Standard Chartered ขยับครั้งใหญ่! เตรียมเปิดโต๊ะเทรดคริปโตสำหรับสถาบัน เขย่าวงการการเงินโลก

วงการการเงินโลกเริ่มสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อมีรายงานว่า Standard Chartered ธนาคารระดับโลกจากลอนดอน กำลังวางแผนเปิดให้บริการ Crypto Prime Brokerage สำหรับลูกค้าสถาบันโดยเฉพาะ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลที่ชัดเจนขึ้น แต่ยังอาจเป็นหมากสำคัญที่เปลี่ยนสมดุลการแข่งขันในตลาดคริปโตระดับโลก
ตามรายงานของ Bloomberg ระบุว่า การหารือยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และยังไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ทิศทางที่ชัดเจนของธนาคารยักษ์ใหญ่รายนี้ ก็เพียงพอที่จะจุดกระแสความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกได้แล้ว
เดินเกมผ่าน SC Ventures เสริมอาวุธธุรกิจคริปโตเต็มรูปแบบ
หนึ่งในจุดที่น่าจับตามากที่สุด คือ Standard Chartered เลือกขับเคลื่อนธุรกิจคริปโตผ่าน SC Ventures หน่วยงานด้าน Venture Capital ของธนาคาร ซึ่งถูกวางตัวให้เป็นหัวหอกด้านนวัตกรรมทางการเงิน
ล่าสุด SC Ventures กำลังพัฒนาโครงการในชื่อ “Project37C” ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าที่โฟกัสระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลแบบครบวงจร ตั้งแต่บริการรับฝากสินทรัพย์ (Custody), การแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน (Tokenization) ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับตลาดซื้อขาย (Market Access) โดยทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อรองรับลูกค้าระดับสถาบันโดยเฉพาะ

ย้อนดูบทบาท Standard Chartered กับคริปโตที่ผ่านมา
Standard Chartered ไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ในโลกคริปโต ตรงกันข้าม ธนาคารแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินดั้งเดิมที่แสดงท่าทีเชิงรุกมากที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Standard Chartered กลายเป็น ธนาคารระดับ Global Systemically Important Bank (G-SIB) รายแรกที่เปิดให้ลูกค้าสถาบันสามารถเทรด Bitcoin และ Ethereum แบบ Spot ได้โดยตรง
นอกจากนี้ ในไตรมาส 4 ปี 2025 ธนาคารยังประกาศความร่วมมือกับ OKX ในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) รวมถึงจับมือกับ DCS Card Center เพื่อพัฒนาโซลูชันบัตรที่รองรับการใช้ Stablecoin และล่าสุดยังขยายความร่วมมือกับ Coinbase เพื่อยกระดับบริการ Crypto Prime สำหรับลูกค้าสถาบันอีกขั้น
สำหรับบรรยากาศของตลาดในช่วงล่าสุด ข่าวการขยับตัวของ Standard Chartered เกิดขึ้นท่ามกลางภาวะที่ตลาดคริปโตโดยรวมเริ่มกลับมาทรงตัว โดยเฉพาะในจังหวะที่ Bitcoin และ Ethereum ยืนแนวรับหลัก ซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อโครงสร้างตลาด และช่วยประคองความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะสั้น
กลยุทธ์เลี่ยง Basel III และเกมกฎระเบียบที่ยังไม่จบ
การเลือกดำเนินธุรกิจผ่าน SC Ventures ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องโครงสร้างองค์กรเท่านั้น แต่ยังอาจเป็นกลยุทธ์สำคัญในการรับมือกับกฎระเบียบ โดยเฉพาะ Basel III ซึ่งกำหนดให้ธนาคารที่ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitcoin และ Ether ต้องแบกรับอัตราความเสี่ยงสูงถึง 1,250% ตามกรอบที่ BCBS ออกมาในปี 2022
ในทางกลับกัน การลงทุนผ่านโครงสร้าง VC บางรูปแบบ อาจถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่มีอัตราความเสี่ยงราว 400% เท่านั้น ทำให้โมเดลนี้มีความยืดหยุ่นมากกว่าอย่างชัดเจน
ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกกำลังหารือเพื่อทบทวนกฎเหล่านี้ก่อนบังคับใช้จริงในปี 2026 โดยสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในประเทศที่ออกมาเรียกร้องให้มีการปรับแก้ ด้วยเหตุผลว่ากรอบเดิม “ไม่สอดคล้องกับพัฒนาการของอุตสาหกรรม” โดยเฉพาะในภาค Stablecoin
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบที่กำลังจะมาถึง นักลงทุนจำนวนมากจึงเริ่มหันไปจับตา เหรียญคริปโตที่น่าลงทุนในปี 2026 เพื่อเตรียมรับโอกาสรอบใหม่ที่อาจเปิดกว้างกว่าที่เคย