ก้าวใหญ่! เวเนซุเอลาจ่อรับ Bitcoin เข้าระบบธนาคารทั่วประเทศ

วงการคริปโตต้องจับตา Conexus ผู้ให้บริการชำระเงินรายใหญ่ที่สุดของเวเนซุเอลา ซึ่งจัดการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์เกือบ 40% ของประเทศ ประกาศแผนครั้งประวัติศาสตร์ในการผนวกรวม Bitcoin และ Stablecoins อย่าง Tether (USDT) เข้ากับระบบธนาคารของประเทศอย่างเป็นทางการ
การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างเครือข่ายระหว่างธนาคารบนเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อรุนแรงและนำเสนอทางเลือกทางการเงินที่มั่นคงให้กับประชาชน
เปิดแผน Conexus: ผนวก Bitcoin สู่โครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน
โรดอลโฟ กัสปาร์รี (Rodolfo Gasparri) ประธานของ Conexus ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่น Banca y Negocios ถึงวิสัยทัศน์ในการสร้างโมเดลการบูรณาการวิธีการชำระเงินรูปแบบใหม่
โดยระบุว่าบริษัทกำลังพัฒนาระบบเครือข่ายระหว่างธนาคารที่ทำงานบนเทคโนโลยีบล็อกเชน เป้าหมายหลักคือการให้บริการรับฝาก Bitcoin และ Stablecoins แก่ลูกค้าของธนาคารโดยตรง
กัสปาร์รีเน้นย้ำว่าคริปโตและบล็อกเชนได้กลายเป็นส่วนสำคัญของระบบการเงินโลกไปแล้ว ดังนั้นการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาปรับใช้กับโครงสร้างพื้นฐานของธนาคารจึงเป็น “การพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามแนวโน้มของโลก”
นอกจากนี้ แผนดังกล่าวยังมุ่งหวังที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำธุรกรรมระหว่างธนาคารให้รวดเร็วและมีต้นทุนต่ำลงผ่านการใช้คริปโตเคอร์เรนซี
ทำไม Bitcoin จึงเป็นทางรอดในภาวะเงินเฟ้อรุนแรง?
Conexus เล็งเห็นถึงแนวโน้มที่ชาวเวเนซุเอลาหันมาใช้คริปโตเคอร์เรนซีและ Stablecoins เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
กัสปาร์รีชี้ว่าผู้คนจำนวนมากมองว่าสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันความมั่งคั่งจากภาวะเงินเฟ้อรุนแรงและความผันผวนของสกุลเงินท้องถิ่น
การนำ Bitcoin และ Stablecoins เข้ามาในระบบธนาคารไม่เพียงแต่เป็นการสนับสนุนระบบนิเวศที่กำลังเติบโตนี้ แต่ยังเป็นการสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งานอีกด้วย
กัสปาร์รีกล่าวเสริมว่า “สิ่งนี้มอบความมั่นคงอย่างมาก เพราะมันช่วยกำกับดูแลการหมุนเวียนของ Bitcoin และ USDT ด้วยความโปร่งใสและกฎระเบียบที่เหมาะสม ผู้ถือครองสินทรัพย์ทางการเงินเหล่านี้จะได้รับการคุ้มครองอย่างแท้จริง”
เทียบชั้นการปฏิวัติ Mobile Banking: อนาคตธุรกรรมด้วย Bitcoin
กัสปาร์รีได้เปรียบเทียบผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการนำ Bitcoin และ Stablecoins มาใช้ในระบบธนาคารว่าอาจยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับการปฏิวัติของระบบการชำระเงินผ่านมือถือระหว่างธนาคารที่เคยเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางการเงินของประเทศมาแล้ว
การเคลื่อนไหวนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงเครื่องมือทางการเงินที่ทันสมัย แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำหรับอนาคตที่ธุรกรรมทางการเงินจะมีความปลอดภัย รวดเร็ว และโปร่งใสมากยิ่งขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน
ภาพรวมระดับโลก: ท่าทีสถาบันการเงินต่อ Bitcoin และ Stablecoins
การตัดสินใจของ Conexus สอดคล้องกับแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่หลายแห่งเริ่มเปิดรับคริปโตมากขึ้น
ธนาคารชั้นนำในสหรัฐฯ เช่น JPMorgan กำลังเตรียมพร้อมที่จะอนุญาตให้ลูกค้าสถาบันสามารถใช้ Bitcoin และ Ethereum เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการขอสินเชื่อได้ Morgan Stanley กำลังพิจารณาการเปิดให้บริการซื้อขายคริปโตผ่านแพลตฟอร์ม E-Trade ของตนเอง และ Bank of America ได้มีความสนใจที่จะออกเหรียญแบบ Stablecoin ของตนเองซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อมีข้อกฎหมายสนับสนุน
นอกจากนี้ หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกกำลังทบทวนกฎเกณฑ์การถือครองคริปโตของธนาคารที่จะบังคับใช้ในปี 2026 เพื่อให้สอดคล้องกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของ Stablecoins ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการยอมรับ Bitcoin ในระดับสถาบันกำลังกลายเป็นกระแสหลัก
ขอบคุณข้อมูลจาก https://cryptorank.io/news/feed/87f06-venezuelas-conexus-to-integrate-bitcoin-and-stablecoins-in-banking-system
Bitcoin Hyper ม้ามืด Layer-2 ที่อาจเติบโตหลายเท่าในอนาคต
ในขณะที่สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่หลายแห่งเริ่มให้ความสนใจและเปิดรับคริปโตมากขึ้น เหรียญขนาดเล็กที่มีศักยภาพสูงมักเป็นที่จับตามอง และหนึ่งในเหรียญใหม่ที่กำลังเป็นที่พูดถึงมากที่สุดตอนนี้คือ Bitcoin Hyper ซึ่งกำลังได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากกลุ่มวาฬคริปโต
โครงการนี้พัฒนาเป็นโซลูชัน Layer-2 บนเครือข่าย Bitcoin โดยนำเทคโนโลยี Solana Virtual Machine และ Zero-Knowledge Rollup มาใช้ เพื่อเพิ่มความเร็วในการประมวลผลธุรกรรม และเปิดทางให้สามารถรันแอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพบนระบบ Bitcoin
กระแสตอบรับของ Bitcoin Hyper ถือว่าแรงมาก เนื่องจากในรอบ ICO สามารถระดมทุนได้มากกว่า 25 ล้านดอลลาร์ ทั้งยังมีข้อมูลธุรกรรมจากนักลงทุนรายใหญ่ เช่น การซื้อโทเคนด้วย 58 ETH (ราว 267,000 ดอลลาร์) และอีกหนึ่งรายการสูงถึง 124 ETH (กว่า 550,000 ดอลลาร์) ภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที
ด้วยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและแนวทางพัฒนา Layer-2 ที่ต่อยอดจาก Bitcoin ทำให้นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า Bitcoin Hyper มีโอกาสเติบโตมากกว่า 10 เท่า หากโครงการสามารถดำเนินการตามแผนที่วางไว้ได้อย่างสมบูรณ์
หากคุณสนใจ แนะนำให้อ่านบทวิเคราะห์ราคา Bitcoin Hyper เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมหรือศึกษาวิธีซื้อ Bitcoin Hyper ด้วยขั้นตอนง่าย ๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจอย่างรอบคอบ
ยอดระดมทุนล่าสุด
ราคาจะถูกปรับขึ้นอีกครั้งภายใน:
