กองทุน Bitcoin ETF สหรัฐฯ สุดแกร่ง! เงินทะลักไหลเข้ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์!

ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐอเมริกาที่แสดงฟอร์มร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้สร้างสถิติใหม่ด้วยการมีเงินทุนไหลเข้าสุทธิมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์เป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน ตอกย้ำให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันที่มีต่อ BTC อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ปรากฏการณ์นี้ไม่เพียงแต่ส่งผลบวกต่อราคา BTC โดยตรง แต่ยังเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการยอมรับในวงกว้างที่กำลังจะมาถึง ซึ่งอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของตลาดกระทิงรอบใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิมสำหรับ Bitcoin
เจาะลึกตัวเลข! Bitcoin ETF เงินไหลเข้า 363 ล้านดอลลาร์ ปิดสัปดาห์อย่างสวยงาม
จากข้อมูลล่าสุดของ SoSoValue ณ วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม ตลาด Spot Bitcoin ETF ของสหรัฐฯ มีเงินทุนไหลเข้าสุทธิรวม 363.45 ล้านดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นการปิดสัปดาห์ที่แข็งแกร่ง และยังเป็นการสร้างสถิติมีเงินทุนไหลเข้าต่อเนื่องเป็นวันที่ 12 ติดต่อกันอีกด้วย ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงแรงซื้อที่ยังคงหนาแน่นในตลาด

ผู้เล่นหลักที่ขับเคลื่อนกระแสเงินทุนนี้คือ iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock ซึ่งมีเงินทุนไหลเข้าในวันเดียวสูงถึง 496.75 ล้านดอลลาร์ ทำให้พอร์ตการลงทุนของ IBIT ใกล้แตะระดับ 9 หมื่นล้านดอลลาร์ ตอกย้ำสถานะผู้นำในตลาด Bitcoin ETF อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณบวกจากกองทุน WisdomTree’s Bitcoin Trust (BTCW) ที่มีเงินไหลเข้า 3.11 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคมและเมษายนที่ผ่านมา
แม้ว่ากองทุนอื่นๆ เช่น Fidelity (FBTC), Grayscale (GBTC), และ ARK 21Shares (ARKB) จะมีการไหลออกของเงินทุนรวมกันประมาณ 136.42 ล้านดอลลาร์ แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งภาพรวมที่เป็นบวกได้ ทำให้ยอดรวมเงินทุนไหลเข้าตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมาสูงถึง 2.39 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกันที่ตัวเลขทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นถึงความต้องการ Bitcoin ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ตลาดกระทิงหนุน! ราคา Bitcoin พุ่งทำสถิติใหม่ รับข่าวดีต่อเนื่อง
ประสิทธิภาพอันน่าทึ่งของกองทุน Bitcoin ETF ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่มาพร้อมกับการพุ่งขึ้นของราคาที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยราคา BTC ได้ทะยานขึ้นไปแตะระดับสูงสุดใหม่ตลอดกาล (All-Time High) ที่ 122,800 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากความต้องการของสถาบันที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
นอกเหนือจากการสร้างสถิติราคาใหม่แล้ว อีกหนึ่งความสำเร็จที่น่าจับตาก็คือ มูลค่าที่แท้จริงของ Bitcoin ทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาวได้เป็นอย่างดี
บรรยากาศการลงทุนในตลาดคริปโตของสหรัฐฯ ในปัจจุบันถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม ปัจจัยหนุนสำคัญคือการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในกฎหมาย GENIUS Act ซึ่งถือเป็นกฎหมายคริปโตฉบับแรกอย่างเป็นทางการ การผ่านกฎหมายดังกล่าวได้สร้างความคาดหวังในหมู่นักวิเคราะห์เป็นอย่างมาก ซึ่งหลายฝ่ายกำลัง จับตาราคา Bitcoin หลัง Trump ผ่านกฎหมาย ว่าจะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อตลาดอย่างไร
ในขณะที่เขียนบทความนี้ BTC ซื้อขายอยู่บริเวณ 117,000 ดอลลาร์ และแม้จะไม่มีการเคลื่อนไหวที่หวือหวาในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แต่ภาพรวมในรอบเดือนที่ผ่านมา ราคา Bitcoin ได้ปรับตัวขึ้นไปแล้วมากกว่า 12% ซึ่งเป็นผลมาจากแรงซื้อของกองทุน ETF และความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายย่อยที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

วิเคราะห์อนาคต: กระแสเงินทุน Bitcoin ETF จะยั่งยืนแค่ไหน?
คำถามสำคัญที่นักลงทุนหลายคนสงสัยคือ กระแสเงินทุนไหลเข้า Bitcoin ETF ที่แข็งแกร่งนี้จะยั่งยืนไปได้นานแค่ไหน การที่เงินทุนระดับหลายพันล้านดอลลาร์ไหลเข้าอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า Bitcoin ได้กลายเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจในสายตาของนักลงทุนสถาบันและผู้จัดการกองทุนรายใหญ่ทั่วโลกแล้ว
การยอมรับในระดับสถาบันนี้เป็นรากฐานที่สำคัญต่อการเติบโตของ Bitcoin ในระยะยาว เพราะมันไม่เพียงแต่สร้างสภาพคล่องมหาศาลให้กับตลาด แต่ยังช่วยลดความผันผวนและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์เพื่อการลงทุนอีกด้วย แม้ว่าจะมีนักลงทุนบางส่วนที่ยังคงเลือกเก็บ BTC ในรูปแบบ Self-Custody แต่แนวโน้มการลงทุนผ่าน ETF ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนั้นเป็นสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้
แน่นอนว่าการยอมรับในวงกว้างนี้เกิดขึ้นได้เพราะพื้นฐานที่แข็งแกร่งของเทคโนโลยี ซึ่งทำให้นักลงทุนจำเป็นต้อง ทำความเข้าใจความปลอดภัยของ Bitcoin เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างรอบคอบ
ในอนาคต หากกระแสเงินทุนนี้ยังคงดำเนินต่อไป เราอาจได้เห็นราคาสร้างสถิติสูงสุดใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง การที่สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่เข้ามาในตลาด ย่อมหมายถึงความต้องการ BTC ที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้มูลค่าของ Bitcoin เติบโตอย่างยั่งยืนในอีกหลายปีข้างหน้า
จากปัจจัยสนับสนุนที่แข็งแกร่งเหล่านี้ ทำให้นักวิเคราะห์หลายสำนักได้เริ่มประเมิน แนวโน้มราคา Bitcoin ในปี 2025-2030 ซึ่งอาจเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสในระยะยาว
Bitcoin Hyper: Layer 2 ใหม่ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้า Bitcoin ในยุคดิจิทัล
ในยุคที่ Bitcoin กำลังได้รับความสนใจจากสถาบันการเงินอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ด้วยกองทุน ETF ที่มีเงินทุนไหลเข้าและราคาที่กำลังไต่ระดับอย่างต่อเนื่อง สิ่งหนึ่งที่ยังคงเป็นข้อจำกัดสำคัญของ Bitcoin คือความเร็วในการทำธุรกรรมและค่าธรรมเนียมที่สูง ทำให้ผู้คนต่างมองหาโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่จะมาแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้กับเครือข่ายชั้นนำนี้
Bitcoin Hyper (HYPER) คือโปรเจกต์ใหม่ที่ถูกจับตามองว่าจะมาเป็น “ตัวเปลี่ยนเกม” ในเรื่องดังกล่าว มันคือ เครือข่าย Layer 2 แรกที่นำเทคโนโลยี Solana Virtual Machine (SVM) มาประยุกต์ใช้กับ Bitcoin ทำให้สามารถประมวลผลธุรกรรมได้ในระดับมิลลิวินาทีและค่าธรรมเนียมเพียงไม่กี่เซนต์ โดยใช้ Zero-Knowledge Proofs ในการรักษาความปลอดภัยและ Canonical Bridge สำหรับการแปลง BTC ผ่านสะพานแบบ Non-Custodial

การเติบโตของ Bitcoin ในตลาดสถาบันที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบันเป็นเพียงจุดเริ่มต้น หากต้องการให้ BTC เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใช้งานได้จริงในอนาคต การแก้ปัญหา scalability เป็นสิ่งจำเป็น Bitcoin Hyper อาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อกศักยภาพเต็มรูปแบบและเปิดประตูสู่ยุคของ Bitcoin DeFi ที่แท้จริง
การลงทุนในโครงการนี้ในช่วง Presale จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติ Bitcoin ครั้งใหม่ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษา วิธีซื้อ Bitcoin Hyper และเข้าไปที่หน้าเว็บไซต์พรีเซลอย่างเป็นทางการได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้
ไปยัง BTC Hyper