Bitcoin เสี่ยงดิ่ง ก่อนลุ้นทะยานสู่ $120,000?

Bitcoin (BTC) กำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนครั้งใหม่ โดยนักวิเคราะห์คริปโตชื่อดัง TehThomas ได้เปิดเผยการวิเคราะห์ที่น่าสนใจว่า ราคา BTC อาจต้องเผชิญกับการปรับฐานหรือร่วงลงในระยะสั้น เพื่อปิด “ช่องว่างราคา” (Fair Value Gaps) หลัก ก่อนที่จะสามารถสร้างฐานและพุ่งทะยานสู่เป้าหมายใหญ่ที่ระดับ $120,000 ได้สำเร็จ การเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นกลยุทธ์การเคลียร์สภาพคล่องที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
วิเคราะห์ 2 ช่องว่างราคา ที่กำลังฉุด BTC
ตามการวิเคราะห์ของ TehThomas ปัจจุบันราคา BTC ถูกกดดันจากช่องว่างราคา หรือ Fair Value Gaps (FVGs) สองแห่งที่ยังไม่ถูกปิด แห่งแรกอยู่เหนือระดับ $117,000 และอีกแห่งอยู่ต่ำกว่าระดับ $111,000 ซึ่งเป็นจุดที่ต่ำกว่าราคาล่าสุด
การมีอยู่ของช่องว่างเหล่านี้สร้างความไม่สมดุลในตลาดและเป็นเป้าหมายที่ราคา BTC มักจะเคลื่อนที่เข้าไปหาเพื่อปิดช่องว่างดังกล่าว

ทฤษฎีที่น่าสนใจคือ ราคา BTC อาจพุ่งขึ้นไปทดสอบแนวต้านและปิดช่องว่างด้านบนที่ $117,000 ก่อน เพื่อกระตุ้น Stop Loss และดึงดูดนักลงทุนที่ไล่ซื้อ (late longs) ให้เข้ามาในตลาด จากนั้นจึงเกิดการกลับตัวอย่างรวดเร็วและดิ่งลงมาเพื่อปิดช่องว่างด้านล่างที่ระดับ $111,000 ซึ่งการเคลื่อนไหวลักษณะนี้เป็นการเคลียร์สภาพคล่องทั้งสองฝั่งอย่างสมบูรณ์
เส้นทางราคา Bitcoin สู่ $120,000: ทำไมต้องเคลียร์สภาพคล่องก่อน?
แม้ว่าการคาดการณ์ว่าจะมีการปรับฐานลงไปที่ $111,000 อาจฟังดูน่ากังวล แต่นักวิเคราะห์มองว่านี่คือสัญญาณเชิงบวกในระยะยาว เพราะการที่ราคา BTC ย่อตัวลงมาเพื่อปิดช่องว่างด้านล่างถือเป็นการสร้างฐานราคาที่แข็งแกร่ง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นโซนที่มีความต้องการซื้อสูง
การเคลื่อนไหวนี้จึงจะช่วย “ล้างกระดาน” หรือเคลียร์สภาพคล่องภายใน (internal liquidity) ที่สะสมอยู่ในโครงสร้างราคาที่บีบอัดตัวมานานนั่นเอง
เมื่อสภาพคล่องภายในถูกเคลียร์ออกไปแล้ว จะทำให้ BTC มีพื้นที่ว่างและมีเสถียรภาพมากพอที่จะเริ่มต้นการพุ่งขึ้นครั้งใหญ่อย่างแท้จริง การปรับฐานครั้งนี้จึงไม่ใช่การจบรอบขาขึ้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเตรียมความพร้อมก่อนที่ราคา BTC จะมุ่งหน้าสู่เป้าหมายที่สูงขึ้นอย่างยั่งยืน
จะเกิดอะไรขึ้นกับ Bitcoin หลังปรับฐาน? จับตาสัญญาณยืนยันขาขึ้น
หลังจากที่ราคา BTC สามารถปิดช่องว่างทั้งสองแห่งและเคลียร์สภาพคล่องได้สำเร็จ นักวิเคราะห์ชี้ว่าเป้าหมายต่อไปคือการทะลุแนวโน้มขาลง (descending trendline) เพื่อยืนยันการกลับตัวเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน
เมื่อราคาสามารถยืนเหนือแนวโน้มดังกล่าวได้ จะเป็นการเปิดทางให้ BTC พุ่งขึ้นไปทดสอบสภาพคล่องที่สะสมอยู่บริเวณแนวต้านและจุดสูงสุดเดิม
เป้าหมายสุดท้ายของรอบการเคลื่อนไหวนี้คือระดับราคา $120,000 ซึ่งจะถือเป็นการสิ้นสุดวงจร “การปิดช่องว่างราคา การกวาดสภาพคล่อง และการขยายตัวตามทิศทาง” (imbalance fill, liquidity grab, and directional expansion) อย่างสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม TehThomas ย้ำว่าแนวโน้มราคา BTC ไม่น่าจะสามารถพุ่งขึ้นอย่างยั่งยืนได้จนกว่าโซนราคาทั้งสองแห่งจะถูกจัดการเรียบร้อยเสียก่อน

Bitcoin Hyper: Layer 2 ใหม่เพื่อยกระดับศักยภาพ BTC
Bitcoin Hyper (HYPER) ถือเป็นโซลูชัน Layer 2 รุ่นแรกที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขข้อจำกัดสำคัญของ Bitcoin ซึ่งรวมถึงความล่าช้าในการทำธุรกรรม ค่าธรรมเนียมที่สูง การขาดความสามารถในการเขียนโปรแกรม และปัญหาเกี่ยวกับการใช้พลังงานและการปล่อยมลพิษ

แม้ว่าบริษัทต่าง ๆ จะถือครอง BTC รวมมูลค่ากว่า 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ blockchain ของเครือข่ายก็ยังคงมีประสิทธิภาพต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ ความเร็วในการประมวลผลจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงเวลาที่มีปริมาณธุรกรรมสูงมาก ด้วยโครงสร้างที่มีข้อจำกัดทำให้เครือข่ายสามารถรองรับธุรกรรมได้เพียง 7 รายการต่อวินาทีเท่านั้น ในขณะที่ Solana สามารถจัดการได้สูงสุดถึง 65,000 ธุรกรรมต่อวินาทีในสภาวะที่เหมาะสม
นอกจากนี้ เครือข่าย BTC ยังขาดคุณสมบัติในการรองรับ smart contracts และ decentralized applications โดยตรง ซึ่งส่งผลให้นักพัฒนาต้องสร้างโซลูชันที่ซับซ้อนและยุ่งยากขึ้นเพื่อให้ใช้งานร่วมกันได้ บางรายถึงขั้นย้ายไปพัฒนาแอปพลิเคชันบน blockchain อื่น ๆ ซึ่งทำให้ BTC ขาดประโยชน์ในเชิง utility อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
HYPER ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้ทั้งหมด โดยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการชำระเงินผ่าน BTC รวมถึงการใช้งาน meme coins และ dApps อีกทั้งยังช่วยลดข้อจำกัดทางเทคโนโลยีเดิม และเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับวงการ blockchain อีกด้วย
ไปยัง BTC Hyper