Eric Trump ฟันธง! Bitcoin มีลุ้นแตะ 1 ล้านดอลลาร์ ขณะ Amdax จ่อสะสมซัพพลาย 1%

ราคาของ Bitcoin ล่าสุดอยู่ที่ราว 108,410 ดอลลาร์ ลดลงประมาณ 3.1% ภายใน 24 ชั่วโมง ท่ามกลางความกังวลด้านมหภาคและการคาดการณ์ระยะยาว ในงานประชุม Bitcoin Asia Conference ที่ฮ่องกง Eric Trump ได้กล่าวอย่างมั่นใจว่า Bitcoin จะพุ่งไปแตะระดับ 1 ล้านดอลลาร์ โดยให้เหตุผลหลัก 2 ประการ ได้แก่ อุปทานจำกัดที่เพียง 21 ล้านเหรียญ และแรงซื้อจากสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เขายังยกตัวอย่างถึงการเคลื่อนไหวของจีน แม้ว่าจะยังมีข้อห้ามการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลในฝั่งรีเทล แต่รัฐบาลและภาคการเงินกลับเดินหน้าออกสกุลเงินดิจิทัลที่หนุนด้วยเงินหยวน ขณะที่ฮ่องกงเองก็เพิ่งผ่านร่างกฎหมาย Stablecoin เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการเป็นศูนย์กลางคริปโตโลก ขณะเดียวกัน ครอบครัว Trump ยังเตรียมผลักดันธุรกิจเหมือง Bitcoin เข้าจดทะเบียนใน Nasdaq ซึ่งสะท้อนความตั้งใจ “All in” ของตระกูลนี้ในโลกคริปโต
Amdax เร่งสะสม 1% ของ Bitcoin ทั้งระบบ
ในยุโรป กระแสการสะสมจากสถาบันการเงินก็กำลังมาแรง บริษัทคริปโตสัญชาติเนเธอร์แลนด์ Amdax ระดมทุนได้กว่า 23.3 ล้านดอลลาร์ เพื่อตั้งกองทุนใหม่ชื่อ AMBTS ที่มีเป้าหมายถือครอง Bitcoin ให้ได้กว่า 210,000 BTC หรือเกือบ 1% ของซัพพลายรวมทั้งหมด ซึ่งตามราคาปัจจุบันจะมีมูลค่าสูงกว่า 23,000 ล้านดอลลาร์
แผนการของ Amdax ยังรวมไปถึงการระดมทุนรอบใหม่และการพิจารณาเข้าตลาดหลักทรัพย์ Euronext ที่อัมสเตอร์ดัม กลยุทธ์นี้สะท้อนการเดินตามรอยของ MicroStrategy ที่เคยพลิกการถือครองเงินสดของบริษัทให้กลายเป็น “ขุมพลังซื้อ Bitcoin” จนทำให้เกิดแรงขับเคลื่อนมหาศาลในตลาด กระแสนี้ยังดึงดูดบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Tesla, MercadoLibre, Rumble และ Metaplanet ที่ทยอยเพิ่มการสะสม BTC ต่อเนื่อง ส่งผลให้ซัพพลายบน Exchange ยิ่งลดลง และกดดันราคาให้ปรับตัวขึ้นตามกลไกอุปสงค์-อุปทาน ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่ทำให้ Bitcoin ยังคงเป็น เหรียญคริปโตที่น่าลงทุน สำหรับทั้งนักลงทุนสถาบันและรายย่อย
Strategy ชนะคดีความ เสริมความเชื่อมั่นตลาด
บริษัท Strategy (อดีต MicroStrategy) ในฐานะผู้ถือ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดของโลก ได้รับข่าวดีเมื่อศาลตัดสินยกฟ้องคดีที่กล่าวหาบริษัทบิดเบือนข้อมูลการใช้กฎบัญชีใหม่เกี่ยวกับมูลค่ายุติธรรม ส่งผลให้บริษัทหลุดพ้นจากความเสี่ยงด้านกฎหมายที่กดดันนักลงทุนมาตลอดปีนี้
ด้วยสินทรัพย์ Bitcoin มูลค่ากว่า 68,000 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นกว่า 3% ของเหรียญที่หมุนเวียนในตลาด ทำให้ Strategy สามารถมุ่งหน้าต่อในฐานะเสาหลักของการสะสม Bitcoin ของภาคธุรกิจ นักวิเคราะห์มองว่านี่คือสัญญาณบวกที่ช่วยเสริมความเชื่อมั่นทั้งต่อตลาดและต่อผู้ถือครองรายใหญ่
แนวโน้มทางเทคนิค: Bitcoin ยังอยู่ในกรอบขาลง
หากดูเชิงเทคนิค Bitcoin ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบขาลงตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม โดยมีแนวรับสำคัญที่ 108,400 ดอลลาร์ และแนวต้านใกล้ 111,000 ดอลลาร์ ค่า RSI อยู่ราว 30 บ่งชี้ว่าตลาดเข้าสู่ภาวะ Oversold ขณะที่ MACD ยังคงติดลบ สะท้อนว่าหมีครองความได้เปรียบ

หากราคาสามารถเบรกเหนือ 111,000 ดอลลาร์ได้ จะเปิดทางสู่เป้าหมายที่ 113,650 ดอลลาร์ และ 116,850 ดอลลาร์ พร้อมโอกาสทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 120,250 ดอลลาร์ แต่ถ้าหลุดแนวรับ 107,800 ดอลลาร์ อาจร่วงลึกถึง 105,150 หรือแม้กระทั่ง 101,500 ดอลลาร์ สำหรับนักเทรดแล้ว กลยุทธ์ง่ายๆ คือ มองบวกเหนือ 111,000 และมองลบต่ำกว่า 107,800 ขณะที่มุมมองระยะยาวยังคงหนุนให้ Bitcoin เป็น “ทองคำดิจิทัล” โดยนักวิเคราะห์หลายรายยังย้ำว่าเป้าหมาย 130,000 ดอลลาร์สามารถเกิดขึ้นได้หากผ่านช่วงสะสมนี้ไปได้
Bitcoin Hyper ($HYPER): Layer 2 แห่งอนาคตที่ผสานพลัง Bitcoin และ Solana
อีกหนึ่งโปรเจกต์ที่กำลังเป็นที่พูดถึงคือ Bitcoin Hyper ($HYPER) ที่ประกาศตัวว่าเป็น Layer 2 บน Bitcoin ที่ขับเคลื่อนด้วย Solana Virtual Machine (SVM) จุดมุ่งหมายคือการขยายระบบนิเวศของ Bitcoin ไปไกลกว่าการเป็นสินทรัพย์เก็บมูลค่า ด้วยการรองรับ Smart Contract, แอปพลิเคชัน DeFi, ไปจนถึงการสร้าง Meme Coin ได้อย่างรวดเร็วและต้นทุนต่ำ

การผสานพลังระหว่างความปลอดภัยสูงสุดของ Bitcoin และประสิทธิภาพของ Solana ถือเป็นจุดเด่นที่ทำให้ HYPER น่าสนใจสำหรับนักลงทุน อีกทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อ BTC แบบไร้รอยต่อและการพัฒนา dApp ที่ขยายตัวได้จริง ที่สำคัญ โปรเจกต์ผ่านการตรวจสอบโดย Consult เพื่อสร้างความมั่นใจในด้านความปลอดภัย
ปัจจุบันกระแสการลงทุนใน เหรียญ Presale มาแรง นี้ยังคงเร่งตัว โดยมียอดระดมทุนทะลุ 12.7 ล้านดอลลาร์แล้ว ขณะที่โทเค็น HYPER ยังเปิดขายในราคาเพียง 0.012825 ดอลลาร์ และจะปรับขึ้นเรื่อยๆ ตามรอบพรีเซล นักลงทุนสามารถเข้าซื้อผ่านเว็บไซต์ทางการของ Bitcoin Hyper ได้โดยตรง ไม่ว่าจะชำระด้วยคริปโตหรือบัตรเครดิต
ไปที่เพจ BTC Hyperเรามุ่งมั่นในการให้ความโปร่งใสกับผู้อ่าน เนื้อหาบางส่วนอาจมี Affiliate Links ซึ่งเราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่น เพื่อความโปร่งใสสามารถอ่าน Affiliate Disclosure เพิ่มเติม