7 อันดับ เว็บเทรดคริปโตที่ดีที่สุด สำหรับมือใหม่ 2026
การลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล หรือคริปโตเคอร์เรนซีนั้นเป็นสิ่งที่นักลงทุนรุ่นใหม่ต่างกำลังให้ความสนใจและกำลังมองหาโอกาสในการทำเงินหลังจากกระแสของบิทคอยน์ได้สร้างปรากฎการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดหรือการรองรับสกุลเงินนี้ในวงกว้าง ซึ่งทำให้คริปโตทางเลือกอื่น ๆ นั้นเริ่มมีบทบาทและน่าสนใจต่อการลงทุนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับมือใหม่แล้วนั้นการมองหากระดานเทรดที่ปลอดภัยอาจเป็นเรื่องที่ยากและจะต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ไมว่าจะเป็นการเทรดคริปโต ที่ไหนดี หรือเทรดประเภทไหนให้ผลตอบแทนที่ดี หรือโครงการไหนที่น่าสนใจ ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องศึกษาทั้งสิ้น
บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับกระดานและกระเป๋าเงินคริปโตที่มีคุณสมบัติในการเทรดพร้อมกับฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่เอื้อต่อการใช้งานสำหรับนักลงทุน และที่สำคัญมีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือ พร้อมกับข้อมูลสำหรับการเทรดที่คุณต้องรู้ เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับประโยชน์สูงสุด
แนะนำ 7 แพลตฟอร์มเทรดคริปโตที่ดีที่สุดปี 2026
นี่คือแพลตฟอร์มที่เราได้ทำการสำรวจแล้วว่าดีที่สุดในการเทรดคริปโต ที่ไหนดี
Margex – เว็บเทรดที่มีอินเตอร์เฟซใช้งานง่ายและมอบโบนัสสมัครสมาชิกสูงสุดมูลค่า 10,000 ดอลลาร์
MEXC – เว็บเทรดที่มีเลเวอเรจสูงสุด 400 เท่าและให้ผลตอบแทน Staking APY สูงถึง 300%
Crypto.com – เว็บเทรดที่โดดเด่นเรื่องความปลอดภัย เชื่อมการลงทุนเข้ากับการใช้จ่ายจริงผ่าน Visa
BloFin – เว็บเทรดคริปโตเน้นระบบรีวอร์ด ที่มีตัวเลือกฟิวเจอร์สมากกว่า 300 รายการ
Binance – เว็บเทรดที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีสภาพคล่องสูง ระบบความปลอดภัย MFA ที่แข็งแกร่ง
KCEX – เว็บเทรดที่เหมาะสำหรับผู้ใช้มือใหม่ และอินเตอร์เฟซที่เป็นหมวดหมู่สะอาดตา
BingX – แพลตฟอร์มที่โดดเด่นเรื่องฟีเจอร์ Copy Trading สำหรับผู้ที่ไม่มีค่อยมีเวลาเทรดเอง
ตารางเปรียบเทียบแพลตฟอร์มเทรดคริปโตที่ดีที่สุดปี 2026
| แพลตฟอร์ม | ฟีเจอร์เด่น | ค่าธรรมเนียมเทรด | เลเวอเรจสูงสุด | จำเป็นต้อง KYC หรือไม่ ? |
| Margex | เทรด leverage ได้แบบโปร่งใส | ต่ำ (0.019% maker) | 100x | ไม่จำเป็น |
| MEXC | Futures, ETF, Launchpad | ต่ำถึงปานกลาง | 400x | ไม่จำเป็น |
| Crypto.com | บัตร Visa สำหรับซื้อขายคริปโตได้ทั่วโลก | บนเว็บ 0.075% บนแอป 0% |
100x | ไม่จำเป็น |
| BloFin | โบนัสผู้ใช้งานใหม่, Spot+Futures | ต่ำมาก | 150x | จำเป็น |
| Binance | ทุกฟีเจอร์, มีทุกเหรียญ | ต่ำสุด (0.10% หรือต่ำกว่า) | 125x | จำเป็น |
| KCEX | โบนัสแรกเข้า, Spot+Futures | ต่ำ | 100x | ไม่จำเป็น |
| BingX | Copy Trade, Futures | ต่ำ | 150x | จำเป็น |
รีวิวช่องทางเทรดคริปโต แอพไหนดีแบบละเอียด
เรามาเจาะลึกกันแต่ละแพลตฟอร์มกันอย่างละเอียดว่าพวกเขามีข้อดีอะไรบ้าง และมีจุดเด่นอะไรที่นักเทรดมือใหม่ต้องรู้
1. Margex – เว็บเทรดที่มีอินเตอร์เฟซใช้งานง่ายและมอบโบนัสสมัครสมาชิกสูงสุดมูลค่า 10,000 ดอลลาร์
Margex เป็นแพลตฟอร์มเทรดคริปโตที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2019 และมีการรองรับสกุลเงินที่มากกว่า 50 สกุลเงินรวมถึงทำให้เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่น่าสนใจ
แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้ Margex อาจจะต้องพิจารณาอย่างลึกซึ้งก็คือพวกเขาเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้งานได้เฉพาะภาษาต่าประเทศเท่านั้น และยังไม่มีการสนับสนุนภาษาไทย ทำให้นักเทรดชาวไทยอาจจะต้องมีสกิลด้านภาษาร่วมด้วย

สิ่งที่เป็นจุดเด่นของ Margex ได้แก่ค่าธรรมเนียมที่ค่อนข้างต่ำ โดยค่าธรรมเนียมของพวกเขาคือ Taker อยู่ที่ 0.06% และ Maker มีค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 0.019% ไม่เพียงเท่านั้น Leverage ยังเพิ่มได้สูงสุดถึง 100 เท่า ซึ่งอาจไม่โดดเด่นเท่าแพลตฟอร์มอื่น
แต่สำหรับกระดานเทรดขนาดเล็กถือว่าเป็นการตอบแทนที่คุ้มค่าอีกหนึ่งแห่ง นอกจากนี้สำหรับนักเทรดมือใหม่ที่ทำการลงทะเบียนและฝากเงินครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นการฝากเงินบาทหรือฝากเงินสกุลอื่น ๆ จะได้รับข้อเสนอในส่วนของโบนัสสมาชิกสูงสุดถึง 10,000 ดอลลาร์ เรียกได้ว่ายิ่งเทรดยิ่งได้ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาแพลตฟอร์มที่ให้ผลตอบแทนสูง
จุดเด่น
- รองรับการเทรดด้วยเลเวอเรจสูงสุดถึง 100 เท่าสำหรับคู่เทรดหลัก
- มีฟีเจอร์ Copy Trading และระบบกระเป๋าเงินแบบหลายสินทรัพย์
- ไม่จำเป็นต้อง KYC
- มีโบนัสสำหรับสมาชิกใหม่มากถึง 10,000 ดอลลาร์
จุดด้อย
- มีฟังก์ชันและเครื่องมือน้อยกว่าแพลตฟอร์มอื่น
2. MEXC – เว็บเทรดที่มีเลเวอเรจสูงสุด 400 เท่าและให้ผลตอบแทน Staking APY สูงถึง 300%
MEXC เป็นกระดานเทรดคริปโตที่ใหญ่ที่สุดอีกหนึ่งแห่งที่รองรับสกุลเงินดิจิทัลมากกว่า 3,000 กว่าสกุล พร้อมกับค่าธรรมเนียมที่ต่ำมาก ไม่ว่าจะเป็นการเทรดแบบ Spot หรือ Futures พร้อมกับค่า Leverage สูงสุดถึง 4,000 เท่า และ Staking APY สูงถึง 300%
เรียกได้ว่าเป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมองหาความสะดวกต่อการใช้งานและการเทรดที่อิสระ มีการสนับสนุนภาษาไทย และรองรับทุกการเทรดที่ดีที่สุด

ไม่เพียงเท่านั้น ทาง MEXC ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง โดยพวกเขามีการรักษารหัสผ่านที่ปลอดภัย การยืนยันตัวตนสองชั้น และอื่น ๆ อีกมากมายเพื่อป้องกันการโจรกรรมทางไซเบอร์
และเพื่อให้ทางผู้ใช้งานรู้สึกปลอดภัยและเชื่อถือทุกครั้งที่ฝากสินทรัพย์ดิจิทัลไว้กับแพลตฟอร์ม คุณสามารถใช้งาน MEXC ผ่านทางเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์ หรือดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชั่นบนมือถือได้ตามความสะดวก
แน่นอนว่าการใช้งานด้วยมือถือนั้นจะทำให้คุณเทรดได้ทุกที่ตามความต้องการและติดตามราคาของเหรียญคริปโตโดยไม่ต้องเฝ้าหน้าจอคอมพิวเตอร์ และหากคุณที่เป็นคนไทยต้องการใช้เว็บเทรดจากต่างประเทศและต้องการใช้เงินบาทในการซื้อขาย ก็สามารถตัดผ่านบัตรธนาคารได้
จุดเด่น
- รองรับการเทรดคริปโตมากกว่า 2,900 สกุลเงิน
- ค่าธรรมเนียมค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มอื่น
- มีฟังก์ชันทดลองเทรด หรือ เดโม่
- มีฟังก์ชัน Copy Trading สำหรับผู้เริ่มต้น
จุดด้อย
- ไม่สามารถใช้งานได้ในบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา
3. Crypto.com – เว็บเทรดที่โดดเด่นเรื่องความปลอดภัย เชื่อมการลงทุนเข้ากับการใช้จ่ายจริงผ่าน Visa
Crypto.com เป็นแพลตฟอร์มการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลที่ตอบโจทย์นักลงทุนยุคใหม่ที่ต้องการความครบ จบ ในที่เดียว โดยจุดเด่นแรกที่สัมผัสได้ทันทีคือการออกแบบแอปพลิเคชันที่มี User Interface สวยงามและใช้งานง่าย และการสนับสนุนภาษาไทย ช่วยลดความซับซ้อนของการเทรดลง ทำให้แม้แต่ผู้เริ่มต้นก็สามารถซื้อขาย แลกเปลี่ยน หรือติดตามพอร์ตการลงทุนได้โดยไม่สับสน

สิ่งที่ทำให้ Crypto.com แตกต่างและโดดเด่นกว่ากระดานเทรดทั่วไปอย่างชัดเจน คือการเชื่อมโลกคริปโทฯ เข้ากับไลฟ์สไตล์ในโลกความจริงผ่าน Crypto.com Visa Card บัตรเดบิตโลหะสุดหรูที่ช่วยให้คุณนำสินทรัพย์ดิจิทัลออกมาใช้จ่ายได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะสกุลเงินบาท หรือเงินประเภทอื่น พร้อมรับสิทธิประโยชน์ระดับพรีเมียม เช่น เครดิตเงินคืน สูงสุดตามระดับการถือครองเหรียญ CRO รวมถึงสิทธิ์ Free Spotify หรือ Netflix
นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Crypto Earn ที่เปรียบเสมือนบัญชีเงินฝากที่ให้ผลตอบแทนสูง เพียงแค่นำเหรียญที่มีไปล็อกไว้ตามระยะเวลาที่กำหนด ก็สามารถสร้าง Passive Income ได้อย่างต่อเนื่อง ในด้านความน่าเชื่อถือ Crypto.com ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง โดยได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกและมีใบอนุญาตถูกต้องในหลายประเทศชั้นนำ ทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ทั้งในเรื่องการเก็บรักษาทรัพย์สินและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
จุดเด่น
- บัตร Visa ใช้งานซื้อขายได้ทั่วโลก
- ดอกเบี้ยเงินฝากสูงกว่าดอกเบี้ยธนาคารทั่วไป
- ความปลอดภัยระดับโลก รองรับโดยหลายองค์กร
- รองรับโทเค็นหลากหลายและครบวงจร
จุดด้อย
- ส่วนต่างราคาระหว่างบนเว็บและแอปค่อนข้างสูง
4. BloFin – เว็บเทรดคริปโตเน้นระบบรีวอร์ด ที่มีตัวเลือกฟิวเจอร์สมากกว่า 300 รายการ
BloFin เป็นกระดานเทรดคริปโตที่แม้จะเพิ่งเปิดตัวเมื่อไม่นานมานี้แต่ก็มีความเป็นมืออาชีพสูง โดยพวกเขาเพิ่งเปิดตัวในปี 2024 รองรับสกุลเงินดิจิทัลมากกว่า 300 สกุลเงิน แต่ถึงเป็นเช่นนั้นพวกเขาก็มีความเป็นมืออาชีพสูง และค่อนข้างรู้จักลูกค้าและผู้ใช้งานอย่างดี และเอื้อประโยชน์ต่อผู้ใช้ด้วยค่าธรรมเนียมที่ไม่สูงจนเกินไป ทำให้คุณสามารถเทรดได้อย่างอิสระและใช้บัตรธนาคารทำการเทรดด้วยเงินบาทได้อีกด้วย ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่มีการสนับสนุนภาษาไทย แต่ก็ใช้งานเว็บไซต์ได้ไม่ยาก

ในด้านค่าธรรมเนียม BloFin เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการซื้อขายแบบ Spot ที่ Maker 0.1% และ Taker 0.1% ในขณะที่การซื้อขายแบบ Futures มีค่าธรรมเนียมอยู่ที่ Maker 0.02% และ Taker 0.06% ตามลำดับ พร้อมกับ Leverage สูงสุดถึง 150 เท่า ซึ่งสูงและโดดเด่นอย่างมากสำหรับแพลตฟอร์มใหม่ ๆ
อีกทั้งเมื่อไม่นานมานี้ BloFin ได้ผสานรวม Chainalysis เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยและการปกป้องสินทรัพย์ที่มีอยู่แล้ว ส่งผลให้สินทรัพย์ของลูกค้าได้รับการปกป้องอย่างปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิม สำหรับคำถาม เทรดคริปโต ที่ไหนดี BloFin ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจในแง่ความปลอดภัย
จุดเด่น
- รองรับการเทรดฟิวเจอร์สกว่า 350 สัญญา
- รองรับ Spot มากกว่า 400 รายการ
- มีฟีเจอร์คัดลอกการเทรด
- ไม่ต้อง KYC และสามารถทำการถอนได้สูงสุด 20,000 USDT ต่อวัน
จุดด้อย
- หากติดต่อเจ้าหน้าที่อาจจะต้องรอนาน
5.Binance – เว็บเทรดที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีสภาพคล่องสูง ระบบความปลอดภัย MFA ที่ก.ล.ต. รับรอง
สำหรับนักลงทุนทั้งใหม่และเก่าคงไม่มีใครไม่รู้จัก Binance กระดานเทรดคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในขณะนี้ โดยพวกเขาเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2017 เรียกได้ว่าเป็นผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมคริปโตเลยทีเดียว โดยพวกเขามีสภาพคล่องสูง ระบบความปลอดภัย MFA ที่แข็งแกร่ง และกองทุนคุ้มครองนักลงทุน SAFU เหมาะสำหรับนักลงทุนทั้งหน้าใหม่และเก่า พร้อมกับการใช้งานที่ครอบคลุมอย่างการสนับสนุนภาษาไทยและการฝากเงินบาทผ่านบัตรธนาคาร ทำให้นักเทรดชาวไทยเข้าถึงได้ง่าย
นอกจากนี้ทางแพลตฟอร์มยังรองรับสกุลเงินดิจิทัลมากถึง 500 สกุลเงิน และมีค่าธรรมเนียมที่ค่อนข้างต่ำเพียง Maker และ Taker Fee 0.1% เท่านั้น ทำให้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีงบไม่สูงมากนัก อีกทั้ง Leverage สูงสุดถึง 125 เท่า ทำให้คุณมีโอกาสขยับขยายได้อย่างอิสระ

ไม่เพียงเท่านั้น Binance ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ค่อนข้างเข้มงวดเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ และยังเป็นต้นแบบให้กับกระดานเทรดรุ่นหลัง ๆ อีกด้วย พวกเขามีข่าวสารที่ฉับไว และมาพร้อมกับคู่มือลงทุนที่จะทำให้ผู้ใช้งานมือใหม่นั้นไม่เคว้งและเดินหน้าลงทุนได้อย่างมั่นคง
จุดเด่น
- เป็นแพลตฟอร์มที่มีสภาพคล่องที่สูงมาก
- มีสกุลเงินเป็นของตัวเองและค่าธรรมเนียมทำธุรกรรมที่ต่ำ
- มีฟีเจอร์การใช้งานที่หลากหลายมาก
- มีชื่อเสียงในแวดวงคริปโตเป็นอย่างมาก
จุดด้อย
- อาจต้องตรวจสอบข้อกฎหมายในประเทศที่ใช้งาน
6. KCEX – เว็บเทรดที่เหมาะสำหรับผู้ใช้มือใหม่ และอินเตอร์เฟซที่เป็นหมวดหมู่สะอาดตา
KCEX เป็นเว็บเทรดคริปโตที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นานมานี้ และแม้จะเป็นหน้าใหม่ในวงการ แต่ก็พยายามสร้างจุดเด่นด้วยการเน้นประสบการณ์ผู้ใช้งานที่ง่ายและไม่ซับซ้อน ซึ่งเหมาะมากสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่โลกคริปโต ทำให้อินเทอร์เฟซดูสะอาดตา ไม่รก และใช้งานง่ายแม้ไม่เคยเทรดมาก่อน ถึงแม้จะยังไม่มีการสนับสนุนภาษาไทย แต่ก็สามารถใช้งานได้ไม่ยาก
ตัวแพลตฟอร์มรองรับทั้ง Spot และ Futures ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการเริ่มต้นเทรด นอกจากนี้ยังมีระบบโบนัสหรือกิจกรรมรายวันเพื่อดึงดูดผู้ใช้งานหน้าใหม่ ถึงแม้โดยรวมแล้วเครื่องมือฟีเจอร์อาจจะยังไม่ครบเท่าเจ้าหลัก แต่ก็ถือว่า KCEX เดินมาในทิศทางที่ค่อนข้างดี และดูมีแผนจะพัฒนาฟีเจอร์เพิ่มเติมในอนาคต

แน่นอนว่าเพราะเป็นแพลตฟอร์มน้องใหม่จึงยังไม่มีชื่อเสียงหรือข้อมูลมากนักเกี่ยวกับทีมงานหรือบริษัทผู้พัฒนา ทำให้ผู้ใช้งานควรพิจารณาเรื่องความปลอดภัยให้ดี แนะนำว่าหากเริ่มต้นยังไม่ควรทำธุรกรรมทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการฝากเงินบาท หรือสกุลเงินอื่น ๆ จำนวนมาจนกว่าจะมั่นใจ หากมองในแง่ของโอกาส KCEX เป็นแพลตฟอร์มที่น่าจับตาในฐานะเว็บเทรดหน้าใหม่แต่ยังไรแล้วตัวแพลตฟอร์มและนักพัฒนาเองก็ยังต้องพิสูจน์ตัวเองในอีกหลายด้าน
จุดเด่น
- มีอินเทอร์เฟซที่ง่ายต่อการใช้งานสำหรับผู้เริ่มต้นใหม่
- เป็นน้องใหม่มาแรงที่มีความเป็นมืออาชีพสูง
- รองรับการเทรดหลายรูปแบบ
- การสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมง
จุดด้อย
- อาจมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยเนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่เพิ่งเปิดให้บริการ
7. BingX – แพลตฟอร์มที่โดดเด่นเรื่องฟีเจอร์ Copy Trading สำหรับผู้ที่ไม่มีค่อยมีเวลาเทรดเอง
BingX เป็นแพลตฟอร์มเทรดคริปโตที่โดดเด่นเรื่องฟีเจอร์ Copy Trading ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาเทรดเอง หรือยังไม่มั่นใจในกลยุทธ์ของตัวเอง โดยผู้ใช้งานสามารถติดตามนักเทรดมืออาชีพและคัดลอกคำสั่งซื้อขายได้แบบอัตโนมัติ อีกทั้งยังสามารถเลือกนักเทรดตามประวัติผลตอบแทนและระดับความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้ พร้อมกับการใช้สนับสนุนการใช้งานภาษาาไทยที่คุณเลือกเองได้อีกด้วย

ในด้านความหลากหลายตัวแพลตฟอร์มรองรับทั้ง Spot และ Futures และมีอินเทอร์เฟซที่ทันสมัย ใช้งานง่ายทั้งบนเว็บและแอปมือถือ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สำหรับมือใหม่ เช่น การเทรดแบบจำลองที่ไม่ต้องใช้เงินจริง ช่วยให้ผู้ใช้งานฝึกฝนและทดสอบกลยุทธ์ได้ อย่างไรก็ตาม BingX ยังมีข้อจำกัดในบางประเทศ
รวมถึงมีข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงของระบบและการบริหารความเสี่ยงที่เปิดเผยน้อย ทำให้ผู้ใช้งานควรตรวจสอบและศึกษาให้รอบคอบก่อนลงทุนจริง ถึงแม้ฟังก์ชันหลายอย่างของแพลตฟอร์มจะน่าสนใจ โดยเฉพาะการคัดลอกพอร์ต หรือการฝากเงินบาท แต่ก็ควรเปรียบเทียบและดูว่าพอร์ตเหล่านั้นมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ด้วย
จุดเด่น
- ใช้งานง่ายและสะดวก
- มีฟีเจอร์ Copy Trading ที่เหมาะสำหรับมือใหม่
- รองรับการเทรดหลายประเภท
จุดด้อย
- อาจมีข้อจำกัดในการใช้งานบางประเทศ
คำศัพท์สำคัญที่คุณต้องรู้เมื่อเทรดคริปโต ที่ไหนดี
แน่นอนว่าสำหรับมือใหม่ที่เริ่มต้นลงทุน สิ่งที่คุณจะต้องเรียนรู้ค่อนข้างมีหลายอย่างโดยเฉพาะคำศัพท์ของการลงทุน ในส่วนนี้เราจะมาอธิบายเกี่ยวกับคำศัพท์ที่ควรรู้เมื่อลงทุนคริปโตว่ามีอะไรบ้าง โดยแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ดังต่อไปนี้
ประเภทการเทรด
- Day Trading – การเทรดคริปโตในวันเดียวเพื่อเก็งกำไรจากความผันผวนระยะสั้น เป็นกลยุทธ์การทำกำไรด้วยการซื้อขายระยะสั้นซ้ำๆ ทุกวันเพื่อเพิ่มผลกำไรสูงสุด
- Spot Trading – การซื้อขายสินทรัพย์คริปโตที่เกิดขึ้นทันทีโดยใช้ราคาตลาดปัจจุบัน ผู้ซื้อจะได้ครอบครองเหรียญในทันที และผู้ขายจะได้รับสินทรัพย์ที่ใช้แลกเปลี่ยนไปเช่นกัน โดยไม่มีการผูกมัดสัญญาเหมือน Futures
- Futures – การเทรดคริปโตสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ที่สามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง เหมาะกับคนที่ต้องการเก็งกำไรจากแนวโน้มตลาดมากกว่าการถือเหรียญจริง
- Margin – การยืมเงินมาเทรดเพื่อเพิ่มขนาดการลงทุน ตัวอย่างเช่น หากต้องการเทรด $1,000 โดยใช้ Leverage 5x คุณต้องฝากมาร์จิ้น $200 ซึ่งมีความเสี่ยงหากราคาไม่เป็นไปตามที่วิเคราะห์เอาไว้
- Leverage – เครื่องมือที่ช่วยเพิ่มขนาดการเทรดคริปโตด้วยเงินทุนน้อยกว่าที่ต้องใช้จริง ตัวอย่างเช่น การใช้ Leverage 100x กับมาร์จิ้น $100 จะทำให้คุณสามารถเทรดได้ $1,000 ในขณะเดียวกันหากยิ่งเลเวอเรจสูง ความเสี่ยงก็สูงตามไปด้วย
- HODL – ย่อมาจาก “Hold on for Dear Life” หมายถึงการถือครองเหรียญระยะยาวโดยเชื่อว่าราคาจะเพิ่มขึ้นในอนาคต เป็นแนวคิดของนักลงทุนที่เชื่อในศักยภาพระยะยาวของสินทรัพย์ดิจิทัล
ค่าธรรมเนียมและต้นทุนการเทรด
- Maker Fee – ค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ที่วางคำสั่งซื้อหรือขายก่อนที่กำหนดราคาไว้แทนที่จะเป็นราคาตลาด การทำธุรกรรมเหล่านี้ไม่ได้ดำเนินการทันที จึงเพิ่มสภาพคล่องในตลาด ทำให้ตลาดเทรดคริปโตมีความต่อเนื่องและโปร่งใสมากขึ้น
- Taker Fees – ค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ที่รับคำสั่งที่มีอยู่แล้วและนำสภาพคล่องออกจากตลาดโดยทั่วไปจะสูงกว่า Maker Fee เพราะเป็นผู้ “รับ” ออเดอร์ที่มีอยู่แล้ว
- Slippage – ส่วนต่างของราคาระหว่างตอนที่ส่งคำสั่งซื้อขายกับราคาที่คำสั่งถูกดำเนินการจริง โดยสภาพคล่องต่ำเป็นสาเหตุหลักของ Slippage จึงทำให้การซื้อขายเกิดขึ้นที่ราคาสุดท้ายที่ยังมีคนพร้อมขายหรือซื้อจริง แทนที่จะเป็นราคาเทรดคริปโตที่เห็นในตอนแรก
นอกจากนี้ การลงทุนคริปโตยังมีสิ่งที่เรียกว่าภาษีคริปโต 2569 อยู่ด้วย ดังนั้นแล้วคุณควรรู้วิธีคำนวณภาษีคริปโตอย่างละเอียด เพื่อให้การลงทุนเป็นอย่างราบรื่น ไม่ติดขัดข้อกฎหมายใด
ความปลอดภัยและการเก็บสินทรัพย์ที่ก.ล.ต. รับรอง
- Custodial – บริการที่ผู้ให้บริการเป็นผู้ดูแลเหรียญแทนผู้ใช้ เช่น เว็บเทรดกลาง จะเป็นกระเป๋าเงินที่เว็บเทรดคริปโตถือ Private Key และควบคุมคริปโตของคุณ แต่ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงหากแพลตฟอร์มถูกแฮ็กหรือระบบมีปัญหา
- Non-custodial – ผู้ใช้เก็บสินทรัพย์ไว้เอง เช่น กระเป๋าคริปโตแบบ DeFi โดยเว็บเทรดหรือบุคคลที่สามไม่มีสิทธิ์เข้าถึง ผู้ใช้จึงมีอำนาจควบคุมและรับผิดชอบความปลอดภัยด้วยตนเอง แต่ถ้าทำรหัสหายหรือโดนหลอกให้เปิดเผยข้อมูล ก็ไม่สามารถเรียกคืนได้เพราะไม่มีตัวกลางช่วยเหลือ
- Private Key – รหัสผ่านที่จำเป็นในการเข้าถึงสินทรัพย์คริปโตที่เก็บไว้ในกระเป๋าเงินบนบล็อกเชน ดังนั้นการเก็บรักษาให้ปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะหากหลุดไปจะไม่สามารถดึงเหรียญคืนได้แม้แต่เจ้าของระบบก็ช่วยไม่ได้
สภาพคล่องและตลาด
- Liquidity – ระดับความสามารถในการเทรดคริปโต หรือซื้อขายเหรียญอย่างรวดเร็วโดยไม่ส่งผลกระทบต่อราคา สภาพคล่องสูงหมายถึงความต้องการสูง ทำให้ซื้อขายได้ง่าย ในทางกลับกัน สภาพคล่องต่ำหมายถึงความต้องการต่ำ อาจทำให้เกิดความล่าช้าในการซื้อขายหรือความผันผวนของราคาสูง
- Trading Pair – คู่ของคริปโตเคอร์เรนซีสองสกุลที่สามารถแลกเปลี่ยนระหว่างกันได้ ตัวอย่างเช่น คู่เทรด BTC/ETH หมายความว่าคุณสามารถซื้อ BTC ด้วย ETH หรือซื้อ ETH ด้วย BTC ได้ การเลือกคู่เทรดคริปโตมีผลต่อค่าธรรมเนียม ความสะดวกในการแปลงเหรียญ และสภาพคล่องของตลาดในคู่นั้น
วิธีเพิ่มผลตอบแทน
- Staking – กลไกการฝากเหรียญไว้ในระยะเวลาหนึ่งเพื่อรับรายได้แบบ Passive Income เช่น โหนดตรวจสอบธุรกรรมหรือระบบ PoS (Proof of Stake) เพื่อช่วยให้เครือข่ายทำงานต่อเนื่อง เปรียบได้กับดอกเบี้ยที่ได้จากการฝากเงิน แต่มีความเสี่ยงเรื่องราคาของเหรียญผันผวนควบคู่ด้วย
CEX และ DEX คืออะไร ?
ทีนี้เรามาดูความหมายของกระดานเทรดคริปโตแต่ละรูปแบบกันอย่างละเอียด โดยแบ่งออกเป็นสองรูปแบบใหญ่ ๆ ด้วยกัน ซึ่งมีดังต่อไปนี้
CEX – Centralized Exchange
CEX หรือกระดานเทรดคริปโตแบบรวมศูนย์ คือแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตที่มีหน่วยงานหรือบริษัทกลางเป็นผู้ควบคุม เช่น Binance, Bitkub หรือ Coinbase ผู้ใช้งานต้องสมัครบัญชีและผ่านการยืนยันตัวตนก่อนใช้งาน โดยการซื้อขายทั้งหมดจะดำเนินผ่านระบบของผู้ให้บริการ ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้อาจต้องฝากเหรียญไว้ในกระเป๋าของแพลตฟอร์มก่อนจึงจะเริ่มเทรดได้ สะดวก ใช้งานง่าย แต่ก็ต้องพึ่งพาความปลอดภัยจากฝั่งผู้ให้บริการ
DEX – Decentralized Exchange
DEX หรือกระดานเทรดคริปโตแบบกระจายศูนย์ เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตที่ทำงานผ่านสมาร์ตคอนแทรกต์โดยไม่มีตัวกลาง ผู้ใช้งานจะเชื่อมต่อกระเป๋าเงินของตัวเองเข้ากับระบบ เช่น Uniswap หรือ PancakeSwap แล้วสั่งซื้อหรือขายได้โดยที่ไม่ต้องเปิดบัญชีหรือยืนยันตัวตน ทุกอย่างเกิดขึ้นแบบอัตโนมัติบนบล็อกเชน ซึ่งช่วยให้ควบคุมสินทรัพย์ได้เองเต็มที่ แต่ในทางกลับกันก็ต้องเข้าใจการใช้งานและรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของกระเป๋าเงินตัวเองด้วย
5 เช็คลิสต์เลือกเว็บเทรดคริปโตให้ปลอดภัยจาก Scam ในปี 2026
การซื้อขายคริปโตได้รับความนิยมมากเพิ่มขึ้น ตลาดค่อนข้างคึกคัก ในขณะเดียวกันความเสี่ยงที่เกิดขึ้นก็ย่อมตามมาด้วย ซึ่งเราได้ทำการรวบรวมข้อพิจารณาเลือกเว็บเทรดให้ปลอดภัยจากการหลอกลวงออกมาเป็นข้อ ๆ ดังต่อไปนี้
1. ข้อมูลบริษัทและการกำกับดูแลต้องตรวจสอบได้
เว็บเทรดคริปโตที่มีความน่าเชื่อถือควรเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทผู้ดำเนินการอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบตัวตน สถานะทางกฎหมาย และความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มได้จริง ข้อมูลพื้นฐาน เช่น ชื่อบริษัท ที่ตั้งทางกฎหมาย และเขตอำนาจศาลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลหรือก.ล.ต. รับรอง ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการประเมินความโปร่งใสของผู้ให้บริการ
ในกรณีที่เว็บไซต์ไม่สามารถให้ข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างครบถ้วน หรือใช้ถ้อยคำกว้างโดยไม่มีเอกสารอ้างอิง อาจสะท้อนถึงความเสี่ยงในการดำเนินงาน โดยเฉพาะแพลตฟอร์มที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการหลอกลวงในระยะสั้น การตรวจสอบข้อมูลด้านการกำกับดูแลจึงเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่ไม่ควรถูกมองข้าม
2. มีมาตรการด้านความปลอดภัยที่เป็นมาตรฐานสากล
มาตรการรักษาความปลอดภัยเป็นปัจจัยหลักในการปกป้องสินทรัพย์ดิจิทัลและข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน เว็บเทรดที่มีความพร้อมควรใช้ระบบความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล และสามารถอธิบายแนวทางการป้องกันความเสี่ยงได้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม
การกล่าวอ้างถึงความปลอดภัยโดยไม่ระบุรายละเอียดของระบบหรือแนวปฏิบัติที่ใช้จริง อาจเป็นเพียงการสื่อสารเชิงการตลาดเท่านั้น ในขณะที่แพลตฟอร์มที่มีความน่าเชื่อถือจะให้ข้อมูลที่ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจระดับการป้องกัน และสามารถประเมินความเสี่ยงจากการใช้งานได้อย่างมีเหตุผล
3. เงื่อนไขโบนัส การถอนเงินต้องโปร่งใสและภาษีคริปโต 2569
เงื่อนไขการใช้งาน โดยเฉพาะในส่วนของโบนัสและการถอนเงิน มีผลโดยตรงต่อสิทธิและประสบการณ์ของผู้ใช้งาน เว็บเทรดที่มีความน่าเชื่อถือควรกำหนดเงื่อนไขเหล่านี้อย่างชัดเจน เข้าใจได้ง่าย และไม่สร้างความคลุมเครือที่อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิด
หากมีการกำหนดข้อจำกัดที่ไม่สมเหตุสมผล การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่แจ้งล่วงหน้า หรือการสร้างอุปสรรคในการถอนเงิน อาจเป็นสัญญาณของความเสี่ยง การพิจารณาเงื่อนไขเหล่านี้อย่างรอบคอบจึงช่วยลดโอกาสในการเผชิญปัญหาในภายหลัง
4. มีประวัติการดำเนินงานและฐานผู้ใช้งานจริง
ระยะเวลาและความต่อเนื่องในการดำเนินงานเป็นตัวชี้วัดความมั่นคงของเว็บเทรดคริปโต แพลตฟอร์มที่เปิดให้บริการมาอย่างต่อเนื่องและสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ มักมีความน่าเชื่อถือมากกว่าแพลตฟอร์มที่เพิ่งเปิดตัวโดยไม่มีประวัติชัดเจน
นอกจากนี้ การมีฐานผู้ใช้งานจริงและความคิดเห็นที่หลากหลายช่วยสะท้อนภาพรวมของบริการได้อย่างเป็นกลาง เว็บเทรดที่มีตัวตนจริงมักไม่หลีกเลี่ยงเสียงวิจารณ์ และสามารถแสดงให้เห็นถึงการปรับปรุงหรือพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่องตามข้อเสนอแนะของผู้ใช้งาน
5. ช่องทางสนับสนุนลูกค้ามีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้
ระบบสนับสนุนลูกค้าที่มีประสิทธิภาพสะท้อนถึงความพร้อมในการดูแลผู้ใช้งานของเว็บเทรดคริปโต แพลตฟอร์มที่มีความน่าเชื่อถือและก.ล.ต. รับรอง ควรมีช่องทางติดต่อที่ชัดเจน และสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งาน ระบบ และความเสี่ยงได้อย่างครบถ้วน
หากการติดต่อฝ่ายสนับสนุนเป็นไปได้ยาก ได้รับคำตอบที่ไม่ตรงประเด็น หรือหลีกเลี่ยงประเด็นสำคัญ อาจสะท้อนถึงข้อจำกัดในการดำเนินงาน การประเมินคุณภาพของช่องทางสนับสนุนลูกค้าจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจใช้งาน
วิธีเริ่มต้นเทรดคริปโตแบบง่าย ๆ ที่มือใหม่ก็ทำตามได้
หากคุณเป็นมือใหม่ และต้องการเริ่มต้นที่จะลงทุนด้วยคริปโต นี่คือขั้นตอนที่จะช่วยให้คุณสามารถเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น
ขั้นตอนที่ 1 – เข้าหน้าเว็บไซต์หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น
เริ่มต้นด้วยการเข้าหน้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของแพลตฟอร์ม หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันผ่านร้านค้าแอปที่ได้รับการรับรอง เช่น App Store หรือ Google Play เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันปลอม ควรตรวจสอบชื่อผู้พัฒนาและรายละเอียดแอปพลิเคชันให้ตรงกับข้อมูลจากเว็บไซต์หลักก่อนทำการติดตั้งหรือเข้าใช้งาน
ขั้นตอนที่ 2 – ทำการลงทะเบียน หรือล็อกอินจากบัญชีเหล่านี้
ดำเนินการสมัครสมาชิกโดยกรอกข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นตามที่ระบบกำหนด หรือเลือกล็อกอินผ่านบัญชีที่แพลตฟอร์มรองรับ ทั้งนี้ควรใช้ข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถยืนยันตัวตนได้จริง เพื่อป้องกันปัญหาในการใช้งาน การยืนยันบัญชี หรือการกู้คืนบัญชีในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดคิด
ขั้นตอนที่ 3 – เปิดการใช้งานยืนยันตัวตนสองชั้น 2FA

หลังจากเข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว ควรเปิดใช้งานระบบยืนยันตัวตนสองชั้นทันที เพื่อเพิ่มระดับความปลอดภัยให้กับบัญชีผู้ใช้งาน ระบบ 2FA จะช่วยป้องกันการเข้าถึงบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยกำหนดให้ต้องยืนยันตัวตนเพิ่มเติมทุกครั้งที่มีการเข้าสู่ระบบหรือทำธุรกรรมสำคัญ
ขั้นตอนที่ 4 – กำหนด Passcode

ตั้งค่า Passcode สำหรับการเข้าใช้งานหรือยืนยันคำสั่งภายในแพลตฟอร์ม เช่น การซื้อขายหรือการถอนเงิน ควรเลือก Passcode ที่คาดเดาได้ยากและไม่ซ้ำกับรหัสผ่านของบริการอื่น เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงบัญชีโดยมิชอบ
ขั้นตอนที่ 5 – ฝากเงิน
เลือกวิธีการฝากเงินที่แพลตฟอร์มรองรับ ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารหรือช่องทางดิจิทัลอื่น ๆ ก่อนยืนยันการทำรายการ ควรตรวจสอบเงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาการดำเนินการให้ครบถ้วน เพื่อให้เงินเข้าสู่บัญชีซื้อขายได้อย่างถูกต้องและตรงตามความคาดหวัง
ขั้นตอนที่ 6 – ซื้อขายคริปโต
เมื่อยอดเงินปรากฏในบัญชีแล้ว ผู้ใช้งานสามารถเริ่มต้นซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลตามวัตถุประสงค์และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ควรศึกษาข้อมูลของแต่ละสินทรัพย์ เครื่องมือการซื้อขาย และความผันผวนของตลาดก่อนตัดสินใจ เพื่อให้การซื้อขายเป็นไปอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพ
สรุปเกี่ยวกับการเทรดคริปโต
อย่างไรก็ตาม การเทรดคริปโตสิ่งที่ต้องคำนึงไม่ใช่ว่าเป็นลงทุนตัวไหนดี แต่เป็นการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มไหนถึงจะปลอดภัยและรักษาสินทรัพย์ของคุณได้ดีที่สุด และแพลตฟอร์มส่วนใหญ่ในปัจจุบันพยายามพัฒนาเพื่อให้เอื้อต่อการลงทุนมากที่สุด ไม่ว่าจะฟีเจอร์ที่หลากหลาย การรองรับเงินหลายสกุล การดูแลภาษีคริปโต 2569 หรือแม้กระทั่งค่าธรรมเนียมที่ต่ำและดึงดูดต่อผู้ใช้งาน
ไม่เพียงเท่านั้น บางแพลตฟอร์มได้นำเทคโนโลยีมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการเทรดภายใต้ Web 3.0 หรือ การนำ AI มาช่วยวิเคราะห์แนวโน้มราคา หรือช่วยตัดสินใจในการลงทุน รวมไปถึงการลงทุนตามนักเทรดที่ประสบความสำเร็จด้วยเครื่องมือก็อปปี้พอร์ตลงทุน เป็นต้น
ตลาดคริปโตค่อนข้างมีความผันผวนสูง การมองหาเทรดคริปโต แอพไหนดีก็ควรมองหาแอปที่ใช้งานง่ายและสะดวก ซึ่งผู้พัฒนาต่างพยายามสร้างสรรค์หน้าจอ อินเตอร์เฟซให้เป็นมิตรต่อผู้ใช้งานมากที่สุด และการเทรดก็ไม่ใช่เรื่องยากหรือเรื่องไกลตัวอีกต่อไป
คำถามที่พบบ่อย
คริปโตเคอร์เรนซีคืออะไร?
จะเริ่มต้นซื้อคริปโตได้อย่างไร?
คริปโตถูกกฎหมายในประเทศไทยไหม?
เก็บคริปโตไว้ที่ไหนปลอดภัยที่สุด?
ทำไมราคาคริปโตถึงผันผวนมาก?
เกี่ยวกับ Cryptonews
Cryptonews คือสื่อออนไลน์ระดับโลกที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2017 มุ่งเน้นการนำเสนอข่าวสาร บทวิเคราะห์ และคู่มือเชิงลึกในวงการคริปโตและบล็อกเชน ปัจจุบันมีผู้อ่านกว่า 2 ล้านคนต่อเดือน จากทั่วโลก และทีมผู้เขียนมากกว่า 70 คน ที่ครอบคลุมทุกมุมมอง ตั้งแต่ Bitcoin, Altcoin, DeFi, NFT ไปจนถึง Web3 ด้วยประสบการณ์กว่า 8 ปี เรามุ่งมั่นที่จะเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และอัปเดตเร็ว
