BTC ร่วงยับ! ทรัมป์ลั่นเก็บภาษีจีน 100% ล้างพอร์ตนักเทรดกว่า 1.6M ราย

BTC ร่วงหนัก หลังนโยบายใหม่ของ Donald Trump จุดชนวนแรงเทขายครั้งใหญ่ทั่วตลาดคริปโต ส่งผลให้นักเทรดกว่า 1.66 ล้านรายถูกล้างพอร์ตภายใน 24 ชั่วโมง มูลค่าความเสียหายรวมพุ่งเกือบ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยความไม่แน่นอนจากนโยบายดังกล่าวได้กดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วกระดาน และฉุดราคา Bitcoin ให้ร่วงลงอย่างรุนแรง ในขณะที่ Fear and Greed Index ลดลงมาอยู่ในโซน “ความกลัว” ที่ 35

เจาะลึกเหตุการณ์ล้างพอร์ตครั้งใหญ่ กระทบ BTC และตลาดคริปโต
จากข้อมูลของ CoinGlass เผยว่าภายใน 24 ชั่วโมง มีนักเทรดถูกบังคับปิดสถานะ (Liquidated) มากถึง 1.66 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายมหาศาลถึง 1.933 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยส่วนใหญ่เป็นสถานะ Long (คาดการณ์ว่าราคาจะขึ้น) ซึ่งมีมูลค่าถึง 1.683 หมื่นล้านดอลลาร์ ในขณะที่สถานะ Short มีมูลค่า 2.49 พันล้านดอลลาร์
สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ Bitcoin ซึ่งมีมูลค่าการล้างพอร์ตสูงถึง 5.38 พันล้านดอลลาร์ ตามมาด้วย Ethereum (ETH) ที่ 4.43 พันล้านดอลลาร์, Solana (SOL) 2.01 พันล้านดอลลาร์ และ XRP ที่ 708 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ ยังมีรายงานการล้างพอร์ตครั้งใหญ่ที่สุดครั้งเดียวบนแพลตฟอร์ม Hyperliquid ในคู่เทรด ETH-USDT ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 203.36 ล้านดอลลาร์ นักวิเคราะห์ชี้ว่านี่เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ลดทอนหนี้สิน (Deleveraging) ที่รุนแรงที่สุดของปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนสุดขีดที่ยังคงอยู่ในตลาดคริปโต
วิเคราะห์ผลกระทบจากนโยบาย Donald Trump ที่มีต่อราคา Bitcoin
แรงเทขายครั้งนี้มีชนวนเหตุมาจากความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจมหภาคที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากประธานาธิบดี Donald Trump ยืนยันแผนการที่จะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนถึง 100% เพื่อตอบโต้มาตรการจำกัดการส่งออกแร่หายากของจีน ข่าวดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วตลาดสินทรัพย์เสี่ยง
ผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้มูลค่าตลาดคริปโตโดยรวมลดลงกว่า 9.5% ใน 24 ชั่วโมง มาอยู่ที่ 3.75 ล้านล้านดอลลาร์ โดยราคา BTC ดิ่งลงจากระดับเหนือ 122,000 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ประมาณ 112,400 ดอลลาร์ และมีช่วงที่ร่วงลงไปต่ำกว่า 102,000 ดอลลาร์เป็นการชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤตนี้ ยังมีรายงานจากนักวิเคราะห์ on-chain เผยว่ามีวาฬรายใหญ่บน Hyperliquid ที่สามารถทำกำไรได้ประมาณ 190-200 ล้านดอลลาร์จากการเปิดสถานะ Short ทั้ง Bitcoin และ Ethereum ก่อนที่ตลาดจะร่วงลงอย่างหนัก
จับตาสถานการณ์การเมืองสหรัฐฯ และอนาคตของ BTC
ความเคลื่อนไหวของ Donald Trump ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อตลาดการเงิน แต่ยังสะท้อนถึงสถานการณ์การเมืองภายในสหรัฐฯ ที่กำลังร้อนระอุ ผลสำรวจล่าสุดจาก Reuters/Ipsos ชี้ว่าคะแนนนิยมของเขาลดลงเหลือเพียง 40% ท่ามกลางวิกฤต Government Shutdown ที่ยังคงดำเนินต่อไป
นอกจากนี้ ท่าทีที่สนับสนุนคริปโตของ Trump ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลักในการหาเสียง ก็กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยวุฒิสมาชิก Elizabeth Warren ได้ออกมาเตือนถึง “ความเสี่ยงด้านจริยธรรม” ที่อาจเกิดขึ้นหากเขาได้รับผลประโยชน์จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคริปโตในขณะดำรงตำแหน่ง
นักวิเคราะห์มองว่าหาก Trump กลับลำเรื่องนโยบายภาษี อาจทำให้ตลาดคริปโตฟื้นตัวได้ในระยะสั้น แต่ความเสียหายจากการล้างพอร์ตที่เกิดขึ้นแล้วนั้น ไม่สามารถย้อนกลับคืนมาได้ ทำให้นักลงทุนต้องติดตามสถานการณ์การเมืองและผลกระทบต่อทิศทางราคา Bitcoin อย่างใกล้ชิดต่อไป
Bitcoin Hyper เหรียญ L2 ที่อาจกอบกู้ Bitcoin ในไตรมาสสุดท้าย!
ปกติแล้วเดือนตุลาคมมักได้รับการขนานนามว่า "Uptober" เพราะเป็นหนึ่งในเดือนที่คริปโตทำผลงานได้ดีที่สุดและมักจะปิดเดือนเป็นบวก แต่ด้วยนโยบายของทรัมป์ที่ทำเอาทั่วโลกช็อกไปตาม ๆ กัน จึงทำให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่าง crypto ร่วงหนัก โดยเฉพาะราชาคริปโตอย่าง BTC
อย่างไรก็ตาม เหรียญหนึ่งที่กำลังจะเปิดตัวในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้อย่าง Bitcoin Hyper กลับระดมทุนได้อย่างน่าประทับใจแม้ในช่วงที่ตลาดซบเซา ซึ่งตอนนี้ยอดระดมทุน ICO พุ่งไปถึง $30.22M แล้ว

Bitcoin Hyper ($HYPER) เป็นโปรเจกต์ Layer-2 ตัวแรงที่กำลังเป็นที่จับตาในวงการคริปโต เพราะมันถูกพัฒนาขึ้นบน Solana Virtual Machine (SVM) เพื่อเปลี่ยนภาพของ Bitcoin จาก “สินทรัพย์เก็บมูลค่า” ให้กลายเป็นเครือข่ายที่รองรับทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น DeFi, dApps ไปจนถึงโลกของ Meme Coin
สิ่งที่ทำให้ Bitcoin Hyper โดดเด่นคือ ความเร็วระดับหลายหมื่นธุรกรรมต่อวินาที พร้อมค่าธรรมเนียมเฉลี่ยต่ำกว่า 0.001 ดอลลาร์ ทำให้ปัญหาความล่าช้าและค่าธรรมเนียมแพงของ Bitcoin แบบเดิมหมดไปทันที ที่สำคัญคือยังคงความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี Zero-Knowledge Proof (ZKP) ที่ใช้ในโปรเจกต์ระดับโลก
นอกจากนี้ Bitcoin Hyper ยังเปิดประตูให้ผู้ใช้งานได้ สร้าง Meme Coin ของตัวเอง, ใช้ BTC เป็นหลักประกันในโลก DeFi, ทำธุรกรรมขนาดเล็กแบบเรียลไทม์ และดึงชุมชนจาก Solana เข้ามามีส่วนร่วมในระบบ Layer-2 ของ Bitcoin ได้อย่างเต็มตัว
อีกหนึ่งฟีเจอร์สำคัญคือระบบ Cross-Chain Bridge ที่เชื่อมต่อระหว่าง Bitcoin, Ethereum และ Solana ทำให้การย้ายสินทรัพย์ข้ามเครือข่ายปลอดภัยและสะดวก ผู้ใช้งานสามารถนำสินทรัพย์เหล่านี้เข้าสู่ระบบนิเวศของ Bitcoin Hyper ได้โดยตรง
หากคุณกำลังมองหาโอกาสใหม่ในโลกคริปโต ลองเข้าไปอ่านบทวิเคราะห์ Bitcoin Hyper หรือศึกษาวิธีซื้อ Bitcoin Hyper แบบละเอียด เพื่อใช้เป็นแนวทางก่อนตัดสินใจลงทุน
อย่าพลาดกิจกรรมพิเศษและข่าวอัปเดตล่าสุดจากทีมพัฒนาได้ที่ใน X และ Telegram ของโปรเจกต์ที่เปิดให้พูดคุยกันแบบเรียลไทม์
ไปยัง Bitcoin Hyper