Bitcoin แผ่วแรง ขณะที่ทองคำพุ่งทำสถิติใหม่ $4,475 เงินทุนไหลสู่ AI หุ้นเทคโนโลยีกลายเป็นตัวเด่น

ราคาทองคำพุ่งแรงกว่า 2% ในวันจันทร์ที่ผ่านมา ก่อนทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ระดับ $4,475 ต่อออนซ์ ส่งสัญญาณชัดว่ากระแส “สินทรัพย์ปลอดภัย” กลับมาครองใจตลาดอีกครั้ง และการวิ่งนำของทองคำรอบนี้ก็ทำให้ Bitcoin ที่ถูกยกให้เป็น “ทองคำดิจิทัล” ดูเหมือนจะเริ่มสะดุดจังหวะไปด้วย แม้ BTC จะดีดขึ้นไปแตะโซน $90,000 แบบสั้น ๆ แต่สุดท้ายกลับรักษาแรงส่งไว้ไม่ได้ ก่อนถอยลงมาเคลื่อนไหวแถว ช่วงราคา $88,000 อีกครั้ง ซึ่งต่างจาก “ผู้ชนะของตลาด” ที่เงินกำลังไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง
ภาพรวมที่เกิดขึ้นสะท้อนว่าเม็ดเงินไม่ได้หนีความเสี่ยงทั้งหมด แต่กำลัง “เลือกที่ไปให้ชัดกว่าเดิม” ระหว่างฝั่งสินทรัพย์ที่จับต้องได้อย่างโลหะมีค่า กับฝั่งธีมเติบโตสูงอย่างเทคโนโลยี AI ขณะที่ Bitcoin กลับตกอยู่ในช่วงที่ต้องพิสูจน์ตัวเองว่า จะกลับมาดึงความสนใจจากนักลงทุนได้ด้วยปัจจัยอะไรในระยะใกล้
ตลาดเริ่มแยกทาง: โลหะมีค่าและ AI เด่นชัด จนเรื่องเล่า “ดิจิทัลโกลด์” ถูกท้าทาย
ความแตกต่างของการเคลื่อนไหวราคาครั้งนี้ชี้ถึงการหมุนเวียนเงินทุน (capital rotation) ที่เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะเมื่อราคา Silver ก็แรงไม่แพ้กันและทำสถิติใหม่เช่นกัน ขยับเข้าใกล้ระดับ $70 ต่อออนซ์ จนทำให้มุมมองต่อโลหะมีค่ากลับมาร้อนแรงในรอบใหม่
นักวิเคราะห์จาก ByteTree ยังชี้ประเด็นที่น่าสนใจว่า ผลตอบแทนของ Silver ระยะหลังเริ่ม “ไล่ทัน” Bitcoin ในมุมระยะยาว ซึ่งนับว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงสำคัญสำหรับฝั่งที่เชื่อในโลหะมีค่า โดยรายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์ของ ByteTree เกี่ยวกับจังหวะที่โลหะมีค่าวิ่งแรงและอนาคตของกระแสนี้ตาม บทวิเคราะห์ของ ByteTree ว่าด้วยช่วงที่โลหะมีค่าร้อนแรงและจะหมดแรงเมื่อไร
ByteTree ยังมองอีกด้านว่า “ชาว Bitcoin” ไม่ควรมองข้ามตลาดกระทิงของโลหะมีค่าที่กำลังคำรามอยู่ตอนนี้ และหากวันหนึ่งแรงซื้อทองคำ–เงินเริ่มอ่อนตัวลง Bitcoin อาจเป็นสินทรัพย์ที่เข้ามารับช่วงความสนใจต่อจากนั้นได้ แต่ในระยะสั้น ภาพชัดเจนว่าตลาดกำลังให้รางวัลกับสินทรัพย์ที่ “มีแรงหนุนเป็นรูปธรรม” มากกว่า
หุ้น AI และโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลดูดเงินแรง—ดีลของ Alphabet ย้ำความต้องการ Data Center
อีกด้านหนึ่งของกระแสเงินทุน คือการไหลเข้าหาหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการประมวลผลขนาดใหญ่ ซึ่งกำลังกลายเป็นสนามแข่งขันหลักของบริษัทยักษ์ใหญ่ ล่าสุด Alphabet ประกาศดีลมูลค่า 4.75 พันล้านดอลลาร์เพื่อเข้าซื้อ Intersect บริษัทด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ตอกย้ำว่าความต้องการด้านกำลังไฟและความจุศูนย์ข้อมูลกำลังพุ่งสูงแบบจริงจังตามที่ CNBC รายงานว่า Alphabet เตรียมเข้าซื้อ Intersect มูลค่า 4.75 พันล้านดอลลาร์
เมื่อธีม “AI Infrastructure” เด่นชัด บริษัทที่มีสินทรัพย์ประเภทดาต้าเซ็นเตอร์และระบบประมวลผลความเร็วสูงจึงถูกตลาดให้มูลค่ามากขึ้น และสิ่งนี้กำลังส่งผลต่อบริษัทเหมืองคริปโตบางรายที่ปรับตัวไปสู่ธุรกิจ High-Performance Computing (HPC) หรือให้เช่าโครงสร้างพื้นฐานสำหรับงาน AI แทน
หนึ่งในตัวอย่างที่ตลาดหยิบมาพูดถึงคือ Hut 8 (HUT) ซึ่งราคาหุ้นพุ่งขึ้นมากกว่า 17% หลังมีข่าวอัปเกรดเป้าราคาและดีลเช่าดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ สัญญาณนี้ทำให้เห็นว่า นักลงทุนกำลัง “ให้ค่ากับกระแสรายได้จากงานประมวลผล” มากกว่าการผูกอนาคตไว้กับวัฏจักรราคาเหรียญเพียงอย่างเดียว
ในมุมหนึ่ง การปรับตัวของบริษัทเหมืองอาจถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติของธุรกิจที่ต้องเอาตัวรอดในตลาดผันผวน แต่อีกมุมหนึ่งก็สะท้อนความจริงที่แรงกดดันต่อ Bitcoin ยังมีอยู่ โดยเฉพาะเมื่อเงินทุนสถาบันไม่ได้เลือก “คริปโต” เป็นผู้ชนะในจังหวะนี้
แรงกดดันเพิ่ม: Options มูลค่า $27.4 พันล้านใกล้หมดอายุ ทำเทรดเดอร์ระวังตัวมากขึ้น
นอกจากภาพเงินทุนที่ไหลไปทางทองคำและหุ้น AI แล้ว ตลาดคริปโตยังมีปัจจัยที่ทำให้เทรดเดอร์เพิ่มความระมัดระวัง นั่นคือสัปดาห์นี้มีสัญญา Options ของทั้ง Bitcoin และ Ether ใกล้หมดอายุบน Deribit รวมมูลค่าประมาณ $27.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งโดยธรรมชาติของตลาดอนุพันธ์ มักทำให้เกิดความผันผวนและสร้าง “ความกังวลระยะสั้น” เพราะราคาอาจถูกดันให้แกว่งแรงจากการปรับพอร์ตและการปิดสถานะ
เมื่อความผันผวนถูกคาดหมายล่วงหน้า นักลงทุนจำนวนหนึ่งจึงเลือกถอยออกมารอความชัดเจน ส่งผลให้ Bitcoin ยิ่งดูเหมือน “ขาดตัวเร่ง” ในช่วงที่สินทรัพย์อื่นกำลังมีข่าวบวกและแรงซื้อชัดเจนกว่า
ภาพรวมตลาดตอนนี้บอกว่าเงินสถาบันไม่ได้หมุนออกจากสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหมด—แต่กำลังย้ายไปในสองแกนหลัก คือแกน “กันเงินเฟ้อ/ค่าเงินเสื่อม” ที่โลหะมีค่ากลับมาโดดเด่น และแกน “เติบโตแบบมีธีมชัด” ที่ AI กลายเป็นแม่เหล็กดึงเงินทุน ในสถานการณ์เช่นนี้ Bitcoin จึงเหมือนถูกหนีบอยู่ตรงกลาง เพราะแม้จะยังถูกมองเป็นสินทรัพย์ทางเลือก แต่ยังไม่มี Catalyst ใกล้ตัวพอที่จะทำให้ตลาดเลือกยกให้เป็นตัวเด่นในรอบนี้
การที่บริษัทเหมืองจำนวนหนึ่งเลือก “โยกเครื่อง” ไปทำงาน AI มากขึ้น อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้นักลงทุนต้องทบทวนว่า เหมืองคริปโตแบบ pure-play ยังมีเสน่ห์แค่ไหนในโลกที่รายได้จากการให้บริการ AI ดูเสถียรและคาดการณ์ได้กว่า และเมื่อธีมใหญ่ของตลาดกำลังเดินไปในทิศทางนี้ การประเมินว่าอะไรคือ เหรียญคริปโตที่น่าลงทุน 2025 จึงอาจต้องมองให้ลึกกว่าแค่กราฟราคา—แต่รวมถึง “ทิศทางเงินทุน” และ “ธีมที่ตลาดกำลังให้รางวัล” ด้วยเช่นกัน
Bitcoin Hyper ทางเลือกใหม่ของ Bitcoin ในยุคที่ตลาดมองหา “โครงสร้างพื้นฐาน” มากกว่าการเก็งกำไร
ในช่วงที่เงินทุนสถาบันกำลังไหลไปหาโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างกระแสเงินสดได้จริง ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ข้อมูลหรือระบบประมวลผลสำหรับ AI แนวคิดของ Bitcoin Hyper เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในฐานะโปรเจกต์ที่พยายามยกระดับบทบาทของ Bitcoin ให้ก้าวพ้นจากการเป็นเพียงสินทรัพย์เก็บมูลค่า สู่การเป็นเครือข่ายที่ใช้งานได้จริงในโลกของแอปพลิเคชันและธุรกรรมความเร็วสูง

Bitcoin Hyper ถูกวางตำแหน่งให้เป็นโซลูชันที่เชื่อม Bitcoin เข้ากับสภาพแวดล้อมของเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยมุ่งแก้ปัญหาคลาสสิกของ Bitcoin อย่างความเร็วและต้นทุนธุรกรรม ผ่านสถาปัตยกรรมที่รองรับการขยายตัวในระดับโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งสอดคล้องกับธีมตลาดปัจจุบันที่ให้คุณค่ากับ “ระบบที่ใช้งานได้จริง” มากกว่าการถือครองเพื่อเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว
เมื่อ Bitcoin ยังเผชิญแรงกดดันจากการขาด Catalyst ระยะสั้น โปรเจกต์อย่าง Bitcoin Hyper จึงถูกมองว่าเป็นอีกมุมหนึ่งของระบบนิเวศ Bitcoin ที่อาจได้รับอานิสงส์ หากกระแสเงินทุนเริ่มมองหาโอกาสใหม่ในฝั่งเทคโนโลยีบนเครือข่ายเดิม แทนที่จะไหลออกไปหาธีมอื่นทั้งหมด และนั่นทำให้ Bitcoin Hyper ถูกจับตาในฐานะ “ทางเลือกเชิงโครงสร้าง” ของ Bitcoin สำหรับรอบถัดไปของตลาดคริปโต
หากคุณต้องการข้อมูลล่าสุดของ Bitcoin Hyper อ่าน บทวิเคราะห์/รีวิว Bitcoin Hyper และอย่าลืมดูวิธีซื้อ Bitcoin Hyper ทีละขั้นตอน เพื่อคงความแม่นยำในการประเมิน
อัปเดตบทความเชิงลึกผ่าน เว็บไซต์ทางการของ Bitcoin Hyper และติดตามประกาศสั้น ๆ ทาง X และ ช่อง Telegram
ยอดระดมทุนล่าสุด
ราคาจะถูกปรับขึ้นอีกครั้งภายใน: