Strategy หุ้นพุ่งกระฉูด! หลัง MSCI ชะลอตัดบริษัทคลังคริปโตพ้นดัชนีหลัก

หุ้น MSTR ดีดตัวขึ้นทันที หลัง MSCI ประกาศชะลอการตัดสินใจถอดถอนบริษัทที่มีสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวนมากออกจากดัชนี ซึ่งเป็นการผ่อนคลายความกังวลเรื่องแรงเทขายจากกองทุน Passive และช่วยให้บริษัทอย่าง Strategy (ชื่อเดิม MicroStrategy) ของ Michael Saylor หายใจได้โล่งขึ้นชั่วคราว
MSCI เหยียบเบรก! หุ้น Strategy ดีดตัวรับข่าวดี
เมื่อวันอังคารที่ 7 มกราคม Morgan Stanley Capital International (MSCI) ได้ออกประกาศสำคัญว่าจะยังไม่ดำเนินการถอดถอนบริษัทที่เรียกว่า “Digital Asset Treasury Companies” (DATCOs) หรือ บริษัทคลังสินทรัพย์ดิจิทัล ออกจากดัชนีในทันที
MSCI นิยามบริษัทเหล่านี้ว่าเป็นบริษัทที่ถือครองคริปโตเคอร์เรนซีหรือสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ คิดเป็นสัดส่วน 50% หรือมากกว่าของสินทรัพย์ทั้งหมด ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้ช่วยลดแรงกดดันมหาศาลให้กับบริษัทกลุ่มนี้

ผลกระทบเชิงบวกเกิดขึ้นทันทีกับหุ้นของ Strategy ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนที่ถือครอง Bitcoin (BTC) มากที่สุดในโลก โดยข้อมูลจาก CoinCodex ระบุว่า แม้หุ้นจะร่วงลงประมาณ 4.1% ในช่วงเวลาซื้อขายปกติ แต่กลับพุ่งขึ้นราว 5% ในช่วงซื้อขายหลังปิดตลาด (after-hours)
ปัจจุบัน Strategy ถือครอง Bitcoin มากถึง 673,783 BTC ทำให้ราคาหุ้นมีความอ่อนไหวอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์ของดัชนีและกระแสเงินทุนจากสถาบัน
เจาะลึกสาเหตุ ทำไมการตัดสินใจของ MSCI จึงสำคัญ?
หาก MSCI เดินหน้าถอดถอนบริษัทกลุ่มนี้ออกจากดัชนี อาจส่งผลให้เกิดการเทขายหุ้นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์จากกองทุนดัชนี (Passive Index Funds) ที่ต้องปรับพอร์ตตาม
การที่บริษัทคลังสินทรัพย์ดิจิทัลยังคงอยู่ในดัชนีต่อไป หมายความว่ากองทุนเหล่านี้ยังสามารถเข้าถึงและลงทุนในหุ้นดังกล่าวได้ จึงช่วยรักษาสภาพคล่องและพยุงความต้องการจากนักลงทุนสถาบันที่ใช้ดัชนีเป็นเกณฑ์ในการจัดสรรการลงทุน
ทั้งนี้ ประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับบริษัทคลังสินทรัพย์ดิจิทัลได้ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงปี 2024 และ 2025 หลังจากที่บริษัทมหาชนกว่า 190 แห่งเริ่มนำ Bitcoin เข้ามาเก็บในคลังสินทรัพย์ของบริษัท และอีกหลายสิบแห่งได้เพิ่ม Ethereum, Solana และ Altcoin อื่นๆ เข้ามาด้วย
อย่างไรก็ตาม ความผันผวนอย่างรุนแรงของตลาดคริปโตในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 ได้สร้างคำถามสำคัญเกี่ยวกับความยั่งยืนและโปรไฟล์ความเสี่ยงของกลยุทธ์นี้

อย่าเพิ่งวางใจ! อนาคตของ Strategy และบริษัทคลังคริปโต ยังคงต้องจับตาต่อไป
แม้จะเป็นข่าวดี แต่การตัดสินใจของ MSCI เป็นเพียงการ “ชะลอ” ไว้ชั่วคราวเท่านั้น ทาง MSCI ได้ชี้แจงว่าจะมีการจัดกระบวนการปรึกษาหารือในวงกว้างต่อไป เพื่อหาแนวทางจำแนกความแตกต่างระหว่างบริษัทที่ดำเนินธุรกิจแบบดั้งเดิมกับบริษัทที่มีกิจกรรมหลักคล้ายกับเป็นเครื่องมือเพื่อการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งภาษาที่ใช้ยังคงสร้างความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานะของบริษัทเหล่านี้ในระยะยาว
สรุปได้ว่า แม้วิกฤตเฉพาะหน้าจะคลี่คลายลง แต่การจัดประเภทของบริษัทคลังสินทรัพย์ดิจิทัลจะยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยเฉพาะสำหรับผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Strategy และบริษัทอื่น ๆ ที่ใช้กลยุทธ์ถือครองคริปโตเป็นหลัก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางการลงทุนของสถาบันในอนาคต
ส่อง Bitcoin Hyper: Layer-2 ที่จะเข้ามายกระดับ Bitcoin รับ Q1 2026

ในขณะที่ผู้เล่นรายใหญ่กำลังเผชิญความท้าทายด้านกฎเกณฑ์ นวัตกรรมใหม่ๆ ในโลกคริปโตก็กำลังเกิดขึ้นอย่างร้อนแรง โดย Bitcoin Hyper ($HYPER) เป็นหนึ่งในโปรเจกต์ที่กำลังถูกพูดถึงมากในช่วงที่ตลาดเริ่มมองหาโครงสร้างพื้นฐานใหม่ให้กับ Bitcoin
แทนที่จะพยายามแข่งกับเชนหลัก โปรเจกต์ Bitcoin Hyper เลือกแก้ปัญหาที่จุดอ่อนเดิมของเครือข่าย Bitcoin อย่างความช้าและค่าธรรมเนียม โดยการนำเทคโนโลยี Solana Virtual Machine (SVM) มาใช้เพื่อแก้ปัญหาคอขวดของเครือข่ายโดยตรง ทำให้ความเร็วในการทำธุรกรรมพุ่งจาก ~7 TPS ไปสู่ระดับหลายหมื่น TPS และลดค่าธรรมเนียมเฉลี่ยเหลือไม่ถึง 0.001 ดอลลาร์
กล่าวคือ เป็นการนำเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงมาเชื่อมกับระบบนิเวศของ Bitcoin โดยตรง ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำธุรกรรมได้รวดเร็วขึ้น ต้นทุนต่ำลง และยังคงยึดความปลอดภัยของ Bitcoin เป็นแกนหลัก ทำให้โปรเจกต์นี้ถูกมองว่าเป็น “สะพาน” ที่จะพา Bitcoin ก้าวเข้าสู่โลก Web3 อย่างจริงจัง นั่นเอง
ในมุมของนักลงทุน Bitcoin Hyper ถูกออกแบบให้มีบทบาทใช้งานจริงภายในเครือข่าย ทั้งในแง่ค่าธรรมเนียม การเข้าถึงแอปพลิเคชัน และกลไกสร้างแรงจูงใจต่างๆ ซึ่งช่วยให้มูลค่าโทเค็นผูกกับการเติบโตของระบบ ไม่ได้อิงแค่กระแสหรือการเก็งกำไรระยะสั้นเพียงอย่างเดียว
หากคุณต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Bitcoin Hyper แนะนำให้อ่านบทวิเคราะห์ Bitcoin Hyper หรือดูคู่มือวิธีซื้อ HYPER แบบละเอียด รวมถึงเกาะติดความเคลื่อนไหวของทีมได้จาก X และ Telegram
ยอดระดมทุนล่าสุด
ราคาจะถูกปรับขึ้นอีกครั้งภายใน: