Ethereum เริ่มฟื้น! SharpLink Gaming ควักทุนสอยเพิ่ม 143,000+ ETH

Ethereum (ETH) ราคากำลังค่อยๆ ฟื้นตัว แม้จะยังไม่พ้นโซนแดงแต่กราฟก็ชี้ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ SharpLink Gaming บริษัทเกมมิ่งที่จดทะเบียนในตลาด Nasdaq กำลังสร้างความฮือฮาในตลาดคริปโต ด้วยการประกาศเข้าซื้อ ETH เพิ่มเติมจำนวนมหาศาลกว่า 143,593 เหรียญในสัปดาห์ที่ผ่านมา
การลงทุนครั้งใหญ่นี้ส่งผลให้ยอดการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดของบริษัทมีมูลค่ารวมกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ และเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันที่มีต่ออนาคตของ Ethereum
เจาะลึกดีลยักษ์! SharpLink Gaming เดินหน้าสะสม ETH ไม่หยุด
ตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ SharpLink Gaming ได้เข้าซื้อ ETH จำนวน 143,593 เหรียญในช่วงระหว่างวันที่ 10-17 สิงหาคม โดยใช้เงินทุนที่ระดมมาได้กว่า 537 ล้านดอลลาร์ การเข้าซื้อครั้งนี้มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 4,648 ดอลลาร์ต่อ ETH ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดในปัจจุบันประมาณ 8%
การเข้าซื้อล่าสุดนี้ทำให้ยอดการถือครอง Ether ทั้งหมดของ SharpLink Gaming พุ่งสูงขึ้นเป็น 740,760 ETH นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับผลตอบแทนจากการ Staking บนเครือข่าย Ethereum เพิ่มขึ้นเป็น 1,388 ETH นับตั้งแต่เริ่มใช้กลยุทธ์คลังสินทรัพย์ดิจิทัลเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินทรัพย์ที่ถือครองอยู่
ภาพรวมการถือครอง ETH ของสถาบันกำลังเติบโต
แม้ว่า SharpLink Gaming จะมีการลงทุนใน Ether อย่างมหาศาล แต่ก็ยังคงเป็นรอง BitMine Immersion Technologies ซึ่งเป็นผู้ถือครอง ETH รายใหญ่ที่สุดในกลุ่มบริษัทมหาชน โดย BitMine ถือครอง ETH มากกว่า 1.5 ล้านเหรียญ คิดเป็นมูลค่ากว่า 6.6 พันล้านดอลลาร์ การเคลื่อนไหวของทั้งสองบริษัทนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่านักลงทุนสถาบันกำลังให้ความสนใจใน Ether มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

การสะสม ETH ของสถาบันเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาด แต่ยังช่วยเพิ่มสภาพคล่องและเสถียรภาพให้กับราคาของ ETH ในระยะยาวอีกด้วย เพราะการที่บริษัทเทคโนโลยีและเกมมิ่งหันมาลงทุนใน ETH แสดงให้เห็นว่าพวกเขามองเห็นศักยภาพของเครือข่าย ETH ที่เป็นมากกว่าแค่สกุลเงินดิจิทัล แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับแอปพลิเคชันแบบกระจายอำนาจ (dApps) และโลก Web3
กฎระเบียบที่ชัดเจน ปัจจัยหนุนราคา Ethereum ในระยะยาว
ปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้สถาบันกล้าลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง ETH คือความชัดเจนด้านกฎระเบียบที่เพิ่มมากขึ้นในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะกฎหมาย GENIUS Act ที่กำกับดูแล Stablecoin และโครงการ Project Crypto ของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ที่มุ่งปรับปรุงกฎเกณฑ์สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลให้ทันสมัย
กรอบกฎหมายที่ชัดเจนเหล่านี้ช่วยลดความไม่แน่นอนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนสถาบันในการเข้ามาในตลาดคริปโต ซึ่งส่งผลดีโดยตรงต่อสินทรัพย์ชั้นนำอย่าง Ether
การมีกฎระเบียบที่เอื้ออำนวยทำให้บริษัทต่างๆ สามารถวางแผนกลยุทธ์การลงทุนใน ETH ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น และคาดว่าจะดึงดูดเงินทุนจากสถาบันให้ไหลเข้าสู่ระบบนิเวศของ Ether ต่อไป แม้ว่าราคา ETH อาจมีความผันผวนในระยะสั้น แต่แนวโน้มระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง