นักวิเคราะห์มอง Bitcoin ร่วงแรงกว่า 15% ก่อนดีดกลับ คือจุดรีเซ็ตตลาดครั้งใหญ่สู่รอบขาขึ้นใหม่

Bitcoin เผชิญกับสัปดาห์ที่ผันผวนที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ล่าสุด โดยราคาร่วงลงอย่างรุนแรงถึง 15% ไปแตะที่ 103,000 ดอลลาร์ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มูลค่าตลาดหายไปหลายพันล้านดอลลาร์ภายในไม่กี่ชั่วโมง
การเทขายอย่างกะทันหันนี้ทำให้เกิดการล้างพอร์ต (Liquidation) ครั้งใหญ่ทั่วทั้งตลาดคริปโต และสร้างความตื่นตระหนกในหมู่นักลงทุน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ราคาเริ่มแสดงสัญญาณการฟื้นตัวในระยะแรก ซึ่งนักวิเคราะห์บางรายมองว่าการปรับฐานที่รุนแรงนี้อาจเป็นการปูทางไปสู่แนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่งและยั่งยืนยิ่งขึ้นสำหรับ Bitcoin ในอนาคต
มุมมองนี้สอดคล้องกับบทวิเคราะห์ที่ชี้ว่าการย่อตัวครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณกระทิง ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้ Bitcoin จ่อพุ่งทะลุ ATH ในระยะต่อไป
วิเคราะห์ Bitcoin: ตลาดรีเซ็ตครั้งใหญ่ เปิดทางสู่ขาขึ้นรอบใหม่?
รายงานล่าสุดจาก CryptoQuant ระบุว่าเหตุการณ์นี้ถือเป็นการรีเซ็ตตลาดที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่เคยมีมา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาไปอีกหลายเดือน หลังจากที่ราคา Bitcoin ทำจุดสูงสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ค่า Open Interest ซึ่งเป็นตัวชี้วัดกิจกรรมในตลาดฟิวเจอร์ส ได้ลดลงอย่างรวดเร็วถึง 12,000 ล้านดอลลาร์ จาก 47,000 ล้านดอลลาร์ เหลือเพียง 35,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นการลดลงของสถานะในตลาดอนุพันธ์ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี
ในอดีต การลดลงของ Leverage ครั้งมหาศาลเช่นนี้มักจะนำไปสู่โครงสร้างตลาดที่ดีขึ้น เนื่องจากเป็นการกำจัดการเก็งกำไรที่มากเกินไปออกจากระบบ แม้ว่าความผันผวนจะยังคงอยู่ในระดับสูง แต่การผสมผสานระหว่าง Leverage ที่ลดลงและเงินทุนที่ไหลกลับเข้ามาจาก Stablecoin อาจทำให้ Bitcoin สามารถฟื้นตัวได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป หากความต้องการยังคงที่และผู้ซื้อกลับมามีความเชื่อมั่นอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน ปัจจัยภายนอกที่ไม่คาดคิดก็อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดได้เช่นกัน ดังที่เคยมีเหตุการณ์ที่ Bitcoin ดีดตัวขึ้นหลังทรัมป์ส่งสัญญาณเชิงบวก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังคงอ่อนไหวต่อข่าวสารจากบุคคลสำคัญ
ข้อมูลจาก CryptoQuant ยังชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในโครงสร้างตลาดของ Bitcoin โดยค่า Funding Rates ซึ่งลดลงอย่างต่อเนื่องมาหลายเดือน ได้เปลี่ยนเป็นลบชั่วขณะในช่วงที่ตลาดเทขายอย่างหนัก ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่านักลงทุนส่วนใหญ่เปลี่ยนมุมมองเป็นขาลงด้วยความตื่นตระหนก แต่ปัจจุบันอัตราดังกล่าวได้กลับมาเป็นบวกเล็กน้อย บ่งบอกว่าความเชื่อมั่นเริ่มมีเสถียรภาพและการเก็งกำไรระยะสั้นถูกแทนที่ด้วยการวางสถานะที่สมดุลมากขึ้น

นอกจากนี้ ดัชนี Bitcoin Stablecoin Supply Ratio (SSR) ยังลดลงสู่จุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน ซึ่งหมายความว่าสภาพคล่องของ Stablecoin หรือกำลังซื้อที่รออยู่ข้างสนาม ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับมูลค่าตลาดของ Bitcoin
จับตาราคา Bitcoin หลังดิ่งหนัก แนวรับ-แนวต้านสำคัญอยู่ตรงไหน?
กราฟราคา Bitcoin เริ่มแสดงสัญญาณการทรงตัวหลังจากการปรับตัวลงอย่างรุนแรงสู่ระดับ 103,000 ดอลลาร์ในวันศุกร์ โดยกราฟรายวันเผยให้เห็นว่า BTC ได้ดีดตัวกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 115,000 ดอลลาร์ การฟื้นตัวนี้ชี้ให้เห็นว่ามีแรงซื้อเข้ามาในโซนแนวรับสำคัญ และพยายามป้องกันเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (200-day MA) ซึ่งเป็นระดับที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในการรักษากำลังของแนวโน้มขาขึ้นในระยะยาว
แม้จะมีการดีดตัวขึ้น แต่ราคา Bitcoin ยังคงอยู่ต่ำกว่าแนวต้านสำคัญที่ 117,500 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่เคยทำหน้าที่เป็นแนวรับที่แข็งแกร่งมาก่อน ฝั่งกระทิงจำเป็นต้องผลักดันราคาให้กลับไปยืนเหนือโซนนี้ให้ได้ เพื่อยืนยันการไปต่อที่เป้าหมาย 120,000 ดอลลาร์ และอาจกลับไปทดสอบช่วง 125,000 ดอลลาร์อีกครั้ง มิฉะนั้น ราคาจะยังคงอยู่ในช่วงของการพักตัวหลังจากการล้างพอร์ตครั้งใหญ่

ในขณะเดียวกัน เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (50-day และ 100-day MA) กำลังแสดงความเสี่ยงที่จะเกิด Bearish Crossover ในระยะสั้น ซึ่งสะท้อนถึงความระมัดระวังในตลาด อย่างไรก็ตาม การดีดตัวกลับอย่างรวดเร็วจากการเทขายเมื่อสัปดาห์ที่แล้วบ่งชี้ถึงอุปสงค์พื้นฐานที่แข็งแกร่งและโอกาสในการสร้างฐานที่สูงขึ้น (Higher Low) ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกทางเทคนิค หาก BTC สามารถรักษาระดับเหนือ 112,000 ดอลลาร์ และกลับไปยืนเหนือ 117,500 ดอลลาร์ได้ โมเมนตัมอาจเปลี่ยนกลับมาเข้าข้างฝั่งผู้ซื้อ แต่หากล้มเหลว อาจทำให้ตลาดกลับไปทดสอบแนวรับที่ต่ำลงบริเวณ 108,000 ดอลลาร์อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความเสี่ยงของ Bearish Crossover ก็ยังมีสัญญาณบวกที่น่าจับตา โดยนักวิเคราะห์บางส่วนกำลังลุ้นให้เกิด สัญญาณ Golden Cross ของ Bitcoin ซึ่งอาจเป็นตัวบ่งชี้การกลับตัวเป็นขาขึ้นครั้งสำคัญได้หากเกิดขึ้นจริง
Bitcoin Hyper กับศักยภาพในการขับเคลื่อน Altcoin Season รอบใหม่
Bitcoin Hyper กำลังเป็นที่จับตาในฐานะเหรียญคริปโตที่น่าลงทุนในปี 2025 โดยระดมทุนได้กว่า 22.3 ล้านดอลลาร์ภายในสองเดือน สะท้อนความสนใจของนักลงทุนทั่วโลกในช่วงที่ Bitcoin มีโอกาสทำราคาสูงสุดใหม่และ Altcoin Season กำลังคึกคัก Bitcoin Hyper ($HYPER) เป็น Layer-2 ที่พัฒนาบน Solana Virtual Machine (SVM) เพื่อยกระดับ Bitcoin จากสินทรัพย์เก็บมูลค่าให้เป็นเครือข่ายความเร็วสูงสำหรับ DeFi, dApps และ Meme Culture

แพลตฟอร์มนี้แก้ปัญหาความช้า ค่าธรรมเนียมสูง และข้อจำกัดในการเขียนโปรแกรมของ Bitcoin ด้วยความสามารถในการประมวลผลธุรกรรมหลายหมื่นรายการต่อวินาที และค่าธรรมเนียมเฉลี่ยต่ำกว่า 0.001 ดอลลาร์ โดยยังคงความปลอดภัยผ่าน Zero-Knowledge Proof (ZKP) ผู้ใช้งานสามารถสร้าง Meme Coin, ใช้ BTC เป็นหลักประกันใน DeFi, ทำ Micropayment รวมถึง GameFi และ NFT ได้ทันที
นอกจากนี้ยังมีระบบ Cross-Chain Bridge ที่เชื่อมต่อ BTC, ETH และ SOL ทำให้การเคลื่อนย้ายสินทรัพย์เป็นไปอย่างปลอดภัยและนำไปใช้ในระบบนิเวศของ Bitcoin Hyper ได้อย่างราบรื่น
Bitcoin Hyper จึงมีศักยภาพในการเปลี่ยน Bitcoin ให้เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้งานได้จริงในโลก Web3 ด้วยเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง การระดมทุนที่ประสบความสำเร็จ และประโยชน์ใช้สอยที่ชัดเจนตั้งแต่ช่วง Presale ไม่ว่าจะเป็นค่า Gas, Staking Reward และ Governance Token สิ่งเหล่านี้ทำให้ $HYPER ไม่ใช่เพียงเหรียญเก็งกำไร แต่เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนระบบนิเวศ Bitcoin ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ
ด้วยความสามารถในการสร้าง Meme Coin บนแพลตฟอร์ม Bitcoin Hyper จึงเป็นการเปิดประตูสู่เทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยม ซึ่งนักลงทุนที่สนใจในสินทรัพย์ประเภทนี้อาจต้องการสำรวจรายชื่อ เหรียญมีมที่มาแรงและน่าลงทุนในปี 2025 เพื่อมองหาโอกาสใหม่ ๆ ในตลาด หากคุณสนใจ Bitcoin Hyper เราขอแนะนำให้ศึกษาข้อมูลเชิงลึกได้จาก บทวิเคราะห์/รีวิว Bitcoin Hyper และอย่าลืมดูวิธีซื้อ Bitcoin Hyper ทีละขั้นตอน เพื่อประกอบการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล
สำรวจเนื้อหาเชิงกลยุทธ์ใน เว็บไซต์ทางการของ Bitcoin Hyper พร้อมติดตามเสียงจากชุมชนบน X และ ช่อง Telegram
ยอดระดมทุนล่าสุด
ราคาจะถูกปรับขึ้นอีกครั้งภายใน:
นอกเหนือจาก Bitcoin Hyper แล้ว ตลาดคริปโตยังมีสินทรัพย์ทางเลือกอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งผู้ที่มองหาโอกาสการลงทุนสามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 9 เหรียญคริปโตที่น่าลงทุนในปี 2025 เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนได้