รายย่อยฝันค้าง! Bitcoin แพงเกินไปแล้ว? เปิดข้อมูลทำไมการมี 1 BTC ถึงยากขึ้น

ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ซบเซา แม้ราคา Bitcoin (BTC) จะปรับตัวลดลง แต่ความต้องการใหม่ๆ กลับหลั่งไหลเข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การจะเป็นเจ้าของ Bitcoin ให้ครบ 1 BTC เต็มเหรียญนั้นกำลังกลายเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนรายใหม่ ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลนี้และพฤติกรรมของนักลงทุนทั่วโลก
ทำไมการเป็นเจ้าของ Bitcoin 1 เหรียญเต็ม กลายเป็นเรื่องไกลตัว?
ข้อมูลจาก Glassnode ระบุว่า อุปทานที่ผู้ซื้อใหม่ถือครองเพิ่มขึ้น 1.0% ในห้าวัน จาก 4.88 ล้าน BTC เป็น 4.93 ล้าน BTC สะท้อนให้เห็นถึงอุปสงค์ที่ยังเพิ่มเข้ามา แต่การซื้อในปัจจุบันต้องใช้เงินทุนสูงเกินเอื้อมสำหรับรายย่อย รายงาน CoinGecko เสริมว่าจำนวน Wallet ที่ถือเกิน 1 BTC มีแนวโน้มลดลง สวนทางกับราคาที่ปรับขึ้น
รายงานของ CoinGecko ระบุว่า มีเพียงราว 1 ล้าน Address ทั่วโลกที่ถือครองเกิน 1 BTC โดยส่วนใหญ่สะสมตั้งแต่ก่อนปี 2018 ช่วงที่ราคายังต่ำ โดยเฉพาะต้นปี 2017 ที่ BTC ซื้อขายเพียงราว 1,000 ดอลลาร์
CoinGecko สังเกตว่าการเข้ามาของสถาบันหลังการอนุมัติ Bitcoin ETF ทำให้ความมั่งคั่งกระจุกในกลุ่มผู้ถือใหญ่ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ผู้ถือครบเหรียญลดลง เนื่องจากนักลงทุนยุคแรกขายทำกำไรให้สถาบัน
พฤติกรรมการขายทำกำไรนี้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดในปัจจุบัน ซึ่งนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า นักลงทุนเริ่มเล็งขายทำกำไร Bitcoin หลังจากราคาเข้าสู่ช่วงที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า เมื่อหักลบเหรียญที่สูญหาย ปริมาณบน Exchange และการถือของสถาบันแล้ว จะเหลือ BTC ให้รายย่อยซื้อได้จริงไม่ถึง 4 ล้าน ความตึงตัวนี้ย้ำถึงความท้าทายของการเป็น “Whole Coiner” (ผู้ที่ถือครองครบเต็มเหรียญ) ซึ่งทุกวันนี้อาจมีคุณค่าเชิงจิตวิทยามากกว่าการใช้งานจริงสำหรับรายย่อยที่เพิ่งเข้าตลาด
อนาคตของนักลงทุนรายย่อยกับ Bitcoin: เมื่อเศษส่วนคือความมั่งคั่งใหม่
อย่างไรก็ตาม CoinGecko อธิบายว่าการถือเพียงเศษส่วนของ Bitcoin ก็ยังสร้างความมั่งคั่งได้หากราคาพุ่ง การคาดการณ์ราคาบางส่วนประเมินว่า BTC อาจแตะ 500,000–1,000,000 ดอลลาร์ หากเป็นจริง การถือเพียง 0.1 BTC ก็มีค่าถึง 50,000–100,000 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นความมั่งคั่งที่สำคัญ
แนวคิดนี้สอดคล้องกับมุมมองของผู้นำในอุตสาหกรรมอย่าง Changpeng Zhao (CZ) ที่เคยกล่าวว่า การมี 0.1 BTC อาจกลายเป็น ‘ความฝันแบบอเมริกันยุคใหม่’ (New American Dream) ที่มีค่ามากกว่าการเป็นเจ้าของบ้านเสียอีก สะท้อนให้เห็นว่ามุมมองต่อ Bitcoin กำลังเติบโตและเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา การเข้าถึง Bitcoin ไม่จำเป็นต้องเป็นการครอบครองทั้งเหรียญอีกต่อไป
อีกปัจจัยสำคัญคือความผันผวนที่ลดลง ตั้งแต่ปี 2022 BTC มีความผันผวนน้อยกว่าหุ้นยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia ความเสถียรนี้ทำให้สถาบันสนใจลงทุนมากขึ้น แต่ในทางกลับกัน อาจลดเสน่ห์สำหรับรายย่อยที่มองหาความเสี่ยงสูง–ผลตอบแทนสูง ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ดั้งเดิมของ Bitcoin ในอดีต
Bitcoin Hyper ($HYPER): ปลดล็อกศักยภาพใหม่ของ Bitcoin ด้วย Layer-2
เมื่อการถือครบ 1 BTC ยิ่งยาก นักลงทุนหลายคนหันมามอง Altcoin โดยเฉพาะโปรเจกต์ Layer-2 ที่เสริมศักยภาพ Bitcoin หนึ่งในนั้นคือ Bitcoin Hyper ($HYPER) ที่สร้างบน Solana Virtual Machine (SVM) เปลี่ยน BTC จากสินทรัพย์เก็บมูลค่า เป็นเครือข่ายความเร็วสูงที่ใช้งานได้จริงใน DeFi, dApps และ Meme Culture ด้วยการประมวลผลหลายหมื่นธุรกรรมต่อวินาที ค่าธรรมเนียมต่ำกว่า 0.001 ดอลลาร์ พร้อมความปลอดภัยจาก Zero-Knowledge Proof (ZKP)

ไฮไลต์ของ Bitcoin Hyper คือเปิดโอกาสให้รายย่อยเข้าถึงได้ก่อนกองทุนใหญ่ ไม่มีรอบ VC ราคาพรีเซลปรับขึ้นทุก 48 ชั่วโมง ปัจจุบันระดมทุนแล้วกว่า 10 ล้านดอลลาร์ และโทเค็นสามารถนำไป Stake เพื่อรับ APY สูงสุด 102% ได้ทันที กระแส Altcoin Season และการที่ Bitcoin ใกล้ทำ ATH ใหม่ อาจหนุนให้ $HYPER พุ่งแรงหลังเปิดตัว
ด้วยศักยภาพที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ทำให้หลายฝ่ายจับตามองว่า Bitcoin Hyper อาจเป็นตัวเร่งตลาดคริปโต ในช่วงท้ายของปี โดยเฉพาะหากตลาด Bitcoin หลักมีการปรับฐานเพื่อสร้างแรงส่งต่อไป
ไปที่เพจ BTC Hyperเรามุ่งมั่นในการให้ความโปร่งใสกับผู้อ่าน เนื้อหาบางส่วนอาจมี Affiliate Links ซึ่งเราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่น เพื่อความโปร่งใสสามารถอ่าน Affiliate Disclosure เพิ่มเติม