Visa ลุยเกมคริปโต! จับมือ BVNK เปิดทางชำระเงินด้วย Stablecoin

วงการการเงินต้องจับตา! เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Visa ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ BVNK แพลตฟอร์มชำระเงินคริปโต เพื่อเปิดประตูให้กับการชำระเงินด้วย Stablecoin ผ่านเครือข่าย Visa Direct ทั่วโลก การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ในการผสานโลกการเงินแบบดั้งเดิมเข้ากับสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งอาจเปลี่ยนโฉมหน้าการทำธุรกรรมข้ามพรมแดนไปตลอดกาล
เจาะลึกความร่วมมือ Visa x BVNK ปลดล็อกการชำระเงินด้วย Stablecoins
ความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้ BVNK เข้ามาเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้าน Stablecoins ให้กับเครือข่าย Visa Direct ซึ่งเป็นเครือข่ายการโอนเงินแบบเรียลไทม์ของ Visa ที่มีปริมาณธุรกรรมมหาศาลถึง 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี การผนึกกำลังนี้จะช่วยให้ลูกค้าธุรกิจของ Visa สามารถใช้ Stablecoins ในการชำระเงินควบคู่ไปกับสกุลเงินทั่วไป (Fiat Money) ได้อย่างราบรื่น
ภายใต้ความร่วมมือนี้ ธุรกิจต่างๆ จะสามารถเติมเงิน (pre-fund) สำหรับการจ่ายเงินผ่าน Visa Direct ด้วย Stablecoins แทนการใช้เงิน Fiat แบบเดิม นอกจากนี้ยังรองรับการจ่ายเงินไปยังผู้รับปลายทางโดยตรงในรูปแบบ Stablecoins เข้าสู่กระเป๋าเงินดิจิทัลของผู้ใช้ได้ทันที โดย BVNK ระบุว่าบริษัทมีการประมวลผลการชำระเงินด้วย Stablecoins มากกว่า 30,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความพร้อมในการรองรับธุรกรรมขนาดใหญ่
Stablecoin จะเปลี่ยนโฉมการเงินโลกได้อย่างไร?
Mark Nelsen หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ระดับโลกของ Visa กล่าวว่า Stablecoins เป็นโอกาสในการลดอุปสรรคในการชำระเงินทั่วโลก และเพิ่มประสิทธิภาพการชำระบัญชีให้รวดเร็วยิ่งขึ้น จุดเด่นที่สำคัญคือความสามารถในการทำธุรกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ แม้ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่ธนาคารแบบดั้งเดิมปิดทำการ ทำให้การชำระเงินด้วย Stablecoins เป็นส่วนเสริมที่ทรงพลังให้กับเครือข่ายการชำระเงินที่มีอยู่
การนำ Stablecoins มาใช้จะช่วยแก้ปัญหาความล่าช้าในการโอนเงินข้ามพรมแดนและลดความซับซ้อนในการบริหารเงินคงคลัง (Treasury) สำหรับธุรกิจต่างๆ ทำให้การทำธุรกรรมไม่ถูกจำกัดด้วยเวลาทำการของธนาคารอีกต่อไป ซึ่งเป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นและเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับธุรกิจและผู้ใช้งานทั่วโลก
มองอนาคต: Stablecoin ไม่ใช่แค่ Altcoin แต่คือโครงสร้างพื้นฐาน!
Jesse Hemson-Struthers ซีอีโอของ BVNK ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า Stablecoins ไม่ได้เป็นเพียงวิธีการชำระเงินรูปแบบใหม่ แต่เป็น “ชั้นโครงสร้างพื้นฐานของการชำระเงินยุคใหม่” การผสาน Stablecoins เข้ากับเครือข่ายของ Visa โดยตรง จะทำให้ทั้งธุรกิจและผู้บริโภคสามารถควบคุมวิธีการและเวลาในการส่ง-รับเงินได้มากขึ้น
ความสัมพันธ์ระหว่าง Visa และ BVNK นั้นลึกซึ้งกว่าที่เห็น โดยก่อนหน้านี้ Visa Ventures ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการลงทุนของ Visa ได้เข้าลงทุนใน BVNK เมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 มาแล้ว การประกาศความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวที่ตอกย้ำกลยุทธ์ของ Visa ในการสำรวจและนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาปรับปรุงระบบการเงินให้ทันสมัย โดยมองว่าเป็นการเสริมทัพ ไม่ใช่การเข้ามาแทนที่ระบบเดิม
จับตาแผนการเปิดตัวและผลกระทบในวงกว้าง
การเปิดให้บริการชำระเงินด้วย Stablecoins นี้จะเริ่มต้นในบางประเทศที่มีความต้องการใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลสูงเป็นลำดับแรก ก่อนจะขยายไปยังตลาดอื่นๆ ทั่วโลกตามความต้องการของลูกค้าและข้อพิจารณาด้านกฎระเบียบในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเป็นแนวทางที่รอบคอบและยั่งยืน
สำหรับภาคธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงนี้หมายถึงทางเลือกที่มากขึ้นในการบริหารสภาพคล่อง การจ่ายเงินข้ามพรมแดน และการจัดการเงินคงคลัง โดยยังคงได้รับความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยจากเครือข่ายระดับโลกของ Visa
การเคลื่อนไหวของยักษ์ใหญ่อย่าง Visa อาจเป็นตัวเร่งให้สถาบันการเงินอื่นๆ หันมาสนใจ Stablecoin มากขึ้น และอาจทำให้เหรียญประเภทนี้กลายเป็นหนึ่งใน เหรียญคริปโตที่น่าลงทุน 2026 ในอนาคตก็เป็นได้