วอลเล็ตใหม่โชว์สแกนเส้นเลือด แต่ทำไม Best Wallet ชนะขาด?

กระเป๋าคริปโตน้องใหม่อย่าง G-Knot เปิดตัวด้วยระบบสแกนเส้นเลือดสุดล้ำ ซึ่งถือว่าน่าสนใจไม่น้อย แต่เมื่อเทียบกันแบบใช้งานจริง หลายคนยังมองว่า Best Wallet (BEST) โดดเด่นกว่าในหลายด้าน ทั้งความปลอดภัยที่ครอบคลุมกว่าและประสบการณ์การใช้งานที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันมากกว่า
แม้ Best Wallet จะไม่ได้ใช้การสแกนเส้นเลือด แต่ก็มีระบบยืนยันตัวตนแบบไบโอเมตริกพร้อมเลเยอร์ความปลอดภัยหลายชั้นในระดับที่แข่งกับฮาร์ดแวร์วอลเล็ตได้ บวกกับความสะดวกที่เหนือกว่า ช่วยให้ทำธุรกรรมหรือเชื่อม Web3 ได้ลื่นไหลโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมเหมือนกระเป๋าชนิด Cold Wallet
นอกจากนี้ Best Wallet ยังเตรียมเปิดตัว Best Card บริการเดบิตการ์ดที่จะให้ผู้ใช้งานใช้คริปโตจ่ายค่าของได้เหมือนเงินสด ซึ่งฟีเจอร์นี้ถือว่าเป็นจุดที่ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตและคู่แข่งส่วนใหญ่ยังทำไม่ได้ ทำให้ Best Wallet กลายเป็นตัวเลือกที่ยกระดับจาก “แค่เก็บเหรียญ” ไปสู่การใช้งานในชีวิตจริง
ตอนนี้เข้าสู่ช่วงสัปดาห์สุดท้ายแล้วในการซื้อโทเค็นของแพลตฟอร์มอย่าง $BEST ในราคาต่ำสุดที่ $0.026015 ขณะที่กระแสข่าวลือเรื่องการลิสต์บนเว็บเทรดระดับท็อปก็เริ่มหนักขึ้น เพราะการลิสต์แค่เจ้าเดียวก็อาจดันราคาให้ดีดขึ้นได้ทันที
สำหรับนักลงทุนที่ไม่อยากพลาดราคาช่วงต้น นี่คือจังหวะสุดท้ายในการเข้าร่วมก่อน BEST จะขึ้นสู่กระดานเทรดและมูลค่าปรับตัวสูงขึ้นในรอบต่อไป
เลือกที่ใช่! G-Knot เน้นป้องกันสุดโต่ง – Best Wallet ตอบโจทย์การใช้งานประจำวัน
การแข่งขันด้านความปลอดภัยของกระเป๋าคริปโตเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และ G-Knot ก็เลือกเดินเกมแบบสุดทาง ด้วยระบบสแกนเส้นเลือดที่อ่านโครงสร้างหลอดเลือดและการไหลเวียนเลือด เพื่อสร้างคีย์ยืนยันตัวตนที่ปลอมแปลงแทบไม่ได้
ระบบนี้ทำงานร่วมกับ Zero-Knowledge Proof ช่วยเก็บข้อมูลไบโอเมตริกไว้ในเครื่อง ไม่ต้องใช้ PIN หรือ Seed Phrase เลย เหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องการความปลอดภัยระดับรับมือสถานการณ์หนัก ๆ เช่นการถูกบังคับเปิดกระเป๋า
แต่ในความเป็นจริง ผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่ได้กังวลเรื่องการลักพาตัวขนาดนั้น สิ่งที่พวกเขาต้องการคือ ความปลอดภัยที่ใช้งานง่ายในชีวิตประจำวัน
ตรงนี้เองที่ Best Wallet โดดเด่นขึ้นมา เพราะถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์การใช้คริปโตจริง ทั้งการเทรด การถือระยะยาว ไปจนถึงการใช้งาน Web3 ครบจบในแอปเดียว โดยยังคงความเป็น Non-Custodial ที่เทียบชั้นฮาร์ดแวร์วอลเล็ตได้ แต่ไม่ต้องพกอุปกรณ์แยก
นอกจากนี้ยังผสานทั้งความปลอดภัย การจัดการสินทรัพย์ และในอนาคตจะเพิ่มฟีเจอร์ใช้จ่ายในชีวิตจริงอย่าง Best Card ซึ่งทำให้กระเป๋านี้เหมาะทั้งสายเทรดและสายถือยาวที่ต้องการความสะดวกแบบ All-in-One โดยไม่ต้องเลือกว่าจะ “ปลอดภัยกว่า” หรือ “ใช้ง่ายกว่า” เพราะได้ทั้งคู่ในที่เดียว
ทำไมโมเดลความปลอดภัยของ Best Wallet จึงล้ำเทียบ Hardware Wallet?
จุดเริ่มต้นของความปลอดภัยในแอป Best Wallet คือการเป็นกระเป๋าแบบ Non-Custodial ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ถือกุญแจส่วนตัวเองเต็ม ๆ ไม่ต้องเสี่ยงเหมือนกระเป๋าแบบ Custodial หรือฝากไว้บนเว็บเทรดที่เคยมีประวัติถูกแฮ็กมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
กระเป๋า Non-Custodial ต่างจาก Hardware Wallet อย่าง G-Knot ที่แม้จะมีเทคโนโลยีไบโอเมตริกขั้นเทพ แต่ถ้าอุปกรณ์หายหรือพังขึ้นมา การกู้คืนแทบเป็นไปไม่ได้เลย เพราะไม่มีอุปกรณ์ หรือไม่มี Seed Phrase หรือระบบสำรองให้ใช้งานอีกต่อไป
Best Wallet ไม่เพียงเป็น Non-Custodial ธรรมดา แต่ยังเสริมเกราะด้วยเทคโนโลยีระดับสถาบัน Fireblocks MPC-CMP ที่แยกกุญแจของผู้ใช้งานออกเป็นหลายชิ้นแบบเข้ารหัสและเก็บไว้คนละที่ ทำให้แม้หนึ่งจุดถูกเจาะ ระบบก็ไม่สามารถถูกเข้าถึงได้ทั้งหมด
นอกจากนี้ ยังมีการยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์ + 2FA แบบบังคับ ซึ่งหมายความว่าต่อให้ขโมยได้เครื่อง ก็ยังเข้าแอปไม่ได้อยู่ดี

จุดเด่นอีกอย่างคือ Best Wallet ไม่มี Seed Phrase แต่ยังกู้คืนได้ ต่างจาก G-Knot ที่ถ้าอุปกรณ์พังก็จะจบเกมทันที นั่นก็เพราะมันมีระบบสำรองบนคลาวด์แบบเข้ารหัส ทำให้ผู้ใช้กู้คืนบัญชีได้ง่าย ไม่ต้องเสี่ยงลากกระดาษ Seed Phrase ไปซ่อนไว้ที่ไหน และไม่ต้องกลัวทำตกน้ำหรือทำหาย
ดังนั้นมันจึงรวมข้อดีของ Hardware Wallet + ความสะดวกของแอปมือถือไว้ในที่เดียว โดยตัดจุดอ่อนอย่าง Seed Phrase ทิ้งและเสริมฟีเจอร์ความปลอดภัยระดับองค์กรเข้าไปอีกชั้น ทำให้ภาพรวม “ปลอดภัยกว่า ใช้ง่ายกว่า และกู้คืนได้จริง” ในสถานการณ์ใช้งานของคนส่วนใหญ่
Best Wallet กระเป๋าเดียวที่รวมเทรด Multichain ค่าโอนถูก และการใช้จ่ายจริงในชีวิตประจำวัน
หลายคนมองว่าไม่มี Hardware Wallet รุ่นไหน หรือแม้แต่กระเป๋าดัง ๆ อย่าง MetaMask ที่ให้ประสบการณ์ใช้งานได้ครบแบบ Best Wallet เมื่อเทียบกับอุปกรณ์อย่าง G-Knot ที่รองรับแค่เหรียญหลักไม่กี่ตัว Best Wallet ออกแบบเป็น Multichain Wallet ที่แท้จริง ซึ่งรองรับเครือข่ายนับหลายสิบให้จัดการในแอปเดียว
ภายในแอปยังมาพร้อมฟีเจอร์เทรดต้นทุนต่ำแบบ ประหยัดสุดในตลาด เพราะผสานเข้ากับระบบเส้นทางสวอปของ Rubic ซึ่งดึงสภาพคล่องจาก DEX มากกว่า 330 แห่ง และสะพานข้ามเชนกว่า 30 เส้นทาง เพื่อให้ผู้ใช้ได้ราคาที่ดีที่สุดในทุกดีลแบบอัตโนมัติ
ด้วยสถาปัตยกรรม Multichain นี้ ผู้ใช้สามารถนำกระเป๋าที่มีอยู่บนเชนต่าง ๆ เข้ามารวมไว้ในแอปเดียว โดยไม่ต้องเปิดหลายแอป ไม่ต้องพกหลายอุปกรณ์ ลดความซับซ้อนและทำให้ใช้งานจริงสะดวกกว่าเดิมมาก

สิ่งที่ทำให้ Best Wallet โดดเด่นยิ่งกว่าคือ การเชื่อมโลกคริปโตกับชีวิตประจำวันอย่างสมบูรณ์แบบ ผ่านฟีเจอร์ Best Card ที่กำลังจะเปิดให้ใช้งานเร็ว ๆ นี้ ผู้ใช้จะสามารถใช้คริปโตจ่ายของจริงได้ทันที ไม่ต้องผ่านเว็บเทรด ไม่ต้องออฟแรม หรือเชื่อมตัวกลางใด ๆ อีกต่อไป
ทั้งหมดนี้ทำให้มันเป็นกระเป๋าที่ “ใช้งานจริงได้ครบ” ทั้งเร็ว ถูก ลื่นไหล และตอบโจทย์ผู้ใช้ทั้งมือใหม่และสายเทรดมืออาชีพในแอปเดียว
นับถอยหลัง! สัปดาห์สุดท้ายของพรีเซล BEST Token
ตอนนี้เหลือเวลาเพียงสัปดาห์สุดท้าย ให้ผู้ที่สนใจซื้อ BEST ในราคาพรีเซล ก่อนที่โทเค็นจะถูกลิสต์บนกระดานเทรดชั้นนำ ซึ่งอาจกลายเป็นโอกาสสุดท้ายของนักลงทุนในการเข้าช้อนตอนที่ราคาต่ำกว่าตลาดจริง
โทเค็น $BEST คือหัวใจของระบบนิเวศ Best Wallet ใช้สำหรับทำธุรกรรม ปลดล็อกฟีเจอร์ขั้นสูง และในอนาคตยังใช้จ่ายในชีวิตประจำวันผ่าน Best Card การซื้อในช่วงพรีเซลจึงเปิดทางให้ผู้ถือเข้าถึงแพลตฟอร์มที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ก่อนความต้องการจากผู้ใช้รายใหม่จะผลักดันราคาให้สูงขึ้น
วิธีซื้อก็ง่ายมาก เพียงซื้อผ่านแอปโดยตรงด้วยบัตรธนาคาร หรือจะซื้อผ่านเว็บพรีเซลทางการก็ได้ ซึ่งรองรับ ETH, USDT และอีกมากมาย
แอป Best Wallet เปิดให้ดาวน์โหลดแล้วทั้งบน Google Play และ App Store
ติดตามอัปเดตแบบเรียลไทม์ผ่าน X, Telegram, และ Discord หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ด้านล่างนี้เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม