Bitcoin ผันผวน? Michael Saylor บอกนี่แหละของขวัญจาก Satoshi!

Bitcoin (BTC) ผันผวนต่อเนื่อง ขณะที่ตลาด Digital Asset Treasury (DAT) โดยรวมก็กำลังเผชิญวิกฤต หุ้นร่วงต่ำกว่ามูลค่าสินทรัพย์สุทธิ และคู่แข่งหลายรายต้องจำใจเทขายสินทรัพย์ทิ้ง Michael Saylor ประธานบริษัท MicroStrategy กลับออกมาแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าว สวนกระแสความกังวลทั้งหมด โดยมองว่าความผันผวนของตลาดไม่ใช่ปัญหา แต่คือ “โอกาสทอง” สำหรับนักลงทุนตัวจริง
ทำไมความผันผวนของ Bitcoin คือ “ของขวัญจาก Satoshi”?
Michael Saylor ได้ให้สัมภาษณ์กับ Coindesk อย่างมั่นใจว่า “ความผันผวนคือพลัง (Volatility is Vitality)” และเปรียบเปรยว่ามันคือ “ของขวัญจาก Satoshi ถึงผู้ศรัทธา” เขามองว่าหากปราศจากความผันผวน BTC ก็คงไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงได้เหมือนทุกวันนี้
Saylor ยังได้เปรียบเทียบความท้าทายนี้กับการควบคุมพลังงานว่า “มีคนที่วิ่งหนีไฟ แต่ก็มีคนที่นำไฟนั้นไปใส่ในรถยนต์หรือเครื่องบินเจ็ต” ซึ่งสะท้อนถึงมุมมองของเขาที่ว่านักลงทุนที่มีทักษะสามารถใช้ประโยชน์จากความผันผวนนี้เพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือการเงินแบบดั้งเดิม
เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่น Saylor ยืนยันว่านักลงทุนทั้งใน BTC และหุ้น MSTR ควรถือครองในระยะยาวอย่างน้อย 4 ปี และกรอบเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือ 10 ปี และเขายังปัดตกความกังวลเรื่องการถูกบังคับขาย (Liquidation) โดยชี้ว่าภาระการจ่ายเงินปันผลของบริษัทคิดเป็นเพียง “หนึ่งในหนึ่งเบซิสพอยต์” (one of one basis point) ของปริมาณการซื้อขาย BTC ในแต่ละวัน ซึ่งแทบจะเป็นแค่ “เศษทศนิยมที่ปัดทิ้งได้” เท่านั้น
MicroStrategy สวนกระแส! เดินหน้าซื้อ BTC เพิ่ม ท่ามกลางวิกฤตคู่แข่ง
แม้ว่าหุ้น MSTR ของ MicroStrategy จะร่วงลงถึง 41% ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา แต่ Saylor กลับเน้นย้ำถึงสถานะที่แข็งแกร่งของบริษัท ด้วยการถือครอง BTC จำนวน 649,870 เหรียญ ซึ่งสร้างกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (unrealized profit) สูงถึงประมาณ 6.1 พันล้านดอลลาร์ ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทยังคงเดินหน้ากลยุทธ์การสะสมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้เข้าซื้อเพิ่มอีกเป็นมูลค่า 830 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์นี้
การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในขณะที่คู่แข่งรายใหญ่อย่าง FG Nexus และ BitMine กำลังดิ้นรนอย่างหนักจากผลขาดทุนมหาศาลและถูกบีบให้ต้องขายสินทรัพย์ทิ้ง
ยิ่งไปกว่านั้น Saylor ยังมองว่าคำเตือนเรื่องการถูกถอดออกจากดัชนีสำคัญอย่าง MSCI หรือ NASDAQ 100 เป็นเพียง “การตีตนไปก่อนไข้” และไม่ส่งผลกระทบในระยะยาว เพราะสุดท้ายแล้ว “ตลาดเสรีจะจัดสรรเงินทุนและปรับตัวของมันเอง” แถมเขายังย้ำว่าบริษัทมีเงินทุนสำรองเพียงพอสำหรับอีก 70 ปีข้างหน้า แม้ราคา BTC จะไม่เพิ่มขึ้นเลยก็ตาม
Bitcoin Hyper: เหรียญ L2 ที่อาจพา BTC อัปเกรดครั้งใหญ่ในปี 2025

ขณะที่อนาคตของ Bitcoin ยังคงเป็นที่น่าจับตา โปรเจกต์ใหม่อย่าง Bitcoin Hyper (HYPER) ก็กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนในฐานะเหรียญ Presale ที่มาแรงที่สุด ด้วยการระดมทุนทะลุ 28 ล้านดอลลาร์ในเวลาไม่ถึง 4 เดือน สะท้อนความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั่วโลกที่มองเห็นศักยภาพในการยกระดับ BTC ไปอีกขั้น
ปัจจัยที่ทำให้ HYPER โดดเด่นคือผลตอบแทนจากการ Staking สำหรับคนที่เข้าร่วมช่วงแรก ซึ่งให้สูงถึง 40% APY ช่วยกระตุ้นให้ผู้ถืออยากถือยาวขึ้น และทำให้ระบบนิเวศของโทเค็นแข็งแรงขึ้น จนถูกยกให้เป็นหนึ่งในเหรียญที่น่าจับตาที่สุดของปี
ด้านเทคโนโลยี โปรเจกต์นี้ใช้ Solana Virtual Machine (SVM) ร่วมกับ Zero-Knowledge Proof (ZKP) เพื่อแก้ปัญหาคอขวดเดิมของ BTC ทั้งความเร็วที่รองรับได้หลายหมื่นธุรกรรมต่อวินาที และค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่า 0.001 ดอลลาร์ เปิดประตูให้ BTC ใช้งาน DeFi, dApps และ NFT ได้เหมือนเชนรุ่นใหม่เต็มรูปแบบ
หากอยากติดตามความคืบหน้า สามารถอ่านบทวิเคราะห์ราคา HYPER หรือดูวิธีซื้อโทเค็น HYPER รวมถึงติดตามประกาศใหม่ ๆ ผ่านเว็บไซต์ทางการ X และ Telegram ของโปรเจกต์ได้เลย
ยอดระดมทุนล่าสุด
ราคาจะถูกปรับขึ้นอีกครั้งภายใน: