หนี้สหรัฐฯ เฉียด $38T เพิ่มวันละ $6B – ดัน Bitcoin & ทองคำสู่ ATH

สถานการณ์หนี้สาธารณะของสหรัฐอเมริกาที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่ากังวลใกล้แตะ 38 ล้านล้านดอลลาร์ และเพิ่มขึ้นในอัตรา 6 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน กำลังส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วตลาดการเงินโลก ปรากฏการณ์นี้ผลักดันให้นักลงทุนทั่วโลกต่างพากันละทิ้งเงินดอลลาร์และหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ส่งผลให้ราคา Bitcoin (BTC) และ ทองคำ (Gold) พุ่งทะยานทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์
BTC ทะลุระดับ 125,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรก ขณะที่ทองคำก็ทำสถิติใหม่ที่ 3,924 ดอลลาร์ นักวิเคราะห์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “Debasement Trade” หรือการเทรดเพื่อหนีการด้อยค่าของสกุลเงิน ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลก
เจาะลึกวิกฤตหนี้สหรัฐฯ ตัวเลขน่ากังวลที่สั่นคลอนเศรษฐกิจโลก
ข้อมูลล่าสุดจาก Daily Debt Monitor ของสภาคองเกรสสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2025 หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ได้พุ่งสูงถึง 37.88 ล้านล้านดอลลาร์ โดยมีอัตราการเติบโตที่น่าตกใจถึง 69,891 ดอลลาร์ต่อวินาที หรือประมาณ 6 พันล้านดอลลาร์ต่อวันในช่วงปีที่ผ่านมา
ตัวเลขดังกล่าวหมายความว่าหนี้สินได้เพิ่มขึ้นถึง 2.2 ล้านล้านดอลลาร์นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 และเมื่อคำนวณเฉลี่ยแล้ว จะตกอยู่ที่ 283,098 ดอลลาร์ต่อหนึ่งครัวเรือนในสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน รัฐบาลต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงถึง 2.41 แสนล้านดอลลาร์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นภาระทางการคลังที่หนักอึ้งและสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพของ “เงินดอลลาร์” ในระยะยาว
ทองคำเนื้อหอม! พุ่งทะยานทำสถิติใหม่ รับอานิสงส์ดอลลาร์อ่อนค่า
ท่ามกลางความกังวลเรื่องการด้อยค่าของเงินดอลลาร์ ซึ่งกำลังเผชิญกับปีที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ปี 1973 โดยสูญเสียกำลังซื้อไปแล้วกว่า 40% ตั้งแต่ปี 2000 ราคาทองคำกลับพุ่งทะยานอย่างร้อนแรง โดยทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ที่ 3,924.39 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ในวันที่ 7 ตุลาคม
ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการที่ธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะจีนและอินเดีย ได้เข้าซื้อทองคำสำรองรวมกันกว่า 1,000 ตัน ประกอบกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ยิ่งซ้ำเติมให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงไปอีก ส่งผลให้ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์หลบภัยที่น่าดึงดูดใจอย่างยิ่ง และมีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 26.3 ล้านล้านดอลลาร์

Bitcoin ไม่น้อยหน้า! ทะยานทำ ATH ใหม่เหนือ $125,000
ในขณะที่ทองคำกำลังร้อนแรง BTC ก็ไม่ยอมน้อยหน้า โดยราคาได้พุ่งทะลุระดับ 125,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา ตอกย้ำสถานะ “ทองคำดิจิทัล” และสินทรัพย์หลบภัยจากภาวะเงินเฟ้อได้อย่างชัดเจน
เมื่อเปรียบเทียบผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 2020 การลงทุน 100 ดอลลาร์ใน BTC จะเติบโตเป็น 1,473.87 ดอลลาร์ภายในเดือนกรกฎาคม 2025 ในขณะที่การลงทุนจำนวนเท่ากันในดัชนี S&P 500 จะมีมูลค่าเพียง 209.85 ดอลลาร์เท่านั้น ตามข้อมูลจาก OfficialData.Org

การพุ่งขึ้นของราคา BTC และเหรียญอื่นๆ อย่าง Ethereum ที่ทะลุ 4,600 ดอลลาร์ ได้ดันให้มูลค่าตลาดคริปโตโดยรวมพุ่งแตะ 4.35 ล้านล้านดอลลาร์เป็นสถิติใหม่
วิเคราะห์ปรากฏการณ์ “Debasement Trade” เมื่อ BTC และทองคำวิ่งสวนทางเงินดอลลาร์

นักวิเคราะห์จาก Bloomberg เรียกปรากฏการณ์ที่นักลงทุนแห่เข้าซื้อสินทรัพย์ทางเลือกอย่าง Bitcoin และทองคำว่าเป็น “Debasement Trade” ซึ่งสะท้อนถึงความไม่เชื่อมั่นต่อสกุลเงินหลัก โดยเฉพาะเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่กำลังถูกกัดกร่อนด้วยหนี้สาธารณะมหาศาลและนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย
สิ่งที่น่าสนใจคือ ความสัมพันธ์ระหว่างทองคำและตลาดหุ้น S&P 500 ที่เคยเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้าม กลับมีค่าสหสัมพันธ์สูงถึง 0.91 ในปี 2024 ซึ่งหมายความว่าสินทรัพย์ปลอดภัยและสินทรัพย์เสี่ยงกำลังปรับตัวขึ้นพร้อมกันอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นบ่อยนัก
นักวิเคราะห์จาก JPMorgan ชี้ว่านี่คือรูปแบบที่คุ้นเคยของการด้อยค่าของเงินดอลลาร์ ท่ามกลางความไร้เสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจ
ความไม่แน่นอนทางการเมืองทั่วโลก คือปัจจัยเร่งให้คนหันไปหา Bitcoin
นอกจากปัญหาหนี้สินในสหรัฐฯ แล้ว สถานการณ์การเมืองที่ไม่แน่นอนทั่วโลกก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยเร่งที่ทำให้นักลงทุนมองหาทางเลือกอื่นนอกเหนือจากสกุลเงินหลัก การปิดหน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐฯ (Government Shutdown) ที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ได้สร้างความไม่แน่นอนให้กับตลาด เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น ตัวเลขการจ้างงานและเงินเฟ้อ ถูกเลื่อนออกไป
ขณะเดียวกัน สถานการณ์การเมืองในญี่ปุ่นและฝรั่งเศสก็ส่งผลให้เงินเยนและเงินยูโรอ่อนค่าลง ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าในภาวะที่สกุลเงินหลักของโลกกำลังสั่นคลอน สินทรัพย์ที่ “มีจำนวนจำกัด” และ “ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง” อย่าง Bitcoin และทองคำ จึงกลายเป็นหลุมหลบภัยที่น่าสนใจที่สุด

คาดการณ์ราคา BTC: ลุ้นเป้าหมาย $155,000 ก่อนการปรับฐานครั้งใหญ่?
จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค การที่ราคา BTC พุ่งทะลุ 125,000 ดอลลาร์ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของช่วง “Blow-off Top” หรือการพุ่งขึ้นของราคาครั้งสุดท้ายอย่างรุนแรง โดยนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่ามีโอกาสที่ราคาจะพุ่งขึ้นไปทดสอบแนวต้านในโซน 140,000-155,000 ดอลลาร์ ซึ่งอาจเป็นการปรับขึ้นอีกราว 15-25% จากระดับปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาดูแนวรับสำคัญที่ระดับ 106,000 ดอลลาร์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากการหลุดระดับดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณว่าทฤษฎี Blow-off Top นี้สิ้นสุดลง และอาจนำไปสู่การปรับฐานราคาครั้งใหญ่ ดังนั้น การบริหารความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูงเช่นนี้