพื่อการประมวลผลทางปัญญาประดิษฐ์
Bittensor ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในกลุ่ม เหรียญ AI โดยทำหน้าที่เป็นโปรโตคอลแบบ Open-source ที่เชื่อมโยงทรัพยากรการประมวลผลจากทั่วโลกเข้าด้วยกันผ่านกลไก Proof-of-Intelligence ซึ่งแตกต่างจากการขุดแบบดั้งเดิมที่เน้นพลังงานเพียงอย่างเดียว แต่ระบนี้จะให้รางวัลแก่ผู้ที่ส่งมอบโมเดลการเรียนรู้ของเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูง ล่าสุดโครงการได้บรรลุหมุดหมายสำคัญด้วยการเปิดตัว Dynamic TAO (dTAO) เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2025 ตามรายงานของ Presto Labs ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรผ่านกลไกตลาดบน Subnets ต่างๆ

หัวใจสำคัญของโครงการคือการสร้างตลาดเสรีสำหรับปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่มีศูนย์กลางควบคุม โดยมีโครงสร้างเศรษฐกิจโทเคนคล้ายคลึงกับ Bitcoin ด้วยจำนวนอุปทานสูงสุดที่ 21 ล้านโทเคน ข้อมูลจาก เอกสารอย่างเป็นทางการของ Bittensor ระบุว่าเครือข่ายนี้มุ่งหวังที่จะทลายกำแพงการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ระดับสูง ช่วยให้นักพัฒนาขนาดเล็กสามารถเข้าถึงพลังประมวลผลมหาศาลได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้ให้บริการคลาวด์ยักษ์ใหญ่เพียงไม่กี่ราย
ข้อดีของ Bittensor
- ✅ ใช้กลไก Proof-of-Intelligence ที่เน้นการสร้างมูลค่าจากผลลัพธ์ AI จริง
- ✅ โครงสร้างเศรษฐกิจแบบ Fair Launch ไม่มีโทเคนสำหรับทีมงานหรือ VC
- ✅ จำกัดอุปทานสูงสุดที่ 21 ล้าน TAO ซึ่งช่วยสร้างความขาดแคลนในระยะยาว
- ✅ ระบบ Subnet ที่หลากหลายรองรับการใช้งาน AI หลายรูปแบบในเครือข่ายเดียว
- ✅ การอัปเกรด Dynamic TAO ช่วยให้การจัดสรรรางวัลมีความเป็นธรรมมากขึ้น
- ❌ ความซับซ้อนของระบบการขุดและการตรวจสอบอาจเป็นอุปสรรคต่อผู้ใช้ทั่วไป
- ❌ มีการแข่งขันสูงระหว่างผู้ดำเนินการโหนดซึ่งอาจนำไปสู่การกระจุกตัวของอำนาจ
- ❌ ยังคงต้องพึ่งพาระบบ Validator ในการประเมินคุณภาพของโมเดล AI
Render (RENDER) – โครงสร้างพื้นฐาน GPU แบบกระจายศูนย์เพื่อการประมวลผลยุคใหม่
Render ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อระหว่างผู้ที่มีทรัพยากร GPU ที่ไม่ได้ใช้งานกับนักสร้างสรรค์ผลงานที่ต้องการพลังประมวลผลระดับสูง โดยโครงการนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะ เหรียญ AI ที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนงานด้านกราฟิก 3D และการประมวลผลโมเดลปัญญาประดิษฐ์ผ่านระบบ Peer-to-Peer (P2P) ที่ทรงประสิทธิภาพ

การย้ายโครงข่ายไปยัง Solana ได้ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการทำธุรกรรมให้รวดเร็วและมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำลง ซึ่งสอดคล้องกับกลไก Burn-and-Mint Equilibrium (BME) ที่ออกแบบมาเพื่อรักษาสมดุลของอุปทานเหรียญ ตามข้อมูลจาก บทวิเคราะห์ของ Kraken ระบุว่าระบบนี้ช่วยให้การจ่ายค่าตอบแทนแก่ผู้ให้บริการ GPU และการชำระค่าบริการของผู้ใช้งานมีความแม่นยำผ่านหน่วยวัด OctaneBench (OBH) ทำให้ Render กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่รองรับความต้องการด้านการประมวลผลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมดิจิทัล
ข้อดีของ Render
- ✅ มีกลไก Burn-and-Mint Equilibrium เพื่อควบคุมสมดุลของอุปทานเหรียญ
- ✅ รองรับการประมวลผลสำหรับทั้งงานกราฟิก 3D และ Generative AI
- ✅ โครงสร้างบน Solana ช่วยให้การทำธุรกรรมมีความรวดเร็วและประหยัดต้นทุน
- ✅ มีพันธมิตรที่แข็งแกร่งและรองรับซอฟต์แวร์มาตรฐานอุตสาหกรรมหลายประเภท
- ✅ ระบบวัดประสิทธิภาพ GPU ด้วย OctaneBench ที่มีความโปร่งใสและยุติธรรม
ข้อเสียของ Render
- ❌ ความซับซ้อนในการถือครองเหรียญระหว่างเวอร์ชัน Ethereum และ Solana
- ❌ การพึ่งพานโยบายจากสภา Render Network Foundation ในการกำหนดทิศทาง
- ❌ ต้องเผชิญกับการแข่งขันสูงจากผู้ให้บริการ Cloud Computing ยักษ์ใหญ่
Virtuals Protocol (VIRTUAL) – โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการสร้างรายได้จาก AI Agents
Virtuals Protocol กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นสำคัญในกลุ่ม เหรียญ AI โดยทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการสร้างและเป็นเจ้าของร่วมใน AI Agents แบบกระจายศูนย์บนเครือข่าย Base และ Ethereum โปรโตคอลนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถนำโมเดลปัญญาประดิษฐ์มาแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านกระบวนการ Tokenization ซึ่งช่วยให้ AI สามารถถือครองสินทรัพย์และทำธุรกรรมบนเชนได้ด้วยตนเอง ตามข้อมูลจาก การวิเคราะห์ของ Crypto.com ระบบนี้ใช้เฟรมเวิร์ก GAME เพื่อกำหนดพฤติกรรมของ AI ให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจและการสร้างรายได้

ในแง่ของการพัฒนาล่าสุด โปรโตคอลได้ขยายขอบเขตไปสู่ตลาดหุ่นยนต์ โดยมีการจัดกิจกรรม AMA ร่วมกับ xMaquina เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2026 เพื่อหารือเกี่ยวกับโอกาสในตลาดทุนด้านหุ่นยนต์ นอกจากนี้ยังมีการใช้กลไก veVIRTUAL เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับการกำกับดูแลและการวางเดิมพันเหรียญ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนผ่านโมเดล Buyback-and-burn เพื่อควบคุมปริมาณหมุนเวียนของโทเค็นในระบบ
ข้อดีของ Virtuals Protocol
- ✅ เปิดโอกาสให้เป็นเจ้าของร่วมใน AI Agents ผ่านการถือครองโทเค็น
- ✅ มีกลไกเผาเหรียญทิ้ง (Buyback-and-burn) เพื่อสร้างสภาวะเงินฝืด
- ✅ ใช้มาตรฐาน ERC-6551 เพื่อให้ AI มีกระเป๋าเงินและทำธุรกรรมเองได้
- ✅ ระบบการเปิดตัวแบบ Fair Launch ที่ไม่มีการจัดสรรให้คนในก่อน
- ✅ รองรับการขยายตัวบนเครือข่าย Base ซึ่งมีค่าธรรมเนียมต่ำ
ข้อเสียของ Virtuals Protocol
- ❌ การควบคุมสภาพคล่องยังคงพึ่งพาสิทธิของผู้สร้างเป็นหลัก
- ❌ ความเสี่ยงจากการพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่าย Base
- ❌ การจัดสรรโทเค็นสำหรับระบบนิเวศ 35% อยู่ภายใต้การดูแลของ DAO
Artificial Superintelligence Alliance (FET) – พันธมิตรโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ระดับสูง
การรวมตัวกันของโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ภายใต้ชื่อ Artificial Superintelligence Alliance ถือเป็นก้าวสำคัญในอุตสาหกรรม เหรียญ AI โดยเป็นการผนึกกำลังระหว่าง Fetch.ai, SingularityNET และ CUDOS เพื่อสร้างระบบนิเวศแบบกระจายศูนย์ที่มุ่งเน้นการพัฒนา Artificial General Intelligence (AGI) อย่างยั่งยืน การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ผ่านการควบรวมโทเคน FET ให้กลายเป็นสกุลเงินกลางของพันธมิตรช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงทรัพยากรประมวลผลและการพัฒนาเอเจนท์อัจฉริยะ

ในปัจจุบันโครงการได้มุ่งเน้นการวางรากฐานผ่าน ASI:Chain ซึ่งเป็นบล็อกเชน Layer-1 ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของ AI โดยเฉพาะ ตามข้อมูลจาก เอกสารอย่างเป็นทางการของ ASI ระบบนี้ผสานรวมเทคโนโลยี ASI:Cloud เพื่อจัดการทรัพยากร GPU และการใช้ภาษาโปรแกรม MeTTa สำหรับระบบที่ปรับแต่งตัวเองได้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงความพยายามในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่แอปพลิเคชันเฉพาะทาง แต่ครอบคลุมถึงการประมวลผลคลาวด์และการกำกับดูแลแบบกระจายศูนย์อย่างแท้จริง
ข้อดีของ Artificial Superintelligence Alliance
- ✅ เป็นการรวมทรัพยากรและองค์ความรู้จากสามโปรเจกต์ชั้นนำในอุตสาหกรรม AI
- ✅ มีโครงสร้างพื้นฐาน ASI:Cloud ที่รองรับการประมวลผลผ่าน GPU แบบกระจายศูนย์
- ✅ ระบบนิเวศครอบคลุมทั้งการสร้าง AI Agents และการพัฒนาภาษาโปรแกรมเฉพาะทาง
- ✅ มีโมเดลการกำกับดูแลโดยชุมชน (Governance) ที่ชัดเจนผ่านโทเคน ASI
- ✅ เครือข่าย ASI:Chain ถูกออกแบบมาให้รองรับการขยายตัวของการสื่อสารระหว่าง AI
ข้อเสียของ Artificial Superintelligence Alliance
- ❌ กระบวนการควบรวมโทเคน (Token Merger) มีความซับซ้อนและอาจสร้างความสับสนแก่ผู้ถือครอง
- ❌ ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูงจากทั้งโครงการบล็อกเชนอื่นและบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก
- ❌ ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการบรรลุเป้าหมายทางเทคนิคด้าน AGI ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนสูง
The Graph (GRT) – โครงสร้างพื้นฐานการสืบค้นข้อมูลสำหรับระบบ Web3
The Graph ทำหน้าที่เป็นโปรโตคอลการจัดทำดัชนี (Indexing) แบบกระจายศูนย์ที่สำคัญต่อระบบนิเวศบล็อกเชน โดยทำหน้าที่เสมือนเครื่องมือค้นหาที่ช่วยให้เหล่านักพัฒนาสามารถเข้าถึงและดึงข้อมูลจากเครือข่ายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในปัจจุบันบทบาทของ The Graph เริ่มมีความเชื่อมโยงกับกลุ่ม เหรียญ AI มากขึ้น เนื่องจากความต้องการข้อมูลบนเครือข่าย (On-chain Data) ที่มีความแม่นยำและรวดเร็วเพื่อใช้ในการฝึกฝนโมเดลและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกนั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ตามข้อมูลจาก เอกสารอย่างเป็นทางการของ The Graph โปรโตคอลนี้ได้รองรับเครือข่ายที่หลากหลาย เช่น Ethereum, Solana และ Arbitrum ผ่านเทคโนโลยี Substreams และ Token API เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ โดยตัวเหรียญ GRT ทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการประสานงานระหว่างผู้ให้บริการข้อมูลและผู้ใช้งาน เพื่อรักษาความถูกต้องและความปลอดภัยของข้อมูลภายในเครือข่ายผ่านระบบแรงจูงใจทางเศรษฐศาสตร์ที่มีความซับซ้อน
ข้อดีของ The Graph
- ✅ เป็นผู้นำในด้านการจัดทำดัชนีข้อมูลแบบกระจายศูนย์ที่มีเครือข่ายผู้ใช้งานกว้างขวาง
- ✅ รองรับบล็อกเชนที่หลากหลายช่วยให้เข้าถึงข้อมูลข้ามเครือข่ายได้ง่าย
- ✅ มีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งรองรับการพัฒนาแอปพลิเคชัน DeFi และ Web3
- ✅ ระบบนิเวศมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยจำนวนนักพัฒนากว่าหลายหมื่นราย
- ✅ การใช้ภาษา GraphQL ช่วยให้การดึงข้อมูลมีความยืดหยุ่นและแม่นยำสูง
ข้อเสียของ The Graph
- ❌ รูปแบบโทเคนมีอัตราเงินเฟ้อจากการออกรางวัลให้ผู้เข้าร่วมเครือข่ายรายปี
- ❌ ความซับซ้อนในการใช้งานสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการเป็น Indexer
- ❌ ต้องเผชิญกับการแข่งขันจากผู้ให้บริการข้อมูลแบบรวมศูนย์ที่อาจมีความเร็วสูงกว่า
LiquidChain (LIQUID) – โครงสร้างพื้นฐาน Layer-3 เพื่อการรวบรวมสภาพคล่องข้ามเชน
LiquidChain (LIQUID) โครงการคริปโตพรีเซลหน้าใหม่ที่จะก้าวเข้ามาเป็นผู้เล่นสำคัญในการแก้ปัญหาความกระจัดกระจายของสภาพคล่องในอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซี โดยการสร้างเครือข่าย Layer-3 ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงระบบนิเวศของ Bitcoin, Ethereum และ Solana เข้าด้วยกันภายใต้สภาพแวดล้อมการประมวลผลเดียว แม้ว่าโครงการนี้จะมุ่งเน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้าน DeFi เป็นหลัก แต่เทคโนโลยีดังกล่าวมีความเชื่อมโยงอย่างมีนัยสำคัญกับกลุ่ม เหรียญ AI เนื่องจากระบบสภาพคล่องที่รวมเป็นหนึ่งเดียวนี้สามารถรองรับการทำงานของตัวแทนอัจฉริยะ (AI Agents) และกลยุทธ์การเทรดอัตโนมัติที่ต้องการประสิทธิภาพในการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ข้ามเชนอย่างไร้รอยต่อโดยไม่ต้องพึ่งพาการ Bridge แบบดั้งเดิม

ปัจจุบัน โครงการใหม่นี้ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องในช่วงการระดมทุน โดยมียอดระดมทุนในช่วง Presale สะสมแล้วกว่า $404.96K ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนท่ามกลางสภาวะตลาดที่ยังมีความผันผวน การพัฒนาล่าสุดมุ่งเน้นไปที่การขยายฐานผู้ใช้งานผ่านระบบ Staking ที่ให้ผลตอบแทนสูงในช่วงเริ่มต้น เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับเครือข่ายก่อนการเปิดตัว Mainnet ตามแผนงานที่วางไว้ โครงสร้างพื้นฐานของ LiquidChain ถูกออกแบบมาเพื่อลดความซับซ้อนในการทำธุรกรรมข้ามเครือข่าย ซึ่งถือเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ เหรียญ AI และแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลสามารถเข้าถึงสภาพคล่องในแต่ละเชนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ข้อดีของ LiquidChain
- ✅ มียอดระดมทุนในช่วง Presale สูงถึง $404.96K ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสนใจจากนักลงทุนอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางความระมัดระวังของตลาด
- ✅ การสร้างเครือข่าย Layer-3 ที่รวมสภาพคล่องของ BTC, ETH และ SOL ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบ DeFi
- ✅ มีระบบการ Staking ทันทีพร้อมอัตราผลตอบแทน (APY) ที่สูงเพื่อสร้างความเติบโตและความปลอดภัยให้กับเครือข่าย
- ✅ แผนการดำเนินงานมีความชัดเจน โดยมีเป้าหมายการเปิดตัว Mainnet ในช่วงไตรมาสที่ 1-2 ของปี 2026
- ✅ โครงสร้างราคาแบบขั้นบันไดช่วยสร้างแรงจูงใจและมอบสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ที่เข้าร่วมโครงการในช่วงแรก
ข้อเสียของ LiquidChain
- ❌ การไม่เปิดเผยตัวตนของทีมพัฒนาอาจสร้างความกังวลในการตรวจสอบข้อมูล (Due Diligence) สำหรับนักลงทุนบางกลุ่ม
- ❌ ความโปร่งใสเกี่ยวกับแหล่งเงินทุนอย่างเป็นทางการในบางรายงานยังมีจำกัด
- ❌ ยังไม่มีการยืนยันการจดทะเบียนซื้อขายในกระดานเทรดหลัก (Major Exchanges) ณ ขณะนี้
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการภาพรวม Liquidchain สามารถศึกษาจาก บทวิเคราะห์ Liquidchain และอย่าลืมดูวิธีซื้อ Liquidchain ทีละขั้นตอน เพื่อเห็นโอกาสและความเสี่ยงอย่างครบถ้วน
ติดตามกิจกรรมพิเศษได้ใน เว็บไซต์ทางการของ Liquidchain และร่วมพูดคุยสดใน X และ ช่อง Telegram
ซื้อโทเคน Liquidchainวิธีซื้อเหรียญ AI ผ่าน Best Wallet (แบบคร่าวๆ)
สำหรับคนที่อยากเริ่มซื้อเหรียญ AI บางส่วนโดยไม่ต้องผ่านเว็บเทรดให้วุ่นวาย Best Wallet ถือเป็นตัวเลือกที่ใช้งานค่อนข้างตรงไปตรงมา เพราะสามารถซื้อเหรียญได้จากในแอปเดียว เหรียญจะถูกโอนเข้า Wallet ของคุณทันที เหมาะทั้งมือใหม่และคนที่ต้องการความรวดเร็ว โดยขั้นตอนหลัก ๆ มีแค่ไม่กี่ข้อเท่านั้น
ขั้นตอนคร่าว ๆ ในการซื้อเหรียญคริปโตผ่าน Best Wallet
1. ดาวน์โหลดแอปและตั้งค่า Wallet
ติดตั้ง Best Wallet จาก App Store หรือ Google Play จากนั้นสร้างวอลเล็ตใหม่ หรือกู้คืนวอลเล็ตเดิม พร้อมตั้งรหัสและระบบความปลอดภัย

2. เข้าเมนู Buy
เปิดแอปแล้วเลือกเมนู “Buy” ค้นหาเหรียญที่ต้องการซื้อ หรือเข้าไปที่หมวด “Upcoming Tokens” เพื่อสำรวจโปรเจกต์คริปโตใหม่ๆ ที่ได้คัดสรรมาแล้วว่ามีประสิทธิภาพสูง

3. เลือกเหรียญและจำนวนเงิน
เมื่อเลือกเหรียญคริปโตที่ต้องการซื้อได้แล้ว กรอกจำนวนเงิน ระบบจะแสดงอัตราแลกเปลี่ยนโทเค็นที่คุณจะได้รับ

4. ยืนยันรายการและรอรับเหรียญ
เมื่อมำตามขั้นตอนต่างๆ ในการชำระเงินสำเร็จ เหรียญจะถูกส่งเข้า Best Wallet ของคุณโดยอัตโนมัติ ใช้เวลาไม่นานก็พร้อมใช้งานได้ทันที
หมายเหตุ: ในกรณีที่เป็นเหรียญจากโปรเจกต์ presale เหรียญจะยังไม่เข้าในทันที แต่จะเข้าหลังจากที่รอบ Presale สิ้นสุดแล้ว อย่างไรก็ตาม คุณยังสามารถซื้อและ Staking เหรียญที่ซื้อไว้เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมในระหว่างช่วงพรีเซลได้อีกด้วย
บทบาทและความสำคัญของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัล
การบรรจบกันระหว่างเทคโนโลยีบล็อกเชนและปัญญาประดิษฐ์ได้สร้างเซกเตอร์ใหม่ที่เรียกว่า เหรียญ AI ซึ่งมีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในฐานะโครงสร้างพื้นฐานยุคถัดไป ข้อมูลจาก รายงานแนวโน้มตลาดของ WazirX ระบุว่าตลาดซื้อขาย AI แบบกระจายศูนย์และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการประมวลผลกำลังกลายเป็นกระแสหลักที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่บริษัทร่วมทุน (Venture Capital) หันมาให้ความสนใจโครงการที่บูรณาการ AI เข้ากับคริปโตเคอร์เรนซีมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาโซลูชันที่สามารถขยายขอบเขตการใช้งานได้กว้างขวางกว่าสินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบเดิม
การใช้งานของ เหรียญ AI ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเก็งกำไร แต่ครอบคลุมไปถึงการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เช่น การสร้างเครือข่าย DePIN (Decentralized Physical Infrastructure Networks) เพื่อแบ่งปันกำลังการประมวลผลของ GPU สำหรับการฝึกฝนโมเดลขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีบทบาทสำคัญในระบบ DeFAI (Decentralized AI Finance) ที่นำ LLMs มาใช้ในการวิเคราะห์และดำเนินธุรกรรมตามความประสงค์ของผู้ใช้ (Intent-based transactions) รวมถึงการใช้บล็อกเชนเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล (Data Provenance) เพื่อป้องกันปัญหา Deepfake และการปลอมแปลงข้อมูลในยุคที่เนื้อหาจาก AI แพร่หลาย
ในช่วงที่ตลาดเริ่มให้ความสำคัญกับการใช้งานจริงมากขึ้น คำถามของนักลงทุนจำนวนไม่น้อยไม่ใช่เพียงว่าเหรียญใด “น่าสนใจ” แต่คือโครงการใดกำลังมีบทบาทอยู่ในระบบนิเวศ ณ เวลานี้จริง ๆ มุมมองเช่นนี้ทำให้การพิจารณา เหรียญคริปโตที่น่าลงทุนวันนี้ ต้องมองลึกไปกว่าความผันผวนระยะสั้นของราคา และหันมาให้ความสำคัญกับความสามารถในการนำเทคโนโลยีไปใช้งานได้จริง รวมถึงตำแหน่งของโครงการนั้นในภาพรวมของอุตสาหกรรมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมแนวคิดเรื่อง “Utility” จึงกลายเป็นปัจจัยหลักในการประเมินมูลค่าของเหรียญ AI ในปัจจุบัน
ความแตกต่างที่สำคัญของสินทรัพย์ในกลุ่มนี้คือการสร้าง “Utility” ที่จับต้องได้ผ่านทรัพยากรทางเทคโนโลยี โดยระบบ AI บนบล็อกเชนช่วยลดการพึ่งพาผู้ให้บริการคลาวด์แบบรวมศูนย์ ทำให้ต้นทุนการเข้าถึงนวัตกรรมต่ำลง ตามการวิเคราะห์ของ a16z crypto เกี่ยวกับจุดตัดของ AI และคริปโต ระบบตัวแทนอัจฉริยะ (AI Agents) สามารถดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจบนเชนได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เกิดรูปแบบธุรกิจใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในระบบการเงินดั้งเดิมหรือแม้แต่ในโปรโตคอล DeFi ยุคแรก
แม้จะมีศักยภาพสูง แต่การลงทุนในกลุ่มนี้ยังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ประการแรกคือความซับซ้อนทางเทคโนโลยีที่อาจทำให้การประเมินมูลค่าที่แท้จริงทำได้ยาก ประการต่อมาคือประเด็นด้านกฎระเบียบที่ยังมีความไม่แน่นอน ทั้งในส่วนของลิขสิทธิ์ข้อมูลที่นำมาฝึกฝน AI และมาตรฐานการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล นอกจากนี้ ตลาดยังมีความผันผวนสูงจากการพึ่งพากระแสความนิยมในเทคโนโลยี AI ระดับโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาโทเค็นได้หากการพัฒนาในภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีหลักเกิดการชะลอตัว
สรุปเกี่ยวกับเหรียญ AI
การขยายตัวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในระดับโลกได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ เหรียญ AI ก้าวขึ้นมาเป็นกลุ่มสินทรัพย์ที่มีบทบาทโดดเด่นในอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีอย่างต่อเนื่อง การบรรจบกันระหว่างความสามารถในการประมวลผลของ AI และความโปร่งใสของระบบบล็อกเชนได้สร้างโครงสร้างพื้นฐานรูปแบบใหม่ ตั้งแต่การกระจายอำนาจของหน่วยประมวลผลกราฟิกไปจนถึงการสร้างโปรโตคอลสำหรับเอเจนท์อัจฉริยะที่สามารถทำธุรกรรมระหว่างกันได้โดยอิสระ แนวโน้มเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าสินทรัพย์ดิจิทัลในกลุ่มนี้ไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่เป็นการวางรากฐานสำหรับระบบเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในอนาคต
เหรียญทั้ง 5 โครงการที่ได้นำเสนอไป อันประกอบด้วย Bittensor, Render, Virtuals Protocol, Artificial Superintelligence Alliance และ The Graph แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของแนวทางในการแก้ปัญหาและการสร้างมูลค่าในระบบนิเวศที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน การจัดเก็บข้อมูล ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ในระดับแอปพลิเคชันและสื่อบันเทิง การคัดเลือกโครงการเหล่านี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีและการนำไปใช้งานจริงในสภาวะตลาดปัจจุบัน ซึ่งแต่ละโปรโตคอลต่างมีกลไกเฉพาะตัวในการตอบสนองต่อความต้องการทรัพยากรด้านคำนวณและการจัดการข้อมูลมหาศาล
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของกลุ่ม เหรียญ AI ยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาและมีความซับซ้อนในเชิงเทคนิคค่อนข้างสูง นักลงทุนและผู้ที่สนใจจึงควรให้ความสำคัญกับการศึกษาข้อมูลเชิงลึกอย่างรอบด้าน ทั้งในส่วนของเศรษฐศาสตร์โทเคน (Tokenomics) แผนการพัฒนาโครงการ และความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI ในภาพรวม เพื่อให้เข้าใจถึงความเสี่ยงและโอกาสที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรมที่มีความรวดเร็ว การวิเคราะห์ด้วยวิจารณญาณและการติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำความเข้าใจพลวัตของสินทรัพย์ประเภทนี้อย่างยั่งยืน
Frequently Asked Questions

Pattada Lertwattana
Somchai Wang
Anuchit Laemsing