จับตา Bitcoin! JPMorgan ชี้งบ MicroStrategy สำคัญกว่าแรงขายเหมือง

ท่ามกลางความผันผวนของตลาดคริปโต ล่าสุดนักวิเคราะห์จาก JPMorgan ได้ออกมาเปิดมุมมองใหม่ที่น่าสนใจ โดยชี้ว่าเสถียรภาพทางการเงินของบริษัท MicroStrategy อาจมีน้ำหนักต่อทิศทางราคา Bitcoin ในระยะสั้นมากกว่าแรงกดดันจากการเทขายของเหล่านักขุด (Miners) เสียอีก สถานการณ์นี้จะส่งผลอย่างไรต่อ Bitcoin ในฐานะเหรียญคริปโตที่น่าลงทุน และตัวเลขสำคัญที่ต้องจับตามองมีอะไรบ้าง ไปเจาะลึกกัน
วิเคราะห์ Bitcoin: แรงกดดันจากเหมือง vs ความแกร่งของ MicroStrategy

Nikolaos Panigirtzoglou นักวิเคราะห์จาก JPMorgan ระบุถึงปัจจัยกดดันราคา Bitcoin ในปัจจุบันว่ามาจากสองส่วนหลัก คือการลดลงของ Hashrate และความยากในการขุด (Mining Difficulty) ซึ่งเป็นผลจากการเข้มงวดในจีน และความกังวลของตลาดต่อถ้อยแถลงของผู้บริหาร MicroStrategy อย่างไรก็ตาม การลดลงของ Hashrate มักช่วยเพิ่มรายได้ให้นักขุดในระยะสั้นจนกว่าจะมีการปรับค่าความยากครั้งถัดไป โดยในขณะที่เขียนบทความนี้ เหรียญพี่ใหญ่กำลังมีการซื้อขายอยู่ใกล้ระดับต้นทุนการผลิตที่ประมาณ 92,000 ดอลลาร์
แม้กำไรที่หดตัวจะบีบให้นักขุดที่มีต้นทุนสูงต้องเทขาย Bitcoin ออกมาบ้างในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ทาง JPMorgan มองว่าการกระทำดังกล่าวไม่ใช่ปัจจัยชี้ขาดสำหรับทิศทางราคาในอนาคต สิ่งที่มีน้ำหนักมากกว่าคือสุขภาพทางการเงินของ MicroStrategy โดยเฉพาะอัตราส่วน mNAV ซึ่งสะท้อนมูลค่าตลาดของบริษัทเทียบกับสินทรัพย์ Bitcoin ที่ถือครอง ซึ่งปัจจุบันยังคงอยู่ที่ระดับ 1.13 แม้จะลดลงมาบ้างในช่วงครึ่งปีหลัง หากค่านี้ยังยืนเหนือ 1 ได้ ก็จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ตลาดว่าจุดต่ำสุดของราคาอาจผ่านพ้นไปแล้ว
เจาะลึกสถานะการเงินและผลกระทบจากดัชนี MSCI

อีกหนึ่งสัญญาณความแข็งแกร่งคือการตั้งสำรองเงินสดกว่า 1.44 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งธนาคารประเมินว่าเพียงพอสำหรับภาระผูกพันด้านเงินปันผลและดอกเบี้ยถึง 2 ปี ช่วยลดความเสี่ยงในการถูกบังคับขายสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคตอันใกล้ นอกจากนี้ MicroStrategy ยังคงเดินหน้าสะสม Bitcoin อย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างวันที่ 17-30 พฤศจิกายน บริษัทได้เข้าซื้อเพิ่มอีก 130 BTC ด้วยงบประมาณ 11.7 ล้านดอลลาร์ ที่ราคาเฉลี่ย 89,960 ดอลลาร์ ส่งผลให้ยอดถือครองรวมแตะระดับ 650,000 BTC คิดเป็นมูลค่ากว่า 59.8 พันล้านดอลลาร์
ตลาดกำลังจับตาการตัดสินใจของ MSCI ในวันที่ 15 มกราคม เกี่ยวกับสถานะของหุ้น MicroStrategy ในดัชนีระดับโลก ทาง JPMorgan มองว่าความเสี่ยงจากการถูกถอดถอนนั้น “สะท้อนในราคาไปแล้ว” (Priced in) เห็นได้จากหุ้น MSTR ที่ปรับตัวลงถึง 40% นับตั้งแต่มีการประกาศทบทวนเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ซึ่งการปรับฐานลึกขนาดนี้บ่งชี้ว่าตลาดได้รับรู้ข่าวร้ายไปมากแล้ว ทั้งนี้ Michael Saylor ผู้ก่อตั้งบริษัทยังคงยืนยันหนักแน่นว่า “การจัดกลุ่มดัชนีไม่ได้นิยามตัวตนของเรา กลยุทธ์ของเราคือระยะยาว และความเชื่อมั่นใน Bitcoin นั้นสั่นคลอนไม่ได้”
คาดการณ์อนาคต Bitcoin และมุมมองจาก Bitwise

ในระยะยาว JPMorgan ยังคงมีมุมมองเชิงบวก โดยโมเดลเปรียบเทียบ Bitcoin กับทองคำ (ปรับตามความผันผวน) ชี้ว่ามูลค่าที่เหมาะสม (Fair Value) อยู่ที่ประมาณ 170,000 ดอลลาร์ ซึ่งหมายถึงโอกาสในการเติบโตอีกมากในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้าหากตลาดเข้าสู่สภาวะเสถียร นอกจากนี้ Matt Hougan จาก Bitwise ยังออกมาปฏิเสธความกังวลที่ว่า MicroStrategy จะถูกบีบให้ขายสินทรัพย์หากหลุดจากดัชนี MSCI โดยมองว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
Hougan เสริมว่าแม้หุ้นอาจเทรดต่ำกว่ามูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) แต่บริษัทก็ไม่มีความจำเป็นต้องขายคริปโตเพื่อชดเชย เนื่องจากภาระหนี้สินรายปีประมาณ 800 ล้านดอลลาร์นั้นสามารถบริหารจัดการได้ และจะไม่สร้างแรงกดดันทันทีต่อคลังสมบัติของบริษัท สอดคล้องกับมุมมองของ CryptoQuant ก่อนหน้านี้ที่มองว่าการสำรองเงินดอลลาร์ของ MicroStrategy คือการเตรียมพร้อมรับมือกับตลาดหมีที่อาจยาวนาน เพื่อให้สามารถถือครองสินทรัพย์ต่อไปได้โดยไม่สะดุด
ที่มาแหล่งข่าว:
JPMorgan: Bitcoin’s Outlook Tied to Financial Health of Strategy