เงินทุนย้ายจาก Bitcoin สู่ Ethereum นักวิเคราะห์ชี้ BitMine เป็นตัวเร่ง

Bitcoin Dominance หรือส่วนแบ่งตลาดของ BTC ได้ลดลง 2.68% เหลือเพียง 57.3% ในขณะที่ Ethereum กลับเพิ่มขึ้นมา 2.44% เป็น 14.3% ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนออกมาผ่านราคาเหรียญเช่นกัน โดย BTC เพิ่มขึ้นเพียง 1.02% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ส่วน ETH เพิ่มขึ้นถึง 4.7% อย่างน่าประทับใจในช่วงเวลาเดียวกัน

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ชื่อดังยังชี้ว่าสัญญาณเงินทุนเริ่มไหลออกจาก BTC ไปยังคู่แข่งคนสำคัญอย่าง ETH จำนวนมาก โดยหนึ่งในปัจจัยที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคืออิทธิพลจาก Tom Lee และโปรเจกต์ BitMine ซึ่งอาจเป็นตัวเร่งให้เกิดการโยกย้ายเม็ดเงินครั้งนี้
สัญญาณชัด! เงินทุนเริ่มไหลออกจาก Bitcoin มุ่งสู่ Ethereum
ภายใต้การนำของ Tom Lee นักกลยุทธ์ชื่อดังจาก Wall Street อย่าง BitMine ได้ก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทที่มีทรัพย์สิน ETH ใหญ่ที่สุดในโลก และยังเป็นบริษัทที่ถือครองคริปโตมากที่สุดเป็นอันดับสอง ด้วยจำนวน Ether ในครอบครองถึง 1,713,899 ETH ซึ่งมีมูลค่าประมาณ $7.92 พันล้าน นอกจากนี้ นักลงทุนที่มีชื่อเสียงอย่าง Cathie Wood และ Peter Thiel ก็ได้เข้ามาถือหุ้นในบริษัทนี้ด้วย
ในอดีต BTC มักเป็นตัวเลือกหลักสำหรับการจัดสรรทรัพย์สินในคลังขององค์กรต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ETH ได้เริ่มเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา โดยปัจจุบันบริษัทจดทะเบียนสาธารณะถือครอง Ethereum รวม 3,041,192 ETH คิดเป็นมูลค่ากว่า $1.4 หมื่นล้าน หรือประมาณ 2.5% ของ ETH ทั้งหมดที่หมุนเวียนในตลาด ซึ่งยังคงตามหลัง BTC ที่มีสัดส่วนทรัพย์สินในคลังถึง 8.5%
ที่น่าสนใจคือ ข้อมูลล่าสุดจากตลาดชี้ให้เห็นถึงปรากฏการณ์ ‘Capital Rotation’ หรือการหมุนเวียนของเงินทุน ที่เริ่มเห็นเม็ดเงินไหลออกจาก BTC สินทรัพย์ดิจิทัลอันดับหนึ่งของโลก ไปยัง ETH ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสัญญาอัจฉริยะที่ใหญ่ที่สุด การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนสถาบันและรายย่อยเริ่มมองหาโอกาสการเติบโตที่สูงกว่าในระบบนิเวศของ Ethereum แล้ว
นักวิเคราะห์มองว่า แม้ Bitcoin จะยังคงสถานะเป็น ‘ทองคำดิจิทัล’ แต่ศักยภาพในการเติบโตแบบก้าวกระโดดอาจมีจำกัดเมื่อเทียบกับ Ethereum ที่มีระบบนิเวศ DeFi, NFTs และ Layer-2 ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ปัจจัยนี้ทำให้ ETH กลายเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้สูงขึ้น เพื่อแลกกับผลตอบแทนที่อาจมากกว่าการถือครอง BTC เพียงอย่างเดียว
เจาะลึกบทบาท Tom Lee และ BitMine ปัจจัยหนุนราคา ETH
นักวิเคราะห์รายหนึ่งได้ตั้งข้อสังเกตว่า อิทธิพลของ Tom Lee ผู้ร่วมก่อตั้ง Fundstrat Global Advisors ซึ่งเป็นผู้ที่มองตลาดในแง่ดีมาโดยตลอด มีส่วนสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมุมมองของเขาที่เกี่ยวกับโปรเจกต์ BitMine และโครงสร้างพื้นฐานของการขุดคริปโต ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการส่งสัญญาณบวกต่อแพลตฟอร์มที่มีการใช้งานจริงและมีศักยภาพในการพัฒนาสูงอย่าง Ethereum
แม้ BitMine จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการขุด Bitcoin แต่แนวคิดเบื้องหลังที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานและนวัตกรรม ทำให้นักลงทุนหันมาให้ความสนใจ ETH มากขึ้น เนื่องจาก ETH เป็นมากกว่าแค่สกุลเงิน แต่เป็นแพลตฟอร์มที่รองรับแอปพลิเคชันกระจายอำนาจ (dApps) นับพัน ซึ่งต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและมีการพัฒนาต่อเนื่อง การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของคริปโตจึงเปรียบเสมือนการเดิมพันในอนาคตของ ETH ไปในตัวนั่นเอง
วิเคราะห์แนวโน้ม: อนาคตของ Bitcoin และ Ether หลังการโยกย้ายทุน
การโยกย้ายเงินทุนครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อทั้งสองเหรียญหลัก สำหรับ BTC อาจเผชิญกับการชะลอตัวในระยะสั้น และอาจเห็นส่วนแบ่งตลาด (Dominance) ลดลง อย่างไรก็ตาม สถานะการเป็นสินทรัพย์สำรองหลักในโลกดิจิทัลก็ยังคงแข็งแกร่ง และยังเป็นประตูบานแรกสำหรับนักลงทุนสถาบันส่วนใหญ่ที่เข้ามาในตลาดคริปโตด้วย
ในทางกลับกัน ETH ได้รับประโยชน์โดยตรงจากกระแสเงินทุนที่ไหลเข้า ซึ่งจะช่วยเร่งการพัฒนาในระบบนิเวศให้เติบโตเร็วขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็นโซลูชัน Layer-2 ที่จะช่วยลดค่าธรรมเนียม หรือการเติบโตของ DeFi และ GameFi บนเครือข่าย
นักลงทุนจึงควรจับตาดูอัตราส่วนราคา ETH/BTC อย่างใกล้ชิด เพราะเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของตลาดที่มีต่อ ETH เมื่อเทียบกับ BTC