ไพ่ลับเวเนซุเอลา? ข่าวซุ่มถือ Bitcoin มูลค่า $60B ทำเอาตลาดนั่งไม่ติด!

ท่ามกลางข่าวด่วนที่ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาถูกควบคุมตัวและราคา Bitcoin พุ่งแตะ $93,000 ตลาดคริปโตกำลังจับตาประเด็นที่ใหญ่กว่า นั่นคือรายงานที่อ้างว่าเวเนซุเอลาอาจถือครอง BTC เป็น “คลังสำรองลับ” มูลค่ามหาศาลถึง 60,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งการค้นพบนี้อาจสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ต่อซัพพลายและเสถียรภาพราคา BTC ทั่วโลกในปี 2026
เปิดที่มาคลัง BTC ลับมูลค่ามหาศาลของเวเนซุเอลา
รายงานจาก Whale Hunting โดยนักวิจัย Bradley Hope และ Clara Preve ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกว่า รัฐบาลเวเนซุเอลาอาจสร้างคลังสำรอง Bitcoin และ Stablecoin แบบลับๆ ซึ่งมีมูลค่าประเมินอยู่ระหว่าง 56,000 ถึง 67,000 ล้านดอลลาร์
การสะสมดังกล่าวคาดว่าเริ่มต้นขึ้นราวปี 2018 ผ่านการนำ “ทองคำ” จากโครงการเหมืองแร่ Orinoco Mining Arc ไปขายและแปลงรายได้ส่วนหนึ่งเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล
จากการประเมินเบื้องต้น มีการนำทองคำมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านดอลลาร์ไปแลกเปลี่ยนเป็น BTC ในช่วงที่ราคาอยู่ที่ราว $5,000 ต่อเหรียญ ทำให้ได้ BTC มาครอบครองถึงประมาณ 400,000 เหรียญ ซึ่งหากคำนวณตามราคาในช่วงต้นปี 2026 ที่เกือบ $90,000 นั้น ล็อตนี้เพียงล็อตเดียวก็จะมีมูลค่าสูงถึง 36,000 ล้านดอลลาร์แล้ว

กลยุทธ์สะสม Bitcoin ผ่านน้ำมันและมาตรการคว่ำบาตร
เมื่อมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ เข้มงวดขึ้น มีรายงานว่าเวเนซุเอลาได้กำหนดให้ผู้ซื้อน้ำมันต้องชำระเงินด้วย USDT (Tether) แทน จากนั้นหน่วยข่าวกรองเชื่อว่า USDT ส่วนหนึ่งได้ถูกแปลงเป็น BTC เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกอายัดบัญชีหรือที่อยู่กระเป๋าเงินดิจิทัล
นอกจากนี้ แหล่งที่มาของการสะสมคริปโตยังรวมถึงการยึดเหมืองขุดในประเทศ และข้อตกลงแลกเปลี่ยนน้ำมันดิบกับคริปโต (crude-for-crypto) ในช่วงระหว่างปี 2023 ถึง 2025 ทำให้ยอดรวมการถือครอง Bitcoin โดยประมาณอาจสูงถึง 600,000 BTC หรือมากกว่านั้น ซึ่งจะทำให้เวเนซุเอลาขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในผู้ถือครอง BTC รายใหญ่ที่สุดของโลก เทียบเท่ากับสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง BlackRock และ Strategy (ชื่อเดิม MicroStrategy)
วิเคราะห์ 3 แนวทาง: อนาคต Bitcoin ของเวเนซุเอลาในมือสหรัฐฯ
การถือครอง BTC จำนวนมหาศาลนี้สร้างคำถามสำคัญว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป โดยนักวิเคราะห์ได้ชี้ให้เห็นถึง 3 สถานการณ์ที่เป็นไปได้ หากสินทรัพย์เหล่านี้ตกไปอยู่ในความควบคุมของสหรัฐฯ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน การที่เยอรมนีเทขาย 50,000 BTC ในปี 2024 ยังส่งผลให้ตลาดปรับฐานลง 15-20% ดังนั้นคลังสำรองที่ใหญ่กว่าถึง 12 เท่าจึงเป็นสถานการณ์ที่น่าจับตาอย่างยิ่ง
- สินทรัพย์ถูกอายัด (Frozen assets) โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ซึ่งจะไม่สามารถเคลื่อนย้ายหรือขายได้
- ถูกจัดเป็นคลังสำรองเชิงกลยุทธ์ (Strategic reserve) โดยสหรัฐฯ อาจเลือกที่จะเก็บ BTC ที่ยึดมาได้ไว้แทนการขาย ซึ่งจะช่วยพยุงราคาในระยะยาว
- การเทขายฉุกเฉิน (Fire sale) ซึ่งเป็นทางเลือกที่มีความเป็นไปได้น้อยที่สุด โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ อาจขายผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Coinbase Prime หรือการประมูลของ U.S. Marshals
คาดการณ์ผลกระทบต่อราคา BTC และตลาดคริปโตปี 2026
หากสินทรัพย์เหล่านี้ถูกอายัดหรือเก็บเป็นคลังสำรองเชิงกลยุทธ์ ผลลัพธ์ที่ตามมาคือการล็อกซัพพลายครั้งใหญ่ (major supply lock-up) ซึ่งคล้ายกับการที่สถาบันเข้าถือครองระยะยาว สถานการณ์เช่นนี้อาจเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนให้ราคา BTC ปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2026 แม้ว่าจะมีความผันผวนรุนแรงในระยะสั้นจากความไม่แน่นอนก็ตาม
ขณะนี้ราคา BTC กลับมาทะลุ 92,000 ดอลลาร์อีกครั้ง หลังจากที่อยู่ต่ำกว่า 90,000 ดอลลาร์มานานในช่วงท้ายปี 2025
นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า แม้ข่าวนี้จะสร้างความปั่นป่วน แต่ในเชิงโครงสร้างแล้วกลับเป็นปัจจัยบวกต่อตลาด (structurally bullish) โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการเทขายที่เกิดจากความขัดแย้งในอดีต ในไม่ช้าตลาดอาจตระหนักได้ว่าอิทธิพลที่แท้จริงของเวเนซุเอลาในอนาคตอาจไม่ได้มาจากน้ำมันอีกต่อไป แต่จะอยู่ที่ BTC แทน