Uptober สิ้นสุด! Bitcoin ปิดลบครั้งแรกในรอบ 7 ปี — Ethereum ก็เช่นกัน

ตลาดคริปโตปิดท้ายเดือนตุลาคมด้วยสีแดงสด เมื่อ Bitcoin และ Ethereum สองเหรียญยักษ์ใหญ่มีผลตอบแทนติดลบเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2018 โดยเฉพาะ Bitcoin ที่ทำลายสถิติ “Uptober” หรือเดือนตุลาคมกระทิงที่ดำเนินมาอย่างยาวนานถึง 7 ปีเต็ม โดยราคา Bitcoin ปรับตัวลง 3.7% ส่วน Ethereum ร่วงลง 7% ท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยมหภาคทั่วโลก
วิเคราะห์ Bitcoin ทลายสถิติ “Uptober” ในรอบ 7 ปี
ข้อมูลจาก CoinGlass ยืนยันว่าเดือนตุลาคม 2025 เป็นเดือนที่ยากลำบากสำหรับ Bitcoin โดยปิดตลาดด้วยผลตอบแทนติดลบ 3.7% เหตุการณ์นี้ถือเป็นการสิ้นสุดตำนาน “Uptober” ที่นักลงทุนคุ้นเคยกันดี ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ราคา Bitcoin มักจะปรับตัวขึ้นในเดือนตุลาคมเสมอมาตลอด 7 ปีหลังสุด

การปิดลบครั้งนี้ทำให้เดือนตุลาคม 2025 กลายเป็นหนึ่งในสามครั้งในประวัติศาสตร์ของ Bitcoin ที่ปิดตลาดเป็นสีแดง ร่วมกับปี 2014 และ 2018 ตลอดทั้งเดือน ราคา Bitcoin เผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักหลายระลอก ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
แต่ถึงแม้ว่าราคาจะมีความผันผวนที่ค่อนข้างมาก ก็มีรายงานที่น่าสนใจว่า บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งยังคงเดินหน้ากว้านซื้อ Bitcoin อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในระยะยาวของนักลงทุนสถาบัน
Ethereum ดิ่งตาม Bitcoin ปิดลบ 2 เดือนติดต่อกัน
สำหรับ Ethereum สถานการณ์ก็ไม่ต่างกัน โดยราคาปรับตัวลดลงถึง 7% ในเดือนตุลาคม นับเป็นการปิดตลาดติดลบเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนไหวของตลาด Altcoin ต่อทิศทางของเหรียญพี่ใหญ่อย่าง Bitcoin

แต่ถึงแม้ว่าราคาจะปรับตัวลดลง แต่ข้อมูลล่าสุดกลับพบว่า วาฬ Ethereum ได้เข้าช้อนซื้อเหรียญเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจจะเป็นการบอกใบ้เป็นนัยๆ ว่านักลงทุนรายใหญ่ยังคงมองเห็นศักยภาพในการเติบโตของ Ethereum ในระยะยาว
ในอดีต Ethereum เคยปิดเดือนตุลาคมในแดนลบมาแล้ว 4 ครั้ง โดยครั้งที่รุนแรงที่สุดเกิดขึ้นในปี 2016 ซึ่งราคาดิ่งลงถึง 16.83% การเคลื่อนไหวของราคา ETH ในเดือนที่ผ่านมาสะท้อนภาพเดียวกับ Bitcoin อย่างชัดเจน โดยยังไม่สามารถกลับไปยืนเหนือระดับ 4,500 ดอลลาร์ได้อีกเลยนับตั้งแต่การเทขายในช่วงวันที่ 10-11 ตุลาคม
เจาะลึกปัจจัยมหภาค กดดันตลาด Bitcoin และ Ethereum
แรงกดดันหลักที่ทำให้ตลาดคริปโตซบเซามาจากปัจจัยมหภาคที่สำคัญสองประการ ประการแรกคือคำขู่ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump ที่จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน 100% ซึ่งสร้างความกังวลต่อภาวะการค้าโลก
ประการที่ 2 คือถ้อยแถลงของ Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่ส่งสัญญาณว่าอาจจะยังไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม 2025 ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ปัจจัยเหล่านี้ ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น ทำให้นักลงทุนระมัดระวังการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตเคอร์เรนซี อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าหาก Bitcoin สามารถทรงตัวเหนือระดับ 66,000 ดอลลาร์ได้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการสะสมกำลังเพื่อฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปี
ขณะเดียวกัน ในอีกมุมหนึ่งของโลกก็มีความเคลื่อนไหวเชิงบวกเกิดขึ้น หลังจากที่ เวเนซุเอลากำลังเตรียมจะนำ Bitcoin เข้าสู่ระบบธนาคาร ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการยอมรับในระดับประเทศที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์ตลาดที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง การพิจารณาพื้นฐานและปัจจัยการเติบโตจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุน ซึ่งมีบทวิเคราะห์เกี่ยวกับ เหรียญคริปโตที่น่าลงทุนสำหรับปี 2025 ที่น่าสนใจเพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจ