BlackRock ผงาด! IBIT แย่งแชมป์ Bitcoin Options จาก Deribit

วงการคริปโตต้องจารึก! เมื่อกองทุน iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock ยักษ์ใหญ่แห่งวอลล์สตรีท ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญด้วยการแซงหน้า Deribit ขึ้นเป็นแพลตฟอร์มที่มีสถานะคงค้าง (Open Interest) ในตลาด Bitcoin Options สูงที่สุดในโลก
การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่เป็นการทุบสถิติ แต่ยังเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเม็ดเงินจากสถาบันการเงินกำลังหลั่งไหลเข้าสู่ตลาด BTC ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการกำกับดูแลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
BlackRock พลิกเกม! IBIT ขึ้นแท่นผู้นำตลาด Bitcoin Options
ข้อมูลล่าสุดจาก Bloomberg เปิดเผยว่า หลังจากสิ้นสุดสัญญาในวันศุกร์ที่ผ่านมา สถานะคงค้างใน Options ที่เชื่อมโยงกับกองทุน IBIT ของ BlackRock พุ่งสูงถึงเกือบ 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์ แซงหน้า Deribit ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์อย่างชัดเจน นับเป็นความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในเวลาไม่ถึง 1 ปีหลังจากที่ IBIT Options เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2024
เหตุการณ์นี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญของตลาด BTC จากเดิมที่เคยถูกครอบงำโดยแพลตฟอร์ม Offshore ที่เน้นการใช้เลเวอเรจสูงอย่าง Deribit ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2016 มาสู่ยุคที่สภาพคล่องและเม็ดเงินมหาศาลกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลในใจกลางตลาดการเงินสหรัฐฯ ซึ่ง BlackRock เป็นผู้เล่นหลักในสมรภูมินี้
สัญญาณบวกตลาด Bitcoin? เมื่อสถาบันแห่ลงทุนผ่าน BlackRock
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ IBIT ได้สร้างวงจรที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน กล่าวคือ เมื่อสภาพคล่องของกองทุนเพิ่มสูงขึ้น ก็ยิ่งดึงดูดกระแสเงินทุนจากสถาบันให้เข้ามามากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ตลาดมีส่วนร่วมที่ลึกซึ้งและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ปัจจุบัน IBIT ได้กลายเป็นกองทุน Bitcoin ETF ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) มากกว่า 8.7 หมื่นล้านดอลลาร์เลยทีเดียว
แม้ว่า Deribit ซึ่งถูก Coinbase เข้าซื้อกิจการไปด้วยมูลค่าประมาณ 2.9 พันล้านดอลลาร์ จะยังคงเป็นที่นิยมในหมู่นักเทรดคริปโตดั้งเดิม แต่การสูญเสียตำแหน่งผู้นำในตลาด Options ให้กับ BlackRock เป็นการตอกย้ำว่าภูมิทัศน์ของตลาด BTC กำลังถูกปรับเปลี่ยนโดยสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมอย่างรวดเร็ว
การที่นักลงทุนสถาบันสามารถเข้าถึงและป้องกันความเสี่ยงของ BTC ผ่านผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือได้กลายเป็นปัจจัยดึงดูดที่ทรงพลังในขณะนี้
เจาะลึกความสำเร็จ IBIT ของ BlackRock กองทุน BTC ที่โตเร็วสุดในประวัติศาสตร์
กองทุน IBIT ของ BlackRock เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2024 โดยมีเป้าหมายเพื่อให้นักลงทุนสามารถเข้าถึง BTC ได้โดยตรง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดเก็บสินทรัพย์หรือการจัดการ Wallet ที่ซับซ้อน ซึ่งได้ Coinbase Prime มาเป็นผู้ดูแลสินทรัพย์ (Custodian) ให้
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันความสำเร็จคือโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่น่าดึงดูด โดยมี Expense Ratio เพียง 0.25% และลดเหลือเพียง 0.12% สำหรับนักลงทุนกลุ่มแรก ทำให้ IBIT กลายเป็น ETF ที่เติบโตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยสามารถระดมทุนแตะระดับ 7 หมื่นล้านดอลลาร์ได้ภายในเวลาเพียง 341 วันทำการ
นักวิเคราะห์มองว่าการเติบโตของกองทุน BTC ที่ได้รับการกำกับดูแลเช่นนี้ จะสร้างระบบนิเวศทางการเงินสองขนาน คือตลาดที่อิงกับสถาบันการเงินดั้งเดิม และตลาดการเทรดแบบกระจายอำนาจที่ยังคงมีอยู่ต่อไป
พร้อมโตไปกับตลาด BTC? ไม่รู้จัก Bitcoin Hyper ไม่ได้แล้ว!
ในช่วงที่กระแส Altcoin Season กำลังมาแรง และ BTC ดีดตัวขึ้นรับเดือนตุลาคม โปรเจกต์ Bitcoin Hyper ($HYPER) ก็กลายเป็นที่จับตาของนักลงทุนทั่วโลกในทันที โครงการนี้ระดมทุนได้ทะลุ $30.74M ดอลลาร์แล้ว สะท้อนถึงความสนใจที่ถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว

สิ่งที่ทำให้โปรเจกต์นี้แตกต่างคือ การเลือกพัฒนาเป็น Layer-2 บน Solana Virtual Machine (SVM) โดยเป้าหมายไม่ใช่เพียงแค่ให้ BTC เป็นสินทรัพย์เก็บมูลค่า แต่ยกระดับให้กลายเป็นเครือข่ายที่ใช้งานได้จริงในโลก DeFi, dApps ไปจนถึง Meme Culture
Layer-2 นี้สามารถรองรับธุรกรรมหลายหมื่นครั้งต่อวินาที และมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่า 0.001 ดอลลาร์ แถมยังใช้ระบบ Zero-Knowledge Proof (ZKP) เพื่อคงความปลอดภัยสูงสุดด้วย
นอกจากนี้ โปรเจกต์ยังเปิดทางให้สร้าง Meme Coin, DeFi บน BTC, ทำ Micropayment, GameFi/NFT รวมถึงระบบ Cross-Chain Bridge ที่เชื่อม BTC, ETH และ SOL ตั้งแต่วันแรก ทำให้สินทรัพย์จากเครือข่ายอื่นไหลเข้าสู่ Layer-2 ของ BTC ได้ทันที
อีกหนึ่งจุดแข็งคือโครงสร้าง Presale ที่โปร่งใส และ Utility ของเหรียญ $HYPER ที่ใช้งานได้จริงตั้งแต่เริ่ม ไม่ว่าจะเป็นค่า Gas, เป็น Staking Reward หรือเป็น Governance Token ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ถือมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางระบบนิเวศ
การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง ความปลอดภัย และการใช้งานจริง ทำให้ HYPER กลายเป็นหนึ่งในโปรเจกต์ที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม
สำหรับผู้ที่อยากเข้าใจจุดเด่นของโปรเจกต์นี้เพิ่มเติม แนะนำให้เริ่มจากบทวิเคราะห์ HYPER และอย่าลืมดูวิธีซื้อ $HYPER ทีละขั้นตอน เพื่อเตรียมแนวทางที่เหมาะสม ทั้งนี้คุณสามารถติดตามโซเชียลมีเดียของโปรเจกต์ได้ทาง X และ Telegram