BTC จะร่วงถึงไหน? หลังราคาเหยียบ $85K ไปสด ๆ ร้อน ๆ

BTC หรือ Bitcoin ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงสู่ระดับ $85,500 ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) อาจประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งส่งผลให้เกิดการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทั่วทั้งตลาด และเกิดการล้างพอร์ตมูลค่ามหาศาล
Bitcoin ร่วงแรง! ตลาดแดงฉาน ล้างพอร์ต Long กว่า $656 ล้าน
ในช่วงเช้าวันจันทร์ตามเวลาเอเชีย ราคา BTC ได้ดิ่งลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ $85,616 ซึ่งเป็นการปรับตัวลงกว่า 5.5% ภายใน 24 ชั่วโมง และนับเป็นการลดลงถึง 32% จากจุดสูงสุดตลอดกาล (All-Time High) ที่เคยทำไว้ที่ $126,000 เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม การปรับฐานครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อตลาดฟิวเจอร์ส โดยมีการล้างพอร์ต (Liquidation) รวมกว่า $641 ล้านดอลลาร์
จากข้อมูลพบว่า สถานะ Long (การคาดการณ์ว่าราคาจะขึ้น) ถูกล้างไปมากถึง $564.3 ล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะ Bitcoin ที่มีมูลค่าการล้างพอร์ต Long สูงถึง $188.5 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วย Ethereum (ETH) ที่ $139.6 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแรงเทขายที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรงไปทั่วทั้งตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล
เปิดสาเหตุหลัก: ทำไม BTC ถึงสะเทือนเพราะประเทศเล็ก ๆ อย่างญี่ปุ่น?
ปัจจัยสำคัญที่กดดันราคา Bitcoin ในครั้งนี้คือความคาดหวังที่เพิ่มสูงขึ้นว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 18-19 ธันวาคมนี้ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกของญี่ปุ่นนับตั้งแต่เดือนมกราคม
สถานการณ์นี้สร้างความกังวลเกี่ยวกับการ “Unwind a Yen Carry Trade” ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่นักลงทุนกู้เงินเยนที่มีดอกเบี้ยต่ำ เพื่อไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น สกุลเงินดิจิทัล
เมื่อเงินเยนแข็งค่าขึ้นจากการขึ้นดอกเบี้ย ต้นทุนการกู้ยืมจะสูงขึ้น ทำให้นักลงทุนต้องรีบเทขายสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อนำเงินกลับไปชำระหนี้
เหตุการณ์คล้ายกันนี้เคยเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2024 ที่การขึ้นดอกเบี้ยของ BoJ อย่างไม่คาดคิดได้ส่งผลให้ราคา BTC ร่วงลงถึง 20% ไปอยู่ที่ $49,000 และมีการล้างพอร์ตสูงถึง 1.7 พันล้านดอลลาร์
กูรูชี้เป้า! Arthur Hayes และ Nic วิเคราะห์ปัจจัยลบ
นักวิเคราะห์และผู้มีชื่อเสียงในวงการต่างออกมาแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน โดย Arthur Hayes ผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX ทวีตข้อความว่า “$BTC ร่วงก็เพราะ BoJ ส่งสัญญาณว่าจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม”
ขณะที่ Nic ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Coinbureau ชี้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นอายุ 2 ปีพุ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008 และค่าเงินเยนก็แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว
ความเชื่อมั่นของตลาดสะท้อนผ่านตัวเลขต่างๆ โดยนักลงทุนในตลาดพันธบัตรมองว่าโอกาสที่ BoJ จะขึ้นดอกเบี้ยในวันที่ 19 ธ.ค. สูงถึง 76% ขณะที่ผลสำรวจของ Reuters ชี้ว่า 53% ของนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ย ส่วนแพลตฟอร์มคาดการณ์อย่าง Polymarket ก็ประเมินโอกาสไว้ที่ 52% สำหรับการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% (25 bps)
วิเคราะห์กราฟ BTC: สัญญาณ “Bear Flag” ชี้เป้า $67,700
ในเชิงเทคนิค ราคา Bitcoin กำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก ข้อมูล Liquidation Heatmap จาก CoinGlass แสดงให้เห็นว่ามีสภาพคล่อง (Liquidity) หรือคำสั่งซื้อรออยู่จำนวนมากในช่วงราคา $79,600 ซึ่งหมายความว่าราคาอาจปรับตัวลงไปทดสอบแนวรับดังกล่าวก่อนที่จะฟื้นตัว

นอกจากนี้ กราฟรายวันยังแสดงการยืนยันรูปแบบ “Bear Flag” ซึ่งเป็นสัญญาณว่าแนวโน้มขาลงอาจลากยาวต่อ หลังจากราคาหลุดกรอบล่างของธงที่ $90,300 และหากแท่งเทียนรายวันปิดต่ำกว่าระดับนี้ ก็จะเป็นการยืนยันเป้าหมายการร่วงต่อไปที่ $67,700 ซึ่งเป็นระดับใกล้เคียงกับ ATH เดิมในปี 2021 และคิดเป็นการขาดทุนเพิ่มเติมอีกประมาณ 21%

คาดการณ์ระยะยาว: Bitcoin จะไปต่อหรือพอแค่นี้?
Peter Brandt เทรดเดอร์ระดับตำนาน ได้แชร์กราฟที่ชี้ให้เห็นว่าแนวโน้มขาลงในภาพใหญ่นี้อาจพบแนวรับสำคัญในโซนสีเขียว ซึ่งอยู่ระหว่าง $45,000 ถึง $70,000 ซึ่งเป็นโซนที่นักลงทุนระยะยาวกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด
สิ่งที่น่าสนใจคือ เส้นทางราคาของ Bitcoin ในปี 2025 มีความสัมพันธ์เกือบ 100% กับวัฏจักรตลาดหมีในปี 2022 แปลว่าหากแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไป การฟื้นตัวอย่างแท้จริงของ BTC ก็อาจไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะถึงไตรมาสแรกของปีหน้าเลยทีเดียว ทำให้นักลงทุนต้องกลับมาทบทวนว่าในบรรดาเหรียญคริปโตที่น่าลงทุน 2025 จะมีตัวไหนบ้างที่สามารถผ่านช่วงเวลาที่ผันผวนนี้ไปได้