แรงกดดันมหภาคยังไม่คลาย นักลงทุนสงสัย Bitcoin จะพุ่งทะลุ $118,000 หรือถอยสู่ $107,000 กันแน่

สัปดาห์นี้ตลาดคริปโตกำลังจับตามองข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) โดยเฉพาะถ้อยแถลงของประธาน Jerome Powell และตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ที่จะประกาศวันศุกร์ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจเป็นตัวแปรสำคัญกำหนดทิศทางราคาของสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโต
หลังจากที่เกิดการล้างพอร์ตครั้งใหญ่กว่า 1.7 พันล้านดอลลาร์ ในวันจันทร์ ทำให้นักลงทุนจำนวนมากขาดความเชื่อมั่นและต้องเฝ้ารอท่าทีจากเฟดว่าจะดำเนินนโยบายการเงินเช่นไร หลังจากประกาศลดดอกเบี้ยไปแล้ว 0.25% เมื่อสัปดาห์ก่อน ผลลัพธ์อาจตัดสินได้ว่า Bitcoin กำลังจะอ่อนตัวลงสู่ $107,000 หรือเตรียมทะยานสู่ $130,000 ท่ามกลางภาวะไม่แน่นอนที่กดดันตลาดในเวลานี้
สัญญาณเฟด: ระมัดระวังต่อการลดดอกเบี้ย
น้ำเสียงที่ออกมาในต้นสัปดาห์สะท้อนท่าที “เหยี่ยว” เมื่อประธานเฟดสาขา St. Louis คือ Alberto Musalem ระบุว่าการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอาจไม่เหมาะสม เนื่องจากเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% แม้ตลาดแรงงานจะอ่อนแอลง ขณะที่ Raphael Bostic จากเฟดแอตแลนตา ก็คาดการณ์ว่าจะมีการลดดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปี 2025 โดยอัตราว่างงานอาจแตะ 4.5%
ปฏิกิริยาของตลาดเกิดขึ้นทันที ค่าเงินดอลลาร์แข็งขึ้น ผลตอบแทนพันธบัตรเพิ่มสูง และความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยเดือนพฤศจิกายนก็ลดลง ส่งผลให้ Bitcoin ร่วงแตะ $112,000 และเกิดการเทขายคริปโตรวมกว่า 1.7 พันล้านดอลลาร์ ดันมูลค่าตลาดรวมลงมาอยู่ราว 3.89 ล้านล้านดอลลาร์
Shawn Young นักวิเคราะห์จาก MEXC Research ระบุว่า ขณะนี้ปัจจัยมหภาคเป็นตัวขับเคลื่อนราคาของ BTC ที่ผันผวนอยู่ระหว่างความเสี่ยงร่วงไปที่ $107,000 และโอกาสฟื้นถึง $135,000 โดยการล้างพอร์ตครั้งล่าสุดถือเป็นสัญญาณสะท้อนการรีเซ็ตตลาดครั้งใหญ่
นักวิเคราะห์ชี้จุดเปลี่ยนสำคัญของ Bitcoin: รับ $107K หรือฝ่า $130K
นักวิเคราะห์จาก MEXC เห็นว่า Bitcoin อยู่ในจุดหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ หากราคาปิดต่ำกว่า $112,000 อย่างต่อเนื่อง มีโอกาสถอยลึกไปทดสอบแนวรับ $107,000 และหากหลุดอาจลามลงถึงระดับวิกฤติ $100,000 อย่างไรก็ตาม การล้างพอร์ตครั้งนี้แม้สร้างความเจ็บปวดระยะสั้น แต่ก็อาจเป็นจังหวะสะสมของนักลงทุนระยะยาวที่มองตลาดเชิงบวก
ในอีกด้านหนึ่ง หากราคาสามารถทะลุ $117,000 ได้อย่างมั่นคง จะเป็นสัญญาณว่าฝั่งกระทิงกลับมาคุมเกม และอาจนำทางไปสู่ช่วงราคา $130,000–$135,000 ก่อนรอบนี้จะสิ้นสุด
ขณะเดียวกันนักเศรษฐศาสตร์อย่าง Greg Magadini จาก Amberdata ยังมองว่าเฟดให้ความสำคัญกับตลาดแรงงานมากกว่าตัวเลขเงินเฟ้อ แต่ยอมรับว่า Powell เองก็ยังมีความไม่แน่นอนสูงต่อสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน
เขาเสริมว่าราคาทองคำและ Bitcoin จะยังคงได้อานิสงส์จากแนวโน้มการสะสมมูลค่าในระยะยาว แม้การเมืองและการเปลี่ยนแปลงเก้าอี้ประธานเฟดในปี 2026 อาจสร้างความไม่ชัดเจนเพิ่มขึ้นก็ตาม ด้าน Jamie Dimon ซีอีโอ JPMorgan ก็เตือนว่าภาวะเงินเฟ้อเรื้อรังอาจทำให้เฟดไม่สามารถลดดอกเบี้ยต่อไปได้ตามที่ตลาดหวัง
วิเคราะห์ทางเทคนิค: Bitcoin ทดสอบแนวต้าน $115K–$116K
กราฟ 4 ชั่วโมงของ BTC/USDT แสดงให้เห็นว่าราคาเคลื่อนไหวบริเวณ $113,009 และกำลังทดสอบเส้นแนวโน้มขาลงที่ทำหน้าที่เป็นแนวต้านมาตั้งแต่รอบก่อน ขณะที่โซนแนวต้านหลักยังอยู่ระหว่าง $120,000–$123,000

รูปแบบการเคลื่อนไหวล่าสุดคล้ายกับการสร้าง “ธงกระทิง” ซึ่งหากทะลุผ่านเส้นแนวโน้มขาลงและปิดเหนือ $115,000–$116,000 ได้พร้อมปริมาณซื้อสูง มีโอกาสที่จะมุ่งหน้าไปทดสอบโซน $120,000–$123,000 และหากผ่านได้สำเร็จ จะเปิดเส้นทางไปสู่จุดสูงสุดใหม่เหนือ $130,000
ในทางกลับกัน หากไม่สามารถเบรกแนวต้านได้ ก็มีโอกาสถูกกดดันให้ถอยกลับไปที่แนวรับ $107,000–$108,000 ซึ่งสอดคล้องกับช่วงสะสมก่อนหน้า เหตุการณ์นี้สะท้อนชัดว่าคำถามสำคัญที่สุดในตลาดเวลานี้คือ Bitcoin จะพุ่งทะลุ $118,000 หรือไม่
มุมมองนักลงทุน: ความไม่แน่นอนกับโอกาสใหม่
การร่วงแรงครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นความผันผวนของตลาดคริปโตอย่างแท้จริง นักลงทุนจำนวนมากจึงเลือกใช้กลยุทธ์ “ถือรอ” หรือทยอยสะสมในจังหวะที่ราคาย่อตัว โดยมีคำถามสำคัญว่าเมื่อไรคือช่วงที่เหมาะสมในการ “ซื้อ Bitcoin”
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาสินทรัพย์ทางเลือก การเลือก เหรียญคริปโตที่น่าลงทุน 2025 เช่น เหรียญที่มีพื้นฐานแข็งแรงหรือโปรเจกต์ที่กำลังอยู่ในช่วงขยายระบบนิเวศ อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสทำกำไรในรอบขาขึ้นที่กำลังจะมาถึง