Jack Dorsey ผนึกกำลังวุฒิสมาชิก! ผลักดันลดหย่อนภาษี Bitcoin

Bitcoin (BTC) กำลังได้รับความสนใจอย่างมากหลัง Jack Dorsey ผู้ก่อตั้ง Block และอดีต CEO ของ Twitter เสนอให้ “ยกเว้นภาษีสำหรับธุรกรรมในชีวิตประจำวัน” ซึ่งแนวคิดนี้ได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็วจากวุฒิสมาชิก Cynthia Lummis ที่ระบุว่ากำลังผลักดันเรื่องดังกล่าวอยู่
การเคลื่อนไหวนี้จุดประกายความหวังใหม่ต่อการใช้งาน BTC ในชีวิตจริงมากขึ้น โดยสอดคล้องกับทิศทางของบริษัท Block ที่เพิ่งขยายบริการชำระเงินด้วย BTC ให้ธุรกิจรายย่อยทั่วสหรัฐฯ เพื่อผลักดันการยอมรับเหรียญดิจิทัลในระบบเศรษฐกิจหลัก
Jack Dorsey จุดประเด็นร้อน! ดัน BTC สู่การใช้ในชีวิตประจำวัน
Jack Dorsey ได้ทวีตข้อความเรียกร้องให้มี “de minimis tax exemption” หรือการยกเว้นภาษีสำหรับธุรกรรม BTC ในชีวิตประจำวันที่มีมูลค่าไม่สูงนัก เพื่อลดภาระทางบัญชีและภาษีที่ซับซ้อน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการนำ BTC มาใช้จ่ายในสเกลที่กว้างขึ้น
การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ Block ซึ่งเป็นบริษัทด้านการชำระเงินของเขา กำลังเปิดตัวระบบรับชำระเงินด้วย BTC และ Wallet ที่เชื่อมต่อกับคริปโตสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ใช้ระบบ Square (Point-of-Sale) ของบริษัท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Dorsey ในการผลักดันให้คริปโตอันดับหนึ่งนี้เป็นมากกว่าสินทรัพย์เพื่อการลงทุน
วุฒิสมาชิก Lummis ขานรับ! สานต่อความพยายามผลักดันกฎหมาย Bitcoin
หลังจากทวีตของ Dorsey ไม่นาน วุฒิสมาชิก Cynthia Lummis ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้สนับสนุนคริปโตเคอร์เรนซีในรัฐสภาสหรัฐฯ ได้เข้ามาตอบกลับว่า “กำลังดำเนินการอยู่ (Working on it)” พร้อมทั้งกระตุ้นให้ผู้ที่สนับสนุนแนวคิดนี้ช่วยกันส่งเสียงไปยังวุฒิสมาชิกและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตของตน
นี่ไม่ใช่ความพยายามครั้งแรก โดยในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Lummis ได้พยายามแนบการแก้ไขกฎหมายที่เป็นมิตรต่อคริปโต ซึ่งรวมถึงการยกเว้นภาษี de minimis เข้าไปในร่างกฎหมาย “One Big, Beautiful Bill” ของอดีตประธานาธิบดี Donald Trump แต่ไม่สำเร็จเนื่องจากมีเวลาไม่เพียงพอก่อนการลงมติ การกลับมาของประเด็นนี้จึงเป็นการส่งสัญญาณว่าการต่อสู้ยังไม่จบ
เจาะลึกปัญหาภาษี Bitcoin และทางออกด้วย De Minimis Exemption
ในปัจจุบัน กรมสรรพากรสหรัฐฯ (IRS) จัดให้คริปโตเคอร์เรนซีเป็น “ทรัพย์สิน” (Property) ไม่ใช่ “สกุลเงิน” ซึ่งหมายความว่าทุกครั้งที่มีการใช้จ่าย ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใด เช่น การซื้อกาแฟด้วย BTC จะถือเป็น “เหตุการณ์ที่ต้องเสียภาษี” (Taxable Event) ผู้ใช้งานจะต้องคำนวณกำไรหรือขาดทุนจากส่วนต่างของราคา ณ วันที่ซื้อและวันที่ขาย
ภาระในการรายงานธุรกรรมทุกรายการสร้างความยุ่งยากอย่างมหาศาลให้กับทั้งผู้บริโภคและร้านค้า ข้อเสนอการยกเว้นภาษี de minimis จะช่วยให้ชาวอเมริกันสามารถทำธุรกรรมคริปโตที่มีมูลค่าต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (เช่น ไม่กี่ร้อยดอลลาร์) ได้โดยไม่ต้องรายงานเพื่อเสียภาษีกำไรส่วนทุน (Capital Gains Tax) ซึ่งจะช่วยปลดล็อกการใช้งาน BTC ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีนัยสำคัญ
มุมมองนักวิเคราะห์: ก้าวสำคัญสู่การยอมรับ BTC ในวงกว้าง?
Arthur Azizov ผู้ก่อตั้งและนักลงทุนจาก B2 Ventures ให้ความเห็นว่า การยกเว้นภาษี de minimis เป็น “การแก้ไขปัญหาด้านเอกสารที่ทำได้จริง” และจะช่วยกระตุ้นให้ร้านค้าและผู้พัฒนา Wallet กล้าทดลองใช้ BTC มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม Azizov เตือนว่าเพียงแค่การยกเว้นภาษีอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้ Bitcoin กลายเป็นวิธีการชำระเงินที่น่าเชื่อถือได้อย่างสมบูรณ์ เนื่องจากร้านค้ายังคงมีความเสี่ยงจากการขาดทุนหากราคา BTC ผันผวนระหว่างการรับชำระเงินและการแปลงเป็นเงินดอลลาร์
เขากล่าวเสริมว่า การปฏิรูปนี้จำเป็นต้องเป็นส่วนหนึ่งของ “แพ็กเกจที่ใหญ่กว่า” ซึ่งรวมถึงกฎเกณฑ์การรายงานของโบรกเกอร์ที่ชัดเจน, การป้องกันการแบ่งย่อยธุรกรรมเพื่อเลี่ยงภาษี (Anti-fragmentation) และเครื่องมือช่วยแปลงเป็นเงินเฟียต เพื่อให้เป็น “ก้าวที่เป็นจริงสู่การยอมรับในหมู่ร้านค้าในวงกว้าง”