Bitcoin ฟื้นตัวทะลุ $114,000 แล้ว! ลุ้นเป้าหมายใหม่?

Bitcoin (BTC) กลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงสัปดาห์นี้ โดยราคาฟื้นตัวกลับมายืนเหนือโซนราคาสำคัญที่ $114,000 ได้สำเร็จ หลังจากที่ร่วงลงไปทดสอบแนวรับใกล้ระดับ $108,650 สร้างความหวังให้กับนักลงทุนอีกครั้ง ขณะที่นักวิเคราะห์ทางเทคนิคเริ่มจับตาสัญญาณการกลับตัวในรูปแบบ ‘Double-Bottom’ ซึ่งอาจเป็นตัวบ่งชี้ถึงแรงส่งที่แข็งแกร่งขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
วิเคราะห์กราฟ Bitcoin: สัญญาณ ‘Double-Bottom’ และเป้าหมายถัดไป
การฟื้นตัวของราคา BTC ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการกลับมาที่เดิม แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าแรงซื้อกำลังเข้ามาปกป้องแนวรับสำคัญอย่างแข็งขัน
นักวิเคราะห์กราฟเทคนิคกำลังจับตามองรูปแบบราคาที่เรียกว่า ‘Double-Bottom’ ซึ่งเป็นสัญญาณการกลับตัวเป็นขาขึ้นที่น่าเชื่อถือ หากราคาสามารถทะลุผ่านแนวต้านสำคัญหรือ ‘Neckline’ บริเวณ $117,800 ไปได้ เป้าหมายถัดไปที่นักวิเคราะห์คาดการณ์อาจพุ่งไปถึง $127,000 ซึ่งจะทำให้ราคา BTC ทำจุดสูงสุดใหม่ของปี 2025
ปัจจัยทางเทคนิคอื่น ๆ ยังช่วยสนับสนุนมุมมองเชิงบวกนี้ โดยปัจจุบันราคา BTC ได้เคลื่อนไหวอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล (EMA) ทั้ง 50 วันและ 100 วันอย่างมั่นคง
นอกจากนี้ อินดิเคเตอร์วัดโมเมนตัมอย่าง RSI และ MACD ก็เริ่มส่งสัญญาณเอียงไปทางฝั่งกระทิง ซึ่งบ่งชี้ว่าแรงซื้อกำลังกลับเข้ามาในตลาดแล้ว
ปัจจัยมหภาคหนุน Bitcoin ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
นอกเหนือจากปัจจัยทางเทคนิคแล้ว สถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคยังเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่สนับสนุนราคา BTC ในขณะนี้ โดยความขัดแย้งทางการเมืองในวอชิงตันที่อาจนำไปสู่การปิดหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (Government Shutdown) ได้สร้างความกังวลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งอาจกระตุ้นให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ต้องใช้นโยบาย “ลดอัตราดอกเบี้ย” ที่รุนแรงขึ้น ซึ่งในมักจะเป็นสภาวะที่เอื้อประโยชน์ต่อสินทรัพย์ทางเลือกอย่าง BTC และทองคำ
Mark Zandi หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Moody’s ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ความกลัวภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะลดลง แต่เศรษฐกิจโดยรวมยังคงเปราะบางและพึ่งพาการลงทุนในเทคโนโลยี AI และการใช้จ่ายของกลุ่มครัวเรือนที่มีฐานะเป็นหลัก
นอกจากนี้ ตลาดกำลังจับตารายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-farm Payrolls) ในวันศุกร์นี้ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อการตัดสินใจของ Fed
ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ BTC ถูกนำไปเปรียบเทียบกับทองคำ ซึ่งราคาได้พุ่งทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ในปี 2025 สินทรัพย์ทั้งสองชนิดถูกมองว่าเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากความไม่มั่นคงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ BTC ได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากความต้องการสินทรัพย์ที่จับต้องได้ทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้น
หากสัญญาณ Double-Bottom ได้รับการยืนยันและปัจจัยมหภาคสอดคล้องกัน สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้ก็อาจได้ทดสอบสถิติราคาสูงสุดใหม่ในไม่ช้า
รู้จักเหรียญใหม่ ตัวหนุน BTC โตยาว
Bitcoin Hyper ($HYPER) กำลังเป็นที่จับตาในฐานะ Layer-2 ที่พัฒนาบน Solana Virtual Machine (SVM) เพื่อยกระดับการใช้งาน BTC ให้เป็นเครือข่ายความเร็วสูง โดยระดมทุนได้กว่า $30.04M แล้วในเวลาไม่กี่เดือน สะท้อนความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกในช่วงที่ BTC ฟื้นตัวแรงและตลาด Altcoin เริ่มคึกคัก

แพลตฟอร์มนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อแก้ข้อจำกัดของ BTC แบบเดิม ทั้งเรื่องความเร็วในการทำธุรกรรมที่ช้า ค่าธรรมเนียมสูง และการเขียนโปรแกรมที่จำกัด โดยสามารถประมวลผลธุรกรรมได้หลายหมื่นรายการต่อวินาที แต่เก็บค่าธรรมเนียมต่ำกว่า 0.001 ดอลลาร์ พร้อมระบบ Zero-Knowledge Proof (ZKP) ที่บีบอัดข้อมูลก่อนยืนยันบน Layer-1 ทำให้ BTC สามารถใช้งานใน DeFi, dApps และวัฒนธรรม Meme ได้เต็มศักยภาพ
นอกจากนี้ยังมอบฟีเจอร์ใช้งานได้ทันที เช่น Meme Coin Factory สำหรับสร้างโทเค็นบน Bitcoin, DeFi ที่ใช้ BTC เป็นหลักประกัน, Micropayment สำหรับโอนเงินจำนวนเล็กด้วยค่าธรรมเนียมต่ำ รวมถึงรองรับ GameFi และ NFT ด้วย
แพลตฟอร์มยังมี Cross-Chain Bridge ที่เชื่อมต่อ BTC, ETH และ SOL ตั้งแต่วันแรก ทำให้การย้ายสินทรัพย์ระหว่างเครือข่ายเป็นไปอย่างปลอดภัย และสามารถนำสินทรัพย์จากเครือข่ายอื่นมาใช้บน Layer-2 ได้ทันที
อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทวิเคราะห์โครงการ HYPER และอย่าลืมดูวิธีซื้อ HYPER ทีละขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจก่อนตัดสินใจลงทุน รวมถึงติดตามบทสนทนาล่าสุดได้ทาง X และ Telegram