ผู้สร้าง Dogecoin ออกโรง! เตือนสติ Uptober หลังราคาร่วงหนักกว่า 20%

Billy Markus หรือที่รู้จักในนาม Shibetoshi Nakamoto ผู้ร่วมก่อตั้ง Dogecoin (DOGE) ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อภาวะตลาดคริปโตที่ผันผวนอย่างรุนแรง โดยวิจารณ์กระแสความคาดหวังที่เกินจริงเกี่ยวกับ “Uptober” ซึ่งเป็นเดือนที่นักลงทุนมักคาดหวังว่าตลาดจะเป็นขาขึ้น
ความเห็นของเขาเกิดขึ้นท่ามกลางการเทขายครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์คริปโต ซึ่งส่งผลให้ราคา DOGE ร่วงลงอย่างหนัก และเกิดการล้างพอร์ตมูลค่ามหาศาลทั่วทั้งตลาด
ตลาดคริปโตแดงฉาน! เกิดอะไรขึ้นกับ “Uptober”?
ตลาดคริปโตเผชิญกับการปรับฐานครั้งใหญ่ในสัปดาห์นี้ โดยมีชนวนเหตุมาจากการที่รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มอีก 100% พร้อมทั้งออกมาตรการควบคุมการส่งออกซอฟต์แวร์ ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วตลาดโลก และตลาดคริปโตก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วง
Bitcoin (BTC) ซึ่งเพิ่งทำราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่กว่า 125,000 ดอลลาร์ในช่วงต้นสัปดาห์ ได้ร่วงลงมากกว่า 12% จนราคาต่ำกว่า 113,000 ดอลลาร์ ข้อมูลจาก Coinglass เผยว่า มีการล้างพอร์ต (Liquidation) ของสถานะที่มีเลเวอเรจไปแล้วกว่า 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อนักเทรดกว่า 1.6 ล้านคนทั่วโลก โดยกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ในนั้นเกิดขึ้นภายในเวลาเพียงชั่วโมงเดียว ถือเป็นคลื่นการบังคับขายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ท่ามกลางสถานการณ์นี้ Billy Markus ผู้สร้าง Dogecoin ได้โพสต์ผ่าน X (Twitter) วิพากษ์วิจารณ์การมองโลกในแง่ดีที่มากเกินไปเกี่ยวกับ Uptober โดยชี้ว่าความกระตือรือร้นที่ไม่สมเหตุสมผลและการใช้เลเวอเรจเพื่อเก็งกำไรเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดพังทลายลง
Dogecoin ดิ่งหนัก 26% สวนทางนักวิเคราะห์
ในขณะที่ตลาดโดยรวมกำลังตกอยู่ในภาวะเลือดสาด DOGE กลายเป็นหนึ่งในเหรียญคริปโตขนาดใหญ่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยราคา DOGE ดิ่งลงถึง 26% ภายในวันเดียว ก่อนจะเด้งกลับขึ้นมาเล็กน้อย เป็นลดลง 19% ซึ่งนับเป็นการลดลงที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งของปีนี้
การเทขายครั้งนี้สร้างความตื่นตระหนกในหมู่นักลงทุนรายย่อย และเกิดการล้างพอร์ตเป็นวงกว้างในกระดานเทรดที่เน้นลูกค้ารายย่อย
อย่างไรก็ตาม แม้จะเผชิญกับการปรับฐานครั้งใหญ่ นักวิเคราะห์บางส่วนยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่ออนาคตของ DOGE ในระยะยาว โดย Kaleo นักวิเคราะห์คริปโตชื่อดังได้เคยนำเสนอการคาดการณ์ราคาที่น่าสนใจ โดยใช้โมเดลเปรียบเทียบมูลค่ากับตลาดของ Bitcoin
ตามการคำนวณที่เขาเรียกว่า “Bitcoin math” ราคา Dogecoin อาจพุ่งไปถึง 6.942 ดอลลาร์ต่อเหรียญ หาก Bitcoin สามารถไต่ระดับไปถึง 500,000 ดอลลาร์ได้ในวัฏจักรขาขึ้นรอบนี้ ซึ่งหมายความว่ามูลค่าตลาดของ BTC จะอยู่ที่ 10 ล้านล้านดอลลาร์ และ DOGE จะสามารถครองส่วนแบ่งมูลค่าได้เกือบ 10% คล้ายกับที่เคยทำได้ในรอบ Bull Run ครั้งก่อน
มุมมองจากผู้ทรงอิทธิพล: Bitcoin และ Altcoin จะไปต่ออย่างไร?
แม้ตลาดจะเผชิญกับแรงเทขายมหาศาล แต่บุคคลสำคัญในวงการหลายคนยังคงเรียกร้องให้นักลงทุนอยู่ในความสงบ โดย Michael Saylor ซีอีโอของ MicroStrategy ยืนยันความเชื่อมั่นใน Bitcoin โดยกล่าวว่าความผันผวนเช่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรการเติบโตในระยะยาว
ด้าน Anthony Pompliano ก็ได้เสนอแนะมุมมองที่ตรงกันข้าม ในขณะที่ Michaël van de Poppe นักวิเคราะห์คริปโตมองไปไกลกว่านั้น โดยชี้ว่านี่อาจเป็นจุดต่ำสุดของเหล่า Altcoin แล้ว ส่วน Samson Mow ผู้สนับสนุน Bitcoin ตัวยงก็ทวีตย้ำว่า “เดือนตุลาคมยังไม่จบ”
ในขณะเดียวกัน James E. Thorne ได้ชี้ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของโครงสร้างราคา BTC ที่ยังคงยืนเหนือระดับ 110,000 ดอลลาร์ได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแม้จะมีความผันผวนรุนแรง แต่พื้นฐานของสินทรัพย์ยังคงแข็งแกร่ง
Maxi Doge เหรียญมีมสายเทรดที่ท้าชน Dogecoin ตั้งแต่ช่วง Presale
โลกคริปโตเริ่มหันมาจับตา Maxi Doge ($MAXI) เหรียญมีมบนเครือข่าย Ethereum ที่กำลังมาแรงสุด ๆ หลังสามารถระดมทุนช่วง Presale ทะลุ $4.5M ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ กระแสตอบรับจากทั้งรายย่อยและนักลงทุนระดับใหญ่สะท้อนชัดถึงความเชื่อมั่นต่อโปรเจกต์นี้
Maxi Doge ชูคอนเซ็ปต์ “สุนัขสายกล้าม” ที่สื่อถึงพลัง ความแข็งแกร่ง และจิตวิญญาณของนักเทรดผู้ไม่ยอมแพ้ โดยทีมตั้งเป้าปั้นแบรนด์ให้โดดเด่นกว่าเหรียญมีมทั่วไปที่ขาดเอกลักษณ์และเป้าหมายที่ชัดเจน

หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ Maxi Doge ถูกพูดถึงอย่างมากคือ โครงสร้างการระดมทุนที่โปร่งใสและเป็นธรรม ไม่มีรอบขายล่วงหน้าให้กองทุน VC หรือรายใหญ่ ทำให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถเข้าร่วมได้เท่าเทียมกันทั้งหมด
ไม่เพียงแต่เป็นเหรียญมีมที่เน้นคอนเซ็ปต์เท่านั้น Maxi Doge ยังมีแผนพัฒนา Utility จริงในอนาคต ด้วยการร่วมมือกับ แพลตฟอร์ม Futures และ Leverage Trading เพื่อให้นักเทรดสามารถใช้เหรียญ $MAXI ในการเทรดตามความผันผวนของตลาดได้โดยตรง
โครงการใช้โมเดล MAXI Fund ที่ถือครอง 25% ของอุปทานรวมทั้งหมด เพื่อใช้ต่อยอดด้านการตลาดและพัฒนาแบรนด์ในระยะยาว ขณะที่ราคาในรอบ Presale เริ่มต้นเพียง $0.00025 ต่อเหรียญ และจะปรับขึ้นทุกๆ 5 วัน
Maxi Doge ตั้งเป้า Hard Cap ไว้ที่ 15.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งคิดเป็น 40% ของอุปทานทั้งหมดกว่า 150,240,000,000 เหรียญ นับเป็นโครงสร้างที่เปิดกว้างและดึงดูดนักลงทุนที่มองหาเหรียญมีมศักยภาพจริง
อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนคือ ความโปร่งใสของโปรเจกต์ ทีมงานเผยว่าสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) ได้ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญแล้ว และโครงการยังมีการจดทะเบียนเป็นบริษัทอย่างเป็นทางการด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในโลกของเหรียญมีมทั่วไป
เว็บไซต์ทางการ Maxi Doge