10 อันดับ เหรียญคริปโตที่น่าลงทุนระยะยาว กุมภาพันธ์ 2026
ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังส่งสัญญาณเปลี่ยนทิศทาง จากยุคที่ขับเคลื่อนด้วยการเก็งกำไร ไปสู่การให้ความสำคัญกับการใช้งานจริงในระดับอุตสาหกรรมมากขึ้น ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่าตลาดคริปโตกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงที่โครงสร้างพื้นฐานมีบทบาทมากกว่ากระแสระยะสั้น
การคัดเลือก เหรียญคริปโตที่น่าลงทุนระยะยาว จึงไม่ใช่แค่การดูราคาขึ้นลงในระยะสั้น แต่เริ่มพิจารณาถึงความแข็งแรงของเครือข่าย และระดับการยอมรับจากสถาบันการเงินระดับโลก ซึ่งกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญของความน่าเชื่อถือในระยะยาว
จากผลการวิจัยล่าสุด รายชื่อเหรียญคริปโตที่ถูกจัดให้น่าจับตาในปี 2026 สำหรับเดือน กุมภาพันธ์ 2026 ได้แก่ Bitcoin, Ethereum, XRP, Solana, Pepe, Cardano, Dogecoin, BNB, Bitcoin Hyper และ อื่นๆ โดย Bitcoin ยังคงถูกมองว่าโดดเด่น จากแรงหนุนของเงินทุนผ่าน ETF และบทบาทในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ
ขณะเดียวกัน บรรยากาศในตลาดถูกจับตาจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความเป็นไปได้ด้านนโยบาย หาก Donald Trump กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งอาจนำไปสู่ท่าทีด้านกฎระเบียบที่เป็นมิตรกับคริปโตมากขึ้น และส่งผลต่อทิศทางการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคต
| เหรียญคริปโต ราคาเปลี่ยน 24H | ราคาเทียบกับปีที่แล้ว | ราคาล่าสุด | ระดับความเสี่ยง | ประเภทการลงทุน |
|---|---|---|---|---|
| -21.35% | $77,505.61 | ต่ำ-ปานกลาง | ระยะยาว | |
| -23.32% | $2,341.09 | ปานกลาง | ระยะยาว | |
| -43.04% | $1.61 | ปานกลาง | ระยะกลาง | |
| -51.09% | $102.15 | สูง | ระยะยาว | |
PEPE +2.70% |
-65.03% | $0.0000042 | สูง | เก็งกำไรระยะกลาง |
| -67.09% | $0.28 | ปานกลาง – สูง | ระยะยาว | |
| -65.16% | $0.10 | สูง | เก็งกำไรระยะสั้น | |
| +17.41% | $760.92 | ปานกลาง | ระยะยาว | |
HYPER +18.91% |
ยังไม่มีข้อมูล | $0.01367500 | สูง | เก็งกำไรระยะสั้น |
MAXI +12.06% |
ยังไม่มีข้อมูล | $0.00028015 | สูง | เก็งกำไรระยะสั้น |
ข้อมูลทั้งหมดในตารางด้านบนได้รับการอัปเดตทุกวันเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลมีความถูกต้องและเป็นปัจจุบันมากที่สุด
เหรียญคริปโตที่น่าลงทุนระยะยาว – วิเคราะห์อย่างละเอียด
ต่อไปนี้เราจะพาไป “ลงลึก” ว่าเหรียญไหนถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม เหรียญคริปโตที่น่าลงทุนระยะยาว ในตอนนี้ โดยเริ่มจากกลุ่มที่มีมูลค่าตลาดสูง ซึ่งมักถูกมองว่ามีความเสี่ยงด้านความผันผวนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับโปรเจกต์เล็ก และมีโอกาสเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไปตามการใช้งานจริง
1. Bitcoin (BTC) — สกุลเงินดิจิทัลดั้งเดิมที่เรียกว่า “ทองคำดิจิทัล”
ข้อมูล ณ วันที่ 14 มกราคม 2026 แสดงให้เห็นว่าสภาวะตลาดในช่วงที่ผ่านมาส่งผลให้ราคา Bitcoin ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.18% ในรอบ 7 วัน ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงในรอบ 90 วันยังคงอยู่ที่ 0.00% ตามการรายงานของ CoinGecko ซึ่งสะท้อนถึงช่วงเวลาของการสะสมพลังและการรักษาระดับฐานราคาที่สำคัญ ท่ามกลางบทบาทการเป็นเหรียญคริปโตที่น่าลงทุนวันนี้ในสายตานักลงทุนสถาบัน

ข้อดีและข้อเสียของการลงทุนใน Bitcoin
ข้อดี:
- เป็นสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูงสุดด้วยกลไก Proof-of-Work
- ปริมาณอุปทานจำกัดที่ 21 ล้านเหรียญ ป้องกันเงินเฟ้อได้ดี
- ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากสถาบันการเงินระดับโลก
- มีสภาพคล่องสูงที่สุดในบรรดาสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมด
- เป็นรากฐานสำคัญของระบบนิเวศการเงินแบบกระจายศูนย์
ข้อด้อย:
- การบริโภคพลังงานในกระบวนการขุดยังคงอยู่ในระดับสูง
- ความเร็วในการทำธุรกรรมบนเครือข่ายหลักค่อนข้างจำกัด
- ความผันผวนของราคายังคงมีผลกระทบต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน
2. Ethereum (ETH) — บล็อกเชนแรกสำหรับสัญญาอัจฉริยะและการพัฒนา DApp
Ethereum ยังคงรักษาบทบาทในฐานะโครงสร้างพื้นฐานหลักของอุตสาหกรรม โดยข้อมูลจาก CoinGecko ณ วันที่ 14 มกราคม 2026 พบว่าราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.45% ในรอบ 7 วันที่ผ่านมา ขณะที่การเคลื่อนไหวในรอบ 3 เดือนยังคงทรงตัวอยู่ที่ 0.00% ท่ามกลางสภาวะตลาดที่มุ่งเน้นการขยายตัวของ Layer 2 และการปรับปรุงประสิทธิภาพเครือข่ายเพื่อให้สอดคล้องกับการเป็น เหรียญคริปโตที่น่าลงทุนระยะยาว ในสายตาของสถาบันการเงิน

ข้อดีและข้อเสียของการลงทุนใน Ethereum
ข้อดี:
- เป็นเครือข่าย Smart Contract ที่มีระบบนิเวศและนักพัฒนาหนาแน่นที่สุดในโลก
- มีกลไกการเผาค่าธรรมเนียม (Burn Mechanism) ที่ช่วยควบคุมปริมาณหมุนเวียนของ
- ETH
- รองรับการทำ Tokenization ของสินทรัพย์ทางการเงินและอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก
- เปลี่ยนผ่านสู่ระบบ Proof-of-Stake ที่ประหยัดพลังงานและมีความมั่นคงสูง
- เป็นรากฐานสำคัญของระบบ DeFi และ Stablecoins ที่มีการใช้งานจริงในวงกว้าง
ข้อด้อย:
- ค่าธรรมเนียม Gas บนเครือข่ายหลักยังคงสูงในช่วงที่มีปริมาณธุรกรรมหนาแน่น
- เผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากบล็อกเชน Layer 1 อื่นๆ ที่มีความเร็วสูงกว่า
- ความซับซ้อนของการอัปเกรด Roadmap อาจส่งผลต่อระยะเวลาการขยายสเกลเครือข่าย
3. XRP (XRP) — เครือข่ายสำหรับธุรกรรมข้ามพรมแดนที่รวดเร็วและต้นทุนต่ำ
XRP ยังคงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีบทบาทสำคัญในฐานะตัวกลางสำหรับการแลกเปลี่ยนมูลค่าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มสถาบันการเงินที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพความเร็วและลดต้นทุนการทำธุรกรรม ด้วยคุณสมบัติของ XRP Ledger ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในระดับอุตสาหกรรม ทำให้หลายฝ่ายมองว่าเป็นหนึ่งใน เหรียญคริปโตที่น่าลงทุนระยะยาว สำหรับผู้ที่เชื่อมั่นในระบบการชำระเงินแบบใหม่ ข้อมูลจาก เอกสารอย่างเป็นทางการของ XRPL ระบุว่าเครือข่ายนี้สามารถยืนยันธุรกรรมได้ภายใน 3-5 วินาที ซึ่งเร็วกว่าระบบธนาคารดั้งเดิมอย่างมาก

ข้อดีและข้อเสียของการลงทุนใน XRP
ข้อดี:
- ความเร็วในการทำธุรกรรมสูงเพียง 3-5 วินาทีต่อรายการ
- ค่าธรรมเนียมการโอนต่ำมากเมื่อเทียบกับเครือข่ายอื่น
- รองรับการแลกเปลี่ยนสกุลเงินที่หลากหลายผ่านระบบ DEX ในตัว
- เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากไม่ต้องใช้การขุดแบบ PoW
- มีพันธมิตรเป็นสถาบันการเงินระดับโลกจำนวนมาก
ข้อด้อย:
- เผชิญกับความท้าทายด้านกฎระเบียบในบางประเทศอย่างต่อเนื่อง
- การกระจายอำนาจถูกวิจารณ์ว่ายังไม่เทียบเท่า Bitcoin
- การเติบโตขึ้นอยู่กับความสำเร็จของบริษัท Ripple เป็นหลัก
4. Solana (SOL) — คู่แข่งของ Ethereum ความเร็วสูงและมีค่าธรรมเนียมต่ำ
Solana ยังคงเป็นหนึ่งใน เหรียญคริปโตที่น่าลงทุนระยะยาว ที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องในฐานะเครือข่าย Layer 1 ที่เน้นความเร็วและการประหยัดต้นทุน ข้อมูลจาก CoinGecko ณ วันที่ 14 มกราคม 2026 ระบุว่าราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.58% ในรอบ 7 วันที่ผ่านมา ขณะที่การเคลื่อนไหวในรอบ 90 วันยังคงทรงตัวที่ 0.00% สะท้อนถึงสภาวะตลาดที่กำลังสะสมพลังท่ามกลางการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ

ข้อดีและข้อเสียของการลงทุนใน Solana
ข้อดี:
- ความเร็วในการประมวลผลธุรกรรมสูงและมีค่าธรรมเนียมเฉลี่ยต่ำกว่า 0.01 ดอลลาร์
- กลไก Proof-of-History ช่วยให้การยืนยันบล็อกทำได้รวดเร็วเพียง 400 มิลลิวินาที
- ได้รับการยอมรับจากสถาบันการเงินชั้นนำ เช่น Visa และ Western Union
- ระบบนิเวศ DeFi และ RWA มีการเติบโตของมูลค่าสินทรัพย์อย่างแข็งแกร่ง
- สถาปัตยกรรมแบบ Monolithic ช่วยให้ประสบการณ์ใช้งานราบรื่นโดยไม่ต้องพึ่งพา Layer 2
ข้อด้อย:
- ประวัติปัญหาความเสถียรของเครือข่ายและเหตุการณ์ระบบหยุดชะงักในอดีต
- ความเสี่ยงด้านการกระจายศูนย์จากการกระจุกตัวของการถือครองเหรียญในกลุ่ม Validator
- ความซับซ้อนของซอฟต์แวร์ที่ต้องการการบำรุงรักษาด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง
5. Pepe (PEPE) – เหรียญมีมกบที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง
Pepe ยังคงเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจในฐานะ เหรียญคริปโตที่น่าลงทุนระยะยาว สำหรับกลุ่มผู้ที่ต้องการเก็งกำไรจากกระแสสังคมออนไลน์ โดยข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 14 มกราคม 2026 จาก CoinGecko พบว่าราคาปรับตัวลดลง 5.21% ในรอบ 7 วันที่ผ่านมา ขณะที่ภาพรวมในรอบ 90 วันยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงของราคา (0.00%) ซึ่งสะท้อนถึงช่วงพักตัวของตลาดเหรียญมีมท่ามกลางสภาวะความผันผวนของสินทรัพย์ดิจิทัลในวงกว้าง
ข้อดีและข้อเสียของการลงทุนใน Pepe
ข้อดี:
- มีกลไกการเผาเหรียญทิ้งเพื่อลดอุปทานหมุนเวียนในระยะยาว
- ไม่มีค่าธรรมเนียมภาษีในการทำธุรกรรมซื้อขาย
- รันบนเครือข่าย Ethereum ที่มีความปลอดภัยและสภาพคล่องสูง
- ชุมชนผู้ถือครองมีความเข้มแข็งและมีฐานแฟนคลับทั่วโลก
- จดทะเบียนในกระดานซื้อขายแลกเปลี่ยนชั้นนำเกือบทุกแห่ง
ข้อด้อย:
- ขาดการใช้งานจริง (Utility) ในเชิงเทคโนโลยีหรือระบบนิเวศ
- ราคาขึ้นอยู่กับกระแสในโซเชียลมีเดียและความเชื่อมั่นของชุมชนเป็นหลัก
- มีความผันผวนของราคาสูงมากเมื่อเทียบกับเหรียญกลุ่ม Blue-chip
6. Cardano (ADA) – แพลตฟอร์มบล็อกเชนที่ยั่งยืนและขับเคลื่อนด้วยงานวิจัย
Cardano ยังคงเป็นหนึ่งใน เหรียญคริปโตที่น่าลงทุนระยะยาว สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงของระบบผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ (Peer-reviewed) จากข้อมูลล่าสุดของ CoinGecko เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2026 พบว่าราคา ADA มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น +3.18% ในรอบ 7 วันที่ผ่านมา ขณะที่ภาพรวมในรอบ 90 วันยังคงตัวอยู่ที่ +0.00% ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะตลาดที่กำลังรอคอยความชัดเจนจากการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานในระยะต่อไป

ข้อดีและข้อเสียของการลงทุนใน Cardano
ข้อดี:
- ใช้กลไก Ouroboros PoS ที่ผ่านการวิจัยและตรวจสอบโดยระดับวิชาการ
- โครงสร้างแบบ Two-layer แยกส่วน Settlement และ Computation เพื่อประสิทธิภาพ
- ระบบการกำกับดูแลโดยชุมชน (Governance) ที่มีความกระจายศูนย์สูง
- โมเดล eUTXO ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวในการทำธุรกรรม
- พันธมิตรที่แข็งแกร่งกับหน่วยงานระดับโลก เช่น European Investment Bank
ข้อด้อย:
- ความเร็วในการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ค่อนข้างช้าเมื่อเทียบกับคู่แข่งในกลุ่ม Layer 1
- ปริมาณการใช้งาน DApps และ TVL ในระบบยังตามหลังเครือข่ายขนาดใหญ่อื่นๆ
- การเรียนรู้ภาษาเขียนโปรแกรม Haskell สำหรับนักพัฒนาทำได้ยากกว่าภาษาอื่น
7. Dogecoin (DOGE) – เหรียญมีมดั้งเดิมที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน
Dogecoin ยังคงรักษาบทบาทสำคัญในฐานะสินทรัพย์ดิจิทัลที่เน้นการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 14 มกราคม 2026 จาก CoinGecko ระบุว่าราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.87% ในรอบ 7 วันที่ผ่านมา ขณะที่การเคลื่อนไหวในช่วง 90 วันยังคงทรงตัวที่ 0.00% สะท้อนถึงการพักฐานของราคาหลังจากผ่านช่วงความผันผวนรุนแรง แม้จะเริ่มต้นจากการเป็นเหรียญล้อเลียน แต่ด้วยความเร็วในการทำธุรกรรมและค่าธรรมเนียมที่ต่ำ ทำให้หลายฝ่ายพิจารณาว่านี่คือ เหรียญคริปโตที่น่าลงทุนระยะยาว สำหรับผู้ที่เชื่อมั่นในระบบนิเวศการชำระเงินแบบ Peer-to-Peer

ข้อดีและข้อเสียของการลงทุนใน Dogecoin
ข้อดี:
- มีชุมชนผู้ใช้งานขนาดใหญ่และมีความภักดีต่อแบรนด์สูงที่สุดในกลุ่มเหรียญมีม
- ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมต่ำและมีความรวดเร็วสูงเมื่อเทียบกับ Bitcoin
- ได้รับการยอมรับจากร้านค้าและแพลตฟอร์มชำระเงินระดับโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- ความเป็นอิสระจากศูนย์กลางและการกระจายอำนาจของเครือข่ายที่มีความปลอดภัย
- ศักยภาพในการผสานรวมเข้ากับระบบการชำระเงินบนโซเชียลมีเดียในอนาคต
ข้อด้อย:
- อุปทานเหรียญไม่จำกัดทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อของสินทรัพย์ในระยะยาว
- การเคลื่อนไหวของราคามักขึ้นอยู่กับกระแสโซเชียลและการสนับสนุนจากบุคคลที่มีชื่อเสียง
- กิจกรรมการพัฒนาซอฟต์แวร์และฟีเจอร์ใหม่ๆ มีความล่าช้ากว่าโปรโตคอลสมัยใหม่
8. Binance Coin (BNB) — โครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนระบบนิเวศ Web3 ระดับโลก
BNB ได้วิวัฒนาการจากโทเคนสำหรับลดค่าธรรมเนียมบนกระดานเทรดไปสู่การเป็นรากฐานสำคัญของเครือข่ายบล็อกเชนที่ใช้งานจริงอย่างแพร่หลาย ในปัจจุบัน BNB ทำหน้าที่เป็นเชื้อเพลิงหลักสำหรับ BNB Chain ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือข่ายที่มีกิจกรรมการทำธุรกรรมสูงที่สุดในโลก โดยเฉพาะการขยายตัวเข้าสู่กลุ่ม PayFi และการรวมเข้ากับระบบจัดเก็บข้อมูล Greenfield ทำให้เหรียญนี้ถูกมองว่าเป็น เหรียญคริปโตที่น่าลงทุนระยะยาว สำหรับผู้ที่ต้องการถือครองสินทรัพย์ที่มีอรรถประโยชน์หลากหลาย ตั้งแต่การชำระค่าธรรมเนียม Gas ไปจนถึงการมีส่วนร่วมใน DeFi และการกำกับดูแลโปรโตคอล

ข้อดีและข้อเสียของการลงทุนใน BNB
ข้อดี:
- มีระบบนิเวศ DApp ที่หลากหลายและมีผู้ใช้งานจริงจำนวนมาก
- กลไกการเผาเหรียญอัตโนมัติช่วยลดอุปทานอย่างเป็นระบบ
- ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมต่ำและประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว
- รองรับการใช้งานทั้งในระบบ DeFi, การชำระเงิน และการเล่นเกม
- มีบทบาทสำคัญในการเป็นเครื่องมือส่งเสริมสภาพคล่องบนกระดานเทรด
ข้อด้อย:
- ความกังวลด้านการรวมศูนย์ของโหนดผู้ดูแลระบบ
- ความเสี่ยงจากประเด็นด้านกฎระเบียบที่ส่งผลกระทบต่อพันธมิตรหลัก
- การพึ่งพากิจกรรมบนแพลตฟอร์ม Binance ในสัดส่วนที่สูง
9. Bitcoin Hyper (HYPER) — เหรียญคริปโตบน Layer-2 ของ Bitcoin
Bitcoin Hyper นำเสนอแนวคิดในการปรับปรุงประสิทธิภาพของเครือข่าย Bitcoin ผ่านโซลูชัน Layer-2 ที่ผสมผสานความปลอดภัยระดับสูงของ Bitcoin เข้ากับความเร็วในการประมวลผลของ Solana Virtual Machine (SVM) โดยมีเป้าหมายหลักในการเปลี่ยนสถานะของ Bitcoin จากสินทรัพย์เพื่อการเก็บรักษาความมั่งคั่งเพียงอย่างเดียว ให้กลายเป็นเครือข่ายที่รองรับธุรกรรมในชีวิตประจำวันและการทำ Smart Contracts ได้อย่างเต็มรูปแบบ ปัจจุบันโครงการนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากการระดมทุนในช่วง Presale ที่มียอดสูงถึง $30.44M ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่นี้

ข้อดีและข้อเสียของการลงทุนใน Bitcoin Hyper
ข้อดี:
- สามารถระดมทุนได้มากกว่า $30.44M ในช่วง Presale
- เป็นโซลูชัน Layer-2 ที่เชื่อมต่อความปลอดภัยของ Bitcoin เข้ากับขีดความสามารถด้าน DeFi ความเร็วสูง
- ราคา Presale ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ $0.0135 พร้อมกลไกการปรับราคาขึ้นเป็นระยะ
- มีแผนการเปิดตัวที่ชัดเจนในไตรมาสที่ 1 ปี 2026
ข้อด้อย:
- เป็นโครงการใหม่ที่ยังต้องพิสูจน์ตัวเองในระยะยาว
- ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการยอมรับของตลาด L2 โดยรวม
- เผชิญการแข่งขันจากโซลูชัน Layer-2 อื่นๆ
10. Maxi Doge (MAXI) — การผสมผสานวัฒนธรรมมีมเข้ากับระบบนิเวศชุมชน
Maxi Doge (MAXI) ก้าวเข้าสู่ตลาดในฐานะโครงการเหรียญมีมบนมาตรฐาน ERC-20 ที่เน้นการสร้างปฏิสัมพันธ์ภายในกลุ่มผู้ถือครองอย่างเข้มข้น โดยชูจุดเด่นด้วยธีมการออกกำลังกายที่สื่อถึงความแข็งแกร่งของชุมชน แม้ว่าโดยธรรมชาติของสินทรัพย์ประเภทมีมจะมีความผันผวนสูง แต่โครงการนี้พยายามสร้างความแตกต่างด้วยการวางโครงสร้างโทเค็นโนมิกส์ที่โปร่งใสและการกำหนดแผนงานที่ชัดเจน ซึ่งอาจถูกพิจารณาว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม เหรียญคริปโตที่น่าลงทุนระยะยาว สำหรับผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ที่มีเบต้าสูงในช่วงวัฏจักรตลาดที่มีแรงส่งจากกระแสโซเชียล

ข้อดีและข้อเสียของการลงทุนใน Bitcoin Hyper
ข้อดี:
- ระดมทุนได้ถึง $4.4 million ในช่วงพรีเซล
- ผลตอบแทนการ Staking ที่แข่งขันได้ในระดับ 69-71% APY สำหรับผู้เข้าร่วมพรีเซล
- มีโครงสร้างการจัดสรรโทเค็นที่ละเอียดและโปร่งใส (25% กองทุน Maxi, 40% การตลาด, 15% การพัฒนา, 15% สภาพคล่อง, 5% รางวัลการ Staking) พร้อมแผนงานที่ชัดเจน
- การออกแบบที่เน้นชุมชนเป็นหลัก
- ได้รับการกล่าวถึงโดยอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังอย่าง ClayBro และถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในโอกาสของเหรียญมีมโดยนักวิเคราะห์หลายรายในช่วงรอบตลาดมกราคม 2026
ข้อด้อย:
- ความสำเร็จขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นของตลาดและกระแสการเก็งกำไรเป็นหลัก
- มีความเสี่ยงในการดำเนินงาน ผู้ซื้อควรตรวจสอ
- การตรวจสอบสัญญาอัจฉริยะจากบุคคลที่สาม
คริปโตเคอร์เรนซีคืออะไร?
คริปโตเคอร์เรนซีเป็นประเภทของเงินดิจิทัลหรือเงินเสมือนจริงที่ใช้การเข้ารหัสเพื่อความปลอดภัย ทำให้ยากต่อการปลอมแปลง ซึ่งแตกต่างจากสกุลเงินดั้งเดิม สินทรัพย์ดิจิทัลทำงานโดยไม่มีหน่วยงานกลาง เช่น รัฐบาลหรือธนาคาร ธุรกรรมจะถูกบันทึกในสมุดบัญชีดิจิทัลที่เรียกว่าบล็อกเชน ซึ่งดูแลโดยเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า crypto nodes
Bitcoin เปิดตัวในปี 2009 เป็นสกุลเงินดิจิทัลตัวแรกและเป็นที่รู้จักมากที่สุด ตัวอย่างอื่นๆ ได้แก่ Ethereum และ XRP และเป็นเหรียญคริปโตที่น่าลงทุนระยะยาวที่เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ไม่ค่อยชอบความเสี่ยงมากนักอีกด้วย
สกุลเงินดิจิทัลสามารถใช้สำหรับการซื้อของออนไลน์ การลงทุน และการโอนเงินข้ามพรมแดนโดยไม่ต้องใช้บริการธนาคารแบบดั้งเดิม มูลค่าของสกุลเงินดิจิทัลอาจแตกต่างกันอย่างมากเนื่องจากปัจจัยต่างๆ เช่น ความสนใจของนักลงทุน กฎระเบียบ และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
เกณฑ์จัดอันดับคริปโตที่มีศักยภาพสูงสุดในตอนนี้
ทีมนักวิเคราะห์ของเราใช้เวลากว่า 300 ชั่วโมงในการประเมินเหรียญคริปโตที่น่าลงทุนระยะยาว โดยใช้เกณฑ์หลัก 6 ด้าน ได้แก่
- ประสิทธิภาพของตลาด (25%) – ดูแนวโน้มราคาในช่วง 1 สัปดาห์ถึง 12 เดือน รวมถึงมูลค่าตลาดโดยรวมของแต่ละเหรียญ
- การใช้งานและเทคโนโลยี (20%) – พิจารณาการนำไปใช้จริงและนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ทำให้เหรียญมีจุดเด่น
- ชุมชนและการยอมรับ (15%) – ดูความเคลื่อนไหวของผู้ใช้งานในชุมชนออนไลน์ และอัตราการใช้งานจริงในโลกธุรกิจ
- ทีมพัฒนา (15%) – ตรวจสอบประวัติ ความโปร่งใส และการอัปเดตโครงการอย่างต่อเนื่อง
- ความปลอดภัย (15%) – ประเมินความมั่นคงของเครือข่าย รวมถึงการรับมือกับเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยในอดีต
- การกำกับดูแลและแผนอนาคต (10%) – วิเคราะห์การปฏิบัติตามกฎหมาย และโรดแมปที่ชัดเจนของโครงการ
จากข้อมูลทั้งหมด เราจึงสามารถให้คะแนนแบบองค์รวม และจัดอันดับเหรียญที่มีศักยภาพในตลาดคริปโตได้อย่างแม่นยำและเป็นกลาง
วิธีค้นหา เหรียญคริปโตที่น่าลงทุนระยะยาว 2026
ในส่วนนี้ เราจะอธิบายปัจจัยบางอย่างที่นักลงทุนต้องคำนึงถึงเมื่อค้นหาคริปโตที่ดีที่จะซื้อในพอร์ตโฟลิโอของตนในตอนนี้ ซึ่งสามารถจัดอันดับเหรียญคริปโต 2024 ด้วยปัจจัยเหล่าดังต่อไปนี้
1. ประเมินศักยภาพเหรียญคริปโตที่น่าลงทุนระยะยาว
ก่อนอื่นเราควรพิจารณาศักยภาพของสินทรัพย์ในฐานะการถือครองคริปโตระยะยาว ตัวอย่างเช่น Bitcoin น่าจะยังคงเป็น “สินทรัพย์เก็บรักษามูลค่า” ในระยะยาว ในขณะที่ Ethereum ทำหน้าที่เป็นบล็อกเชนที่เป็นสัญญาอัจฉริยะโดยพฤตินัย ซึ่งทำให้มีประโยชน์อย่างยิ่ง
ศักยภาพเหรียญคริปโตที่นมีศักยภาพระยะยาวของทั้ง Bitcoin และ Ethereum ดูแข็งแกร่ง นักวิเคราะห์จาก VanEck ซึ่งเป็นบริษัทจัดการสินทรัพย์ชั้นนำ คาดการณ์ว่า Bitcoin อาจไปถึง 180,000 ดอลลาร์ภายในกลางปี 2026 โดยอ้างถึงความสนใจของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นและไม่มีเงื่อนไขคล้ายฟองสบู่ โดยทั่วไปแล้ว Bitcoin ที่แข็งแกร่งจะส่งสัญญาณถึงความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมคริปโตโดยรวม เนื่องจากการลงทุนไหลเข้าสู่โทเค็นทางเลือกที่มีความเสี่ยงมากกว่า
ด้วยเหตุนี้ เหรียญคริปโตใหม่ที่ได้รับการยอมรับอื่นๆ จำนวนมากจึงควรมีอนาคตที่สดใสรออยู่ข้างหน้า ตัวอย่างเช่น XRP ได้ร่วมมือกับธนาคารมากกว่า 200 แห่งเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะเป็นสกุลเงินสะพานของโลก
มีตัวอย่างมากมายของแบรนด์หลักที่ลงทุนในเทคโนโลยี Web3 และบล็อกเชน คาดว่าจะกลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตกระแสหลักมากขึ้นภายในสิ้นทศวรรษนี้ ในความเป็นจริง Cathie Wood ซีอีโอของ ARK Invest คาดการณ์ว่าตลาดสกุลเงินดิจิทัลทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่ามากกว่า 3.3 ล้านล้านดอลลาร์ จะมีมูลค่าสูงถึง 25 ล้านล้านดอลลาร์ภายในสิ้นทศวรรษนี้
2. คอยจับตาดูสกุลเงินดิจิทัลใหม่ๆ
การพรีเซลหรือการขายล่วงหน้าของเหรียญคริปโตที่น่าลงทุนระยะยาวจะช่วยให้นักลงทุนกลุ่มแรกสามารถซื้อเหรียญได้ในราคาพิเศษก่อนที่เหรียญเหล่านั้นจะขึ้นรายการในตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลและพร้อมให้ซื้อขายแก่สาธารณชน
นักลงทุนส่วนใหญ่พลาดโอกาสในการซื้อ BTC ในราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์หรือ Ethereum ในราคาต่ำกว่า 1 ดอลลาร์ โชคดีที่มีการพรีเซลของสกุลเงินดิจิทัลที่มีศักยภาพสูงเกิดขึ้นทุกสัปดาห์ ทำให้นักลงทุนมีโอกาสทำกำไรในลักษณะเดียวกันได้ Wall Street Pepe เป็นตัวอย่างที่เพิ่งเปิดตัว ซึ่งปัจจุบันสามารถซื้อได้ในราคาเพียง 0.000212 เท่านั้น
นักลงทุนต้องขยันหมั่นเพียรในการค้นคว้าเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาซื้อเฉพาะโทเค็นที่มีโอกาสเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเท่านั้น การค้นคว้าควรรวมถึงการตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้:
- อ่านเอกสารไวท์เปเปอร์: เอกสารไวท์เปเปอร์คือเอกสารที่สรุปโครงการทั้งหมดและควรให้ผู้อ่านเข้าใจอย่างชัดเจนว่าพวกเขากำลังลงทุนในอะไร เอกสารไวท์เปเปอร์ที่เขียนไม่ดีหรือคลุมเครือควรถือเป็นสัญญาณเตือน
- อ่านแผนงาน: แผนงานคือแผนการพัฒนาโครงการในช่วงไม่กี่เดือนและไม่กี่ปีข้างหน้า เป็นเรื่องง่ายที่สัญญาว่าจะมีมูลค่าตลาด 1 พันล้านดอลลาร์ แต่โครงการที่ดีที่สุดก็จะสรุปแผนการดำเนินการและขั้นตอนที่จะดำเนินการเพื่อไปถึงจุดนั้นด้วยอีกยังสามารถแยกแยะได้ว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นเหรียญคริปโตที่น่าลงทุนระยะยาวได้หรือไม่
- ตรวจสอบสัญญาอัจฉริยะ: น่าเสียดายที่โลกของคริปโตเต็มไปด้วยผู้หลอกลวง โครงการบางโครงการมีจุดประสงค์เพื่อขโมยเงินตั้งแต่เริ่มต้น โครงการชั้นนำจะให้การตรวจสอบเต็มรูปแบบจากบริษัทรักษาความปลอดภัยบล็อกเชนบุคคลที่สามที่มีชื่อเสียง
- ตรวจสอบทีมงาน: ตามที่กล่าวไปข้างต้น เนื่องจากมีผู้หลอกลวงจำนวนมากในวงการนี้ ทีมที่เปิดเผยตัวตนและเปิดเผยต่อสาธารณะจะช่วยให้ผู้ลงทุนตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้น เนื่องจากพวกเขารู้แน่ชัดว่าใครอยู่เบื้องหลังโครงการ ในขณะที่ทีมที่ไม่เปิดเผยตัวตนสามารถตรวจสอบได้จาก เอกสารไวท์เปเปอร์/แผนงาน/การตรวจสอบ ว่าเป็นของจริงของจริงหรือไม่
- ตรวจสอบความรู้สึกที่มีต่อโซเชียลมีเดีย: ความรู้สึกและกระแสความนิยมที่มีต่อโซเชียลมีเดียมีความสำคัญต่อความสำเร็จหรือความล้มเหลวของโครงการ โปรเจ็กต์เหรียญคริปโตที่น่าลงทุนระยะยาว เสี่ยงที่จะล้มเหลวหากไม่สามารถดึงดูดความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้น ในทำนองเดียวกัน ควรระวังโปรเจ็กต์ที่ใช้บอทหรือบัญชีปลอมเพื่อโปรโมตโทเค็นของตน
3. จัดลำดับความสำคัญให้กับโครงการคริปโตที่ใช้ประโยชน์ได้
โครงการเหรียญที่ให้ประโยชน์สูง (โทเค็นยูทิลิตี้) มีแนวโน้มที่จะยั่งยืนกว่าในระยะยาวและแน่นอนว่าพวกเขาคือเหรียญคริปโตที่น่าลงทุนระยะยาวที่มีองค์ประกอบพร้อม เนื่องจากนักลงทุนสามารถใช้โทเค็นภายในระบบนิเวศเพื่อสร้างมูลค่าที่แท้จริงได้ ตัวอย่างเช่น Best Wallet Token ที่อยู่ระหว่างการพรีเซลโดยเชื่อมโยงไปยังกระเป๋าเงินคริปโตที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก
เมื่อค้นหาคริปโต 10 อันดับแรกที่จะลงทุน ควรเน้นไปที่โครงการที่มีกรณีการใช้งานจริง ดังที่เราได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ Ethereum เป็นโครงการยูทิลิตี้คุณภาพสูง เนื่องจากมีโปรโตคอลอื่นๆ อีกหลายร้อยรายการและ altcoin อีกหลายพันรายการที่สร้างขึ้นบนบล็อกเชน ซึ่งหมายความว่า ETH ยังคงมีความต้องการสูงในขณะที่ผู้คนมีส่วนร่วมกับโครงการเหล่านั้น
ในขณะที่เขียนบทความนี้ ETH ถือครองส่วนแบ่งการตลาด 54.2% สำหรับเชน DeFi โดยมูลค่ารวมที่ถูกล็อก (TVL) ซึ่งคือมูลค่าของโครงการอื่นๆ ที่สร้างขึ้นบนบล็อกเชน อยู่ที่ 72.98 พันล้านดอลลาร์
Ethereum มีโปรโตคอลมากกว่า 1,230 โปรโตคอลที่สร้างขึ้น Binance Smart Chain อยู่ในอันดับสองด้วยโปรโตคอล 821 โปรโตคอล Tron ซึ่งเป็นเชนที่ใหญ่เป็นอันดับสองตาม TVL ต่ำกว่า Ethereum ถึง 80.9% โดยมี TVL อยู่ที่ 13.94 พันล้านดอลลาร์และมีโปรโตคอลเพียง 34 โปรโตคอล
4. พิจารณามูลค่าตลาด
นักลงทุนควรเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่ามูลค่าตลาดของสินทรัพย์ดิจิทัลทำงานอย่างไร เนื่องจากจะทำให้นักลงทุนสามารถประเมินได้ว่าศักยภาพในการเพิ่มขึ้นจะเป็นอย่างไร
ตัวอย่างเช่น เมื่อราคาของ Bitcoin เหรียญคริปโตที่น่าลงทุนระยะยาวนี้มีการซื้อขายที่ 16,000 ดอลลาร์ในช่วงปลายปี 2022 ศักยภาพในการเพิ่มขึ้นมีจำกัดเนื่องจากขนาดของ Bitcoin ในแง่ของมูลค่าตลาด เมื่อ Bitcoin ทำจุดสูงสุดใหม่เหนือ 70,000 ดอลลาร์ในปี 2024 การเคลื่อนไหวนี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 350% ในเวลาไม่ถึงสองปี
โปรเจ็กต์ที่มีมูลค่าตลาดขนาดเล็กอย่าง เหรียญมีมใหม่ที่กำลังเป็นกระแส มีพื้นที่สำหรับการเติบโตที่มากขึ้นมาก เนื่องจากไม่ต้องใช้เงินลงทุนมากเพื่อให้ราคาเพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น โทเค็นมีมสองรายการมีกำไรมากกว่า Bitcoin เมื่อไม่นานนี้ ได้แก่ dogwifhat (WIF) และ Dogecoin (DOGE)
แน่นอนว่าเหรียญดิจิทัลที่มีมูลค่าตลาดต่ำมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นซึ่งต้องมีการกำหนดราคาเมื่อลงทุน แม้ว่าโทเค็นที่มีมูลค่าตามราคาตลาดต่ำอาจเติบโตได้สูงกว่ามากในช่วงเวลาสั้นๆ เมื่อเทียบกับสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับการยอมรับ แต่ราคาก็มีแนวโน้มที่จะร่วงลงเช่นกัน
5. ประเมินด้วยการเปรียบเทียมกับเหรียญอื่น ๆ
การดูว่าสินทรัพย์ดิจิทัลแต่ละประเภทมีการแข่งขันกันมากเพียงใดก็ถือเป็นความคิดที่ดี เพราะปัจจุบันมีโทเค็นมากกว่า 25,000 รายการอยู่ในรายการ CoinMarketCap และยังมีอีกมากที่รออยู่ ตัวอย่างเช่น มีสิ่งที่เรียกว่า “Ethereum Killers” มากมาย ซึ่งแต่ละอันอ้างว่ามีทางเลือกที่เร็วกว่า ถูกกว่า และปรับขนาดได้มากกว่า
นักลงทุนจำเป็นต้องตัดสินใจว่าจะลงทุนใน Ethereum หรือคู่แข่งโดยตรงอย่าง Solana ดีกว่ากัน เนื่องจากมีความเร็วที่เร็วกว่าและทำธุรกรรมได้ถูกกว่า แต่ยังไม่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้อย่างเท่าเทียม แต่ก็เป็นเหรียญคริปโตที่น่าลงทุนระยะยาวทั้งคู่
โดยเหตุการณ์ลักษณะนี้ยังเกิดขึ้นกับเหรียญ ‘Doge Killer’ ที่สัญญาว่าจะแซงหน้ามูลค่าตลาดของ Dogecoin ซึ่งเป็นเหรียญมีมที่ใหญ่และได้รับความนิยมมากที่สุด นักลงทุนด้านคริปโตมักจะหมุนเวียนโทเค็นและเทรนด์ต่างๆ โดยโทเค็นที่เลียนแบบและไม่สร้างสรรค์จะปรากฏขึ้นหากโทเค็นใดได้รับการตอบรับจากนักลงทุน
6. ใช้สัญญาณซื้อขายและบอทช่วยเทรด
นักลงทุนบางคนชอบที่จะรวมสัญญาณคริปโตที่ดีที่สุดเข้ากับกลยุทธ์การซื้อขายของพวกเขา ซึ่งช่วยให้พวกเขาสามารถขจัดอารมณ์ออกจากกระบวนการลงทุนเมื่อตัดสินใจว่าจะลงทุนคริปโตตัวใดดีที่สุด
นอกจากนี้ เรายังได้ตรวจสอบบอทการซื้อขายคริปโต AI ที่ดีที่สุดสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการดำเนินการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน การพิจารณาว่าตลาดคริปโตไม่เคยหลับไหล การใช้บอทการซื้อขายคริปโตสามารถช่วยขจัดอารมณ์และทำให้กระบวนการเป็นอัตโนมัติได้
7. ติดตามเทรนด์คริปโต
ไม่ควรมองข้ามเทรนด์ใด ๆ เมื่อตัดสินใจว่าจะซื้อคริปโตตัวใดในวันนี้ การลงทุนในเหรียญหรือธีมที่กำลังเป็นกระแสอาจนำมาซึ่งผลตอบแทนที่มหาศาลหากเลือกลงทุนในช่วงเวลาที่เหมาะสม แต่ก็อาจจะกลายเป็นหายนะได้หากกระแสนั้นหมดความนิยมไปแล้ว
ในช่วงการขาขึ้นของตลาดคริปโตในปี 2021 เกมแบบ “play-to-earn” และเมตาเวิร์สถูกคาดหวังว่าจะกลายเป็นอุตสาหกรรมหลักในทศวรรษ 2020 และจะเปลี่ยนแปลงวิธีการเล่นเกมและการมีปฏิสัมพันธ์ในโลกเสมือน เกมอย่าง Axie Infinity, Sandbox, และ Decentraland ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการที่โทเค็นของพวกมันซื้อขายได้ในราคาสูงสุดตลอดกาล
ในต้นปี 2024 จนถึง 2025 เหรียญมีมและเหรียญ AI มีการเติบโตอย่างมากและบางโครงการอาจกลายเป็นเหรียญคริปโตที่น่าลงทุนระยะยาวที่น่าสนใจอีกด้วย ทั้งนี้แม้การลงทุนในโทเค็นที่กำลังเป็นกระแสอาจให้ผลตอบแทนมหาศาล แต่ผู้ลงทุนควรมีความรอบคอบและถอนเงินออกก่อนที่เทรนด์นั้นจะหมดความนิยม
แนวโน้มสำคัญและการคาดการณ์ของตลาดคริปโต (กุมภาพันธ์ 2026)
ท่ามกลางความผันผวนของตลาดคริปโต ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเริ่มส่งสัญญาณเตือนถึงความเป็นไปได้ของการปรับฐานในลักษณะตลาดหมี อย่างไรก็ตาม อีกหลายฝ่ายยังคงมองเห็นภาพการเติบโตเชิงโครงสร้างที่มีความยั่งยืนมากกว่า ปัจจัยที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณา ได้แก่ แนวโน้มการลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed การไหลเข้าของเงินทุนจากนักลงทุนสถาบันผ่านกองทุน ETF รวมถึงการขยายตัวของการใช้งานจริง เช่น Stablecoin และกระบวนการ Tokenization ที่เริ่มมีบทบาทในระบบการเงินมากขึ้น
แนวโน้มสำคัญ
กระแส Stablecoin Super Cycle และการนำสินทรัพย์ในโลกจริงมาแปลงเป็นโทเคนดิจิทัล หรือ Real World Asset (RWA) ถูกมองว่าจะเข้ามาเปลี่ยนโฉมโครงสร้างทางการเงิน โดย Stablecoin มีแนวโน้มกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานรูปแบบใหม่ของระบบการชำระเงินและสภาพคล่อง
ขณะเดียวกัน กลุ่ม DePIN หรือโครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายศูนย์ รวมถึง SocialFi และการผสานเทคโนโลยี AI บนบล็อกเชน ถูกคาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง และเปิดโอกาสใหม่ให้กับระบบเศรษฐกิจของผู้สร้างคอนเทนต์หรือ Creator Economy
อีกด้านหนึ่ง การใช้งาน Bitcoin ถูกกล่าวถึงมากขึ้นในบทบาทของ “ทองคำดิจิทัล” ไม่ว่าจะเป็นการนำมาใช้เพื่อการชำระเงิน การเป็นหลักประกัน หรือการป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
การคาดการณ์ราคา
ในเชิงการประเมินตลาด มีมุมมองว่าราคา Bitcoin อาจขยับขึ้นสู่ช่วง 150,000–160,000 ดอลลาร์สหรัฐ หากสภาพแวดล้อมทางมหภาคเอื้ออำนวย แม้มุมมองดังกล่าวจะสวนทางกับวัฏจักร 4 ปีแบบดั้งเดิมก็ตาม ขณะที่ Ethereum และ Solana ถูกจับตาว่ามีโอกาสสร้างจุดสูงสุดใหม่จากแรงหนุนของภาค DeFi และความสนใจจากนักลงทุนสถาบัน
อย่างไรก็ดี ความผันผวนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะทิศทางนโยบายของ Fed และกระแสเงินทุนผ่าน ETF ซึ่งบางฝ่ายประเมินว่าอาจไหลเข้าสู่ตลาดเพิ่มเติมในระดับ 50–100 พันล้านดอลลาร์
สรุป: เหรียญคริปโตที่น่าลงทุนระยะยาว
Bitcoin และ Ethereum ยังคงเป็นเหรียญคริปโตที่น่าลงทุนระยะยาว โดย Bitcoin นำเสนอความปลอดภัยที่ไม่มีใครเทียบได้และได้รับการยอมรับในระดับโลก ในขณะที่ Ethereum เป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมสัญญาอัจฉริยะ โดยสกุลเงินทั้งสองได้มีการนำไปใช้อย่างแข็งแกร่งและสถาบันให้ความสนใจ ทำให้เป็นการลงทุนที่มั่นคง ซึ่งคุณสามารถลองพิจารณาเพิ่มเหรียญคริปโตที่น่าลงทุน 2026 เหล่านี้ลงไปในพอร์ตโฟลิโอได้
คำถามที่พบบ่อย

PEPE
HYPER
MAXI
Pattada Lertwattana
Pakphum Kerdprap
Anuchit Laemsing