หุ้นวิ่งแซง Bitcoin แต่ทำไมวาฬยังเดินหน้าซื้อ BTC ไม่หยุด?

Bitcoin (BTC) ยังไม่สามารถทำผลงานได้ดีเท่าตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่เบื้องหลังความเงียบงันนี้กลับมีสิ่งที่น่าสนใจเกิดขึ้น เมื่อข้อมูลชี้ว่า BTC จำนวนมากกำลังถูกถอนออกจาก Exchange ซึ่งเป็นสัญญาณของการถือครองระยะยาว ขณะที่นักลงทุนรายย่อยเริ่มถอยห่าง แต่นักลงทุนรายใหญ่หรือ ‘วาฬ’ กลับกำลังเข้าซื้ออย่างต่อเนื่อง สถานการณ์นี้อาจบ่งชี้ว่าตลาดไม่ได้มีความไม่แน่นอนอย่างที่เห็น
วิเคราะห์สถานการณ์ BTC ไหลออกจาก Exchange สู่ภาวะ Supply Squeeze?
ข้อมูลล่าสุดเผยให้เห็นว่าปริมาณ BTC สำรองบน Exchange มีการเปลี่ยนแปลงเป็นค่าลบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหมายความว่ามี BTC ถูกถอนออกไปมากกว่าที่ถูกฝากเข้ามา และแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไปแม้ว่าราคาจะยังไม่แสดงการเคลื่อนไหวที่แข็งแกร่งนัก

การที่เหรียญไหลออกจาก Exchange สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนเลือกที่จะเก็บ BTC ไว้ในกระเป๋าเงินส่วนตัว (Self-custody) แทนที่จะเตรียมพร้อมสำหรับการเทรดในระยะสั้น
แม้ว่าการไหลออกเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถรับประกันการพุ่งขึ้นของราคาได้ แต่เมื่อเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มันจะส่งผลให้ปริมาณเหรียญที่พร้อมขายในตลาด (Liquid Supply) ลดลง และเป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึงความเชื่อมั่นในมูลค่าระยะยาว
เปิดพฤติกรรม “วาฬ” สวนทาง “รายย่อย”
ในขณะที่ BTC กำลังถูกย้ายออกจาก Exchange รูปแบบการถือครองก็กำลังเปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน ข้อมูลจาก Santiment แสดงให้เห็นว่าจำนวน Wallet ที่ถือครอง BTC อย่างน้อย 1 BTC ได้ลดลง 2.2% จากจุดสูงสุดในเดือนมีนาคม ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสัญญาณของความเชื่อมั่นที่อ่อนแอลงจากนักลงทุนรายย่อย
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น นักลงทุนรายใหญ่หรือ ‘วาฬ’ กลับเข้าซื้อและสะสมเพิ่มขึ้นมากกว่า 136,000 BTC
การที่รายย่อยถอนตัวออกไปแต่ผู้เล่นรายใหญ่กลับเพิ่มการลงทุน แม้จะยังไม่ส่งผลต่อราคาในทันที แต่มักเป็นตัวบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นในระยะยาวที่แข็งแกร่งอีกตัวนั่นเอง
Bitcoin ตามหลังตลาดหุ้น: วิกฤตหรือโอกาสในปี 2026?
ปัจจุบัน BTC ยังคงติดอยู่ในกรอบราคาแคบๆ ซึ่งการทำผลงานที่ต่ำกว่าเกณฑ์นี้จะเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับตลาดหุ้น จากข้อมูลของ David Schassler ซึ่งเป็น Head of Multi Asset Solutions จาก VanEck ระบุว่าในปีนี้ BTC ทำผลงานตามหลังดัชนี Nasdaq 100 อยู่เกือบ 50%
อย่างไรก็ตาม Schassler มองว่า “ความอ่อนแอในปัจจุบันสะท้อนถึงความต้องการเสี่ยงที่ลดลงและแรงกดดันด้านสภาพคล่องเพียงชั่วคราว ไม่ใช่การล่มสลายของปัจจัยพื้นฐาน” ซึ่งหมายความว่าหากสภาพคล่องในตลาดกลับมาดีขึ้น BTC อาจมีศักยภาพที่จะตอบสนองและทำผลงานได้ดีกว่าตลาดหุ้นในปี 2026 ก็เป็นได้
จับตา Bitcoin Hyper: เหรียญ L2 ที่อาจพลิกเกม BTC ปี 2026 นี้!

แม้ภาพระยะยาวของ BTC จะยังถูกมองว่าแข็งแกร่ง แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือโปรเจกต์ใหม่ ๆ ที่เข้ามาช่วยต่อยอดระบบนิเวศให้ไปได้ไกลกว่าเดิม หนึ่งในนั้นคือ Bitcoin Hyper (HYPER) โปรเจกต์ Layer-2 ที่สามารถระดมทุนได้ราว $30 ล้านแล้ว และถูกยกขึ้นมาเป็นหนึ่งในเหรียญต้นน้ำที่ถูกจับตามากที่สุดช่วงนี้
จุดเด่นของโปรเจกต์นี้คือ การนำ Solana Virtual Machine (SVM) มาใช้เพื่อแก้ข้อจำกัดดั้งเดิมของ Bitcoin ทั้งเรื่องความเร็วและค่าธรรมเนียม ส่งผลให้เครือข่ายสามารถรองรับ DeFi, dApps และ NFT ได้จริง ด้วยความเร็วระดับหลายหมื่น TPS และค่าธรรมเนียมเฉลี่ยต่ำกว่า $0.001 ทำให้การใช้งานบนเครือข่ายเปิดกว้างและเข้าถึงง่ายกว่าที่เคยเป็นมา
ในมุมของนักลงทุน โปรเจกต์ยังเสนอ Staking APY สูงสุดถึง 39% สำหรับผู้เข้าร่วมช่วงแรก ซึ่งช่วยดึงดูดนักลงทุนสายถือยาว และมีส่วนช่วยเสริมเสถียรภาพให้กับระบบนิเวศโดยรวม หลายคนจึงมองว่า HYPER อาจเป็นหนึ่งในโอกาสที่น่าสนใจในจังหวะที่ตลาด Altcoin มีโอกาสกลับมาคึกคักอีกครั้งในปี 2026 ที่จะถึงนี้
หากต้องการข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม สามารถอ่านบทวิเคราะห์ราคา HYPER และศึกษาวิธีซื้อโทเค็นแบบทีละขั้นตอน เพื่อประกอบการตัดสินใจด้วยตัวเอง และติดตามอัปเดตล่าสุดผ่าน X และ Telegram เพื่อไม่พลาดความเคลื่อนไหวสำคัญของโปรเจกต์
ยอดระดมทุนล่าสุด
ราคาจะถูกปรับขึ้นอีกครั้งภายใน: