บิทคอยน์ ล้นพอร์ต! Metaplanet ฟาดเพิ่ม 2,205 BTC รวมมูลค่า $1.7B

บิทคอยน์ (BTC) เป็นกระแสอย่างต่อเนื่อง และล่าสุด Metaplanet บริษัทด้านการลงทุนจากญี่ปุ่นประกาศเข้าซื้อเพิ่มอีก 2,205 BTC ส่งผลให้ยอดการถือครองรวมของบริษัทพุ่งแตะ 15,555 BTC หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นักลงทุนทั่วโลกจับตาทิศทางของสินทรัพย์ดิจิทัลเรือธงนี้อย่างใกล้ชิด
ตามการประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา การซื้อครั้งนี้ส่งผลให้ Metaplanet มีบิทคอยน์ในคลังรวม 15,555 BTC โดยมีมูลค่าประมาณ 2.258 แสนล้านเยน หรือ 1.7 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเฉลี่ยราคาซื้ออยู่ที่ 14.5 ล้านเยนต่อเหรียญ
การลงทุนครั้งล่าสุดที่มีมูลค่า 3.45 หมื่นล้านเยน แสดงถึงแนวทางเชิงรุกของ Metaplanet ที่เริ่มดำเนินกลยุทธ์สะสมบิทคอยน์อย่างจริงจังตั้งแต่เดือนธันวาคม 2024 หลังจากบริษัทได้กำหนดให้การบริหารบิทคอยน์เป็นหนึ่งในส่วนงานธุรกิจอย่างเป็นทางการ
เจาะลึกกลยุทธ์สะสม “บิทคอยน์” ของ Metaplanet
บริษัทได้เปิดเผยตัวชี้วัดสำคัญที่เรียกว่า ‘BTC Yield’ ซึ่งใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของจำนวนบิทคอยน์ที่ถือครองต่อหุ้นปรับลดทั้งหมด (fully diluted share) โดยระหว่างวันที่ 1 ถึง 7 กรกฎาคม BTC Yield ของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 15.1% ซึ่งคิดเป็นจำนวนบิทคอยน์ที่เพิ่มขึ้น 2,017 BTC
ตัวชี้วัดนี้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของบิทคอยน์สุทธิ เมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนหุ้น ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นมาตรการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นโดยตรง
สิ่งที่น่าสนใจคือ บริษัทได้ชำระคืนเงินกู้จากการออกพันธบัตรมูลค่า 6 พันล้านเยนก่อนกำหนด โดยใช้เงินทุนที่ได้จากการใช้สิทธิซื้อหุ้นล่าสุด
กลยุทธ์การเข้าซื้อบิทคอยน์อย่างเข้มข้นของ Metaplanet จึงถือเป็นแนวทางที่ล้ำหน้ากว่าแนวทางปกติที่บริษัททั่วไปใช้ในการบริหารสินทรัพย์ดิจิทัล
การเติบโตของคลัง และผลตอบรับจาก CEO
ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2025 บริษัท Metaplanet ได้ขยายการถือครองบิทคอยน์จากเดิมที่ต่ำกว่า 4,000 BTC ในเดือนมีนาคม กลายเป็นมากกว่า 15,500 BTC ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งถือเป็นการเพิ่มพอร์ตถึง 4 เท่าภายในระยะเวลาเพียง 4 เดือนเท่านั้น
กลยุทธ์ที่มุ่งเน้นไปที่ “บิทคอยน์” ของ Metaplanet นั้นสะท้อนแนวทางที่คล้ายคลึงกับบริษัท Strategy ในสหรัฐอเมริกา แต่เป็นการปรับให้เหมาะสมกับบริบทของญี่ปุ่น
“Metaplanet ได้ซื้อบิทคอยน์จำนวน 2,205 BTC ด้วยมูลค่าประมาณ 238.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 108,237 ดอลลาร์ต่อเหรียญ และเราทำผลตอบแทนจากบิทคอยน์ได้ถึง 416.6% ในปี 2025 จนถึงปัจจุบัน โดย ณ วันที่ 7 กรกฎาคม 2025 เรามีการถือครองบิทคอยน์ทั้งหมด 15,555 BTC ที่ซื้อด้วยมูลค่ารวมประมาณ 1.54 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เฉลี่ยที่ประมาณ 99,307 ดอลลาร์ต่อเหรียญ” Simon Gerovich ซีอีโอของบริษัทกล่าวในโพสต์ล่าสุดบนแพลตฟอร์ม X
ข้อมูลจาก BitcoinTreasuries ยังเผยว่า ในเดือนที่ผ่านมาเพียงเดือนเดียว มีองค์กรใหม่อย่างน้อย 21 แห่งที่เริ่มเพิ่มการถือครองบิทคอยน์เข้ามาในพอร์ตเช่นกัน ซึ่งถือเป็นเทรนด์ที่น่าจับตา
เสียงวิจารณ์และความเสี่ยงของกลยุทธ์คลัง บิทคอยน์
อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การนำบิทคอยน์มาเป็นสินทรัพย์สำรองคลังของบริษัทมหาชนก็เริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์และความกังวลเพิ่มขึ้นเช่นกัน
James Check นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Glassnode ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของเทรนด์นี้ โดยให้เหตุผลว่าผลกำไรก้อนโตอาจจะหมดไปแล้วสำหรับผู้เล่นรายใหม่ที่เข้ามาในตลาดที่เติบโตเต็มที่แล้ว ซึ่งหมายความว่าบริษัทที่เพิ่งเริ่มใช้กลยุทธ์นี้อาจไม่ได้รับผลตอบแทนสูงเท่ากับผู้ที่เข้ามาก่อนหน้า
นอกจากนี้ Matthew Sigel หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลของ VanEck ยังได้เตือนถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการใช้โปรแกรมการออกหุ้น (ATM) เพื่อระดมทุนมาซื้อบิทคอยน์ โดยเขาอธิบายว่าหากราคาหุ้นของบริษัทใกล้เคียงกับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของบิทคอยน์ที่ถืออยู่ กลไกดังกล่าวอาจส่งผลให้มูลค่าหุ้นลดลงและสร้างผลกระทบเชิงลบต่อผู้ถือหุ้นได้
ยิ่งไปกว่านั้น การที่บริษัทกฎหมาย Pomerantz LLP ยื่นฟ้องร้องแบบกลุ่มต่อ MicroStrategy ของ Michael Saylor ในข้อหาให้ข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิดแก่นักลงทุนเกี่ยวกับความสามารถในการทำกำไรและความเสี่ยงของกลยุทธ์การลงทุนในบิทคอยน์ ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าเส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบและยังมีความท้าทายทางกฎหมายที่ต้องเผชิญอยู่
สรุป: การเดิมพันครั้งใหญ่ของ Metaplanet ท่ามกลางเสียงวิจารณ์
การที่ Metaplanet เดินหน้าทุ่มซื้อ บิทคอยน์ อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญที่สะท้อนความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าต่อศักยภาพของบิทคอยน์ ในฐานะสินทรัพย์สำรองแห่งอนาคต
การเคลื่อนไหวนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อราคาบิทคอยน์ในระยะสั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการยอมรับบิทคอยน์ในระดับองค์กรที่กำลังขยายตัวไปทั่วโลกด้วย ซึ่งสอดคล้องกับที่ Elon Musk ตั้งพรรคใหม่ในชื่อ America Party พร้อมแสดงจุดยืนว่าจะนำบิทคอยน์เข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจและภาวะหนี้สินของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรตระหนักถึงความเสี่ยงและเสียงวิจารณ์ที่มาพร้อมกับกลยุทธ์นี้เช่นกัน อนาคตของบิทคอยน์จะเป็นอย่างไร และจะส่งผลกระทบต่อตลาดในระยะยาวแค่ไหน ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป