Trump Media ยื่นแก้ไขเอกสาร Bitcoin ETF – กระทบราคา BTC หรือไม่?

Trump Media ได้ยื่นเอกสารแก้ไข Form S-1 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา (SEC) สำหรับกองทุน Spot Bitcoin ETF ของตนเอง การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางตลาดที่มีการแข่งขันสูง และได้ Crypto.com เข้ามาเป็นผู้ดูแลสินทรัพย์
คำถามสำคัญคือ การเปลี่ยนแปลงนี้มีนัยสำคัญอย่างไร และจะส่งผลกระทบต่อทิศทางราคา BTC ในอนาคตหรือไม่
เจาะลึกการแก้ไขเอกสาร Bitcoin ETF ของ Trump Media
การยื่นแก้ไขเอกสาร S-1 ของ Trump Media เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นการอัปเดตข้อมูลจากเอกสารฉบับเดิมที่ยื่นไปเมื่อเดือนมิถุนายน แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดที่สำคัญอย่างค่าธรรมเนียมหรือสัญลักษณ์ (Ticker) ของกองทุน แต่ก็มีการเพิ่มเติมข้อมูลที่น่าสนใจหลายส่วน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของ Trump Media ในการบุกตลาด BTC ETF อย่างเต็มตัว
รายละเอียดใหม่ที่เพิ่มเข้ามาครอบคลุมถึงข้อตกลงความร่วมมือด้านสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Cooperation Agreement) และนโยบายการจัดการสิทธิ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น Airdrops
นอกจากนี้ยังมีการอัปเดตดัชนีอ้างอิงของ CF Benchmarks และชี้แจงขั้นตอนการดำเนินงานที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งสะท้อนความพยายามในการสร้างกองทุนที่โปร่งใสและเป็นไปตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด
ความท้าทายของ Trump Media ในตลาด ETF ดุเดือดกว่าที่คิด!
การเข้าสู่ตลาด Spot Bitcoin ETF ของ Trump Media ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง เนื่องจากตลาดนี้มีผู้เล่นรายใหญ่อย่าง BlackRock, Fidelity และ Ark Invest ครองส่วนแบ่งอยู่แล้ว และบริษัทเหล่านี้มีฐานนักลงทุนที่แข็งแกร่งและผลิตภัณฑ์ที่มีสภาพคล่องสูง ทำให้กองทุนใหม่จาก Trump Media ต้องสร้างจุดเด่นเพื่อดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนให้ได้
นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Intelligence ชี้ว่ากองทุน BTC ของ Trump Media อาจต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ยากลำบาก หากไม่สามารถเสนอค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าคู่แข่งหรือสร้างมูลค่าเพิ่มที่แตกต่างออกไปได้ การสร้างความไว้วางใจจากนักลงทุนจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดความสำเร็จของ Bitcoin ETF ตัวนี้ในระยะยาว
บทบาทของ Crypto.com และผลกระทบต่อราคา BTC
การที่ Trump Media ตัดสินใจเลือกใช้บริการของ Crypto.com ในฐานะผู้ดูแลสินทรัพย์ และผู้ให้บริการสภาพคล่อง (Liquidity Provider) ถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด เพราะการร่วมมือกับแพลตฟอร์มที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในวงการคริปโต จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับกองทุน ETF และอาจช่วยให้ผ่านการพิจารณาจากหน่วยงานกำกับดูแลได้ราบรื่นขึ้นด้วย
หากกองทุนนี้ได้รับการอนุมัติในที่สุด อาจส่งผลบวกต่อราคา BTC ในทางอ้อม โดยเป็นการเพิ่มช่องทางให้นักลงทุนกลุ่มใหม่ๆ สามารถเข้าถึง BTC ได้ง่ายขึ้น แม้ว่าผลกระทบโดยตรงอาจจะไม่มากเท่ากับกองทุนของยักษ์ใหญ่ แต่ก็ถือเป็นการตอกย้ำว่า BTC กำลังได้รับการยอมรับในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนเสถียรภาพราคาในระยะยาวนั่นเอง