BlackRock โยก BTC-ETH เข้าสู่ Coinbase Prime กว่า 430 ล้านดอลลาร์ สัญญาณเทขายหรือแค่ “ปรับสมดุล ETF”?

วงการคริปโตกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง หลังข้อมูล on-chain จาก Arkham เผยความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของ Wallet ที่เชื่อมโยงกับ BlackRock เมื่อมีการโอน Bitcoin และ Ether มูลค่ารวมกว่า 430 ล้านดอลลาร์ ไปยัง Coinbase Prime
ดีลนี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ ETF ที่ใหญ่ที่สุดของสัปดาห์ และแน่นอนว่า “ตลาด” ไม่ปล่อยผ่าน เพราะคำถามเดียวที่ทุกคนอยากรู้คือ… นี่คือสัญญาณเทขาย หรือเป็นแค่การปรับสมดุลกองทุน?
เจาะธุรกรรมยักษ์! BlackRock โยก BTC-ETH ล็อตใหญ่เข้ากระดานสถาบัน
ตามรายงานจาก ข้อมูลจาก Arkham ระบุว่าในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา Wallet ที่เชื่อมโยงกับกองทุน Spot ETF ของ BlackRock ได้โอนสินทรัพย์ดิจิทัลไปยัง Coinbase Prime โดยแบ่งเป็น
- Bitcoin (BTC) ราว 3,070 BTC มูลค่าประมาณ 276 ล้านดอลลาร์
- Ether (ETH) ราว 52,800 ETH มูลค่าประมาณ 157 ล้านดอลลาร์

การโอนครั้งนี้มาจากที่อยู่ของ iShares Bitcoin Trust (IBIT) และ iShares Ethereum Trust (ETHA) ซึ่งเป็นกองทุนภายใต้ BlackRock โดยตรง ทำให้ทุกสายตาหันมาจับจ้องทันทีว่า “เงินก้อนนี้กำลังจะไปไหนต่อ?”
จังหวะนี้ไม่ธรรมดา! ETF สหรัฐฯ เงินไหลออกหนักกดดันตลาด
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับช่วงที่กองทุน Spot Crypto ETF ในสหรัฐฯ เผชิญแรงขายอย่างหนัก
โดย ข้อมูลจาก SoSoValue ชี้ว่า Spot Bitcoin ETF มีเงินไหลออกสุทธิสูงถึง 708.71 ล้านดอลลาร์ และที่น่าจับตาคือ 356 ล้านดอลลาร์ มาจากฝั่ง BlackRock
ขณะเดียวกัน Ether ETF ก็เจอเงินไหลออก 297.51 ล้านดอลลาร์ โดย 250 ล้านดอลลาร์ เชื่อมโยงกับ BlackRock เช่นกัน
ภาพนี้สอดคล้องกับรายงานที่ระบุว่า Bitcoin กำลังเผชิญแรงขายจากสถาบัน จากการเทขาย ETF ในช่วงสั้นๆ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดเริ่ม “ระแวง” มากขึ้นกว่าเดิม
สัญญาณเทขายจริงไหม? นักวิเคราะห์ชี้อาจเป็นแค่ “กลไกไถ่ถอน ETF”
แม้ตัวเลขจะดูใหญ่จนทำให้หลายคนคิดถึงแรงเทขายทันที แต่ฝั่งนักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่าเหตุการณ์นี้ ไม่ใช่การเทขายในตลาดเปิดเพื่อทำกำไร แต่เป็น “กระแสการดำเนินงาน” ที่เกี่ยวข้องกับ การไถ่ถอนหน่วยลงทุน (redemption) ของกองทุน ETF มากกว่า
เหตุผลสำคัญคือ Coinbase Prime ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับ Authorized Participants ที่ใช้สร้าง/ไถ่ถอนหุ้น ETF ดังนั้นการโอนสินทรัพย์ลักษณะนี้อาจเป็นเพียงการ “เคลียร์ระบบ” เพื่อรองรับคำสั่งขายคืนของนักลงทุนเท่านั้น
และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก—ก่อนหน้านี้วันที่ 13 มกราคม เคยมีการโอน BTC และ ETH รวมราว 300 ล้านดอลลาร์ จาก Wallet ที่เชื่อมโยงกับ BlackRock เช่นกัน แต่ครั้งนั้นกลับกลายเป็นว่า ราคา Bitcoin ดีดขึ้นไปแตะ 92,000 ดอลลาร์ในระยะสั้น
จึงเป็นสัญญาณว่า “เงินก้อนใหญ่” ไม่ได้แปลว่า “เทขาย” เสมอไป แต่อาจเป็นเพียงกลไกบริหารจัดการกองทุน
อย่างไรก็ตาม ภาพตลาดตอนนี้ยังมีความเปราะบาง เพราะมีบทวิเคราะห์ชี้ว่าแม้ Bitcoin จะย่อตัวหลุดแนวรับสำคัญ แต่แนวโน้มขาขึ้นในภาพใหญ่ยังไม่จำเป็นต้องจบ
BTC-ETH จะโดนกดต่อไหม? มุมมองตลาดระยะสั้นยังผันผวน
แม้การโอนย้ายจะถูกตีความว่าเป็น “การดำเนินงาน” มากกว่า “เทขาย” แต่ตลาดยังมีโอกาสผันผวนในระยะสั้นอยู่ดี เพราะขึ้นอยู่กับว่า Authorized Participants จะจัดการสถานะและความเสี่ยงอย่างไร
ในช่วงเวลาที่รายงานนี้ถูกเขียนขึ้น
- Bitcoin ซื้อขายต่ำกว่า 90,000 ดอลลาร์ เล็กน้อย
- Ether อยู่แถว 3,000 ดอลลาร์
โดยรวมตลาดยังอยู่ในโหมด “ตั้งหลัก” หลังความผันผวนจากปัจจัยมหภาค และแรงไหลออกของ ETF ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง
สรุป: จับตา BlackRock ต่อไป เพราะทุกการขยับคือแรงสะเทือนทั้งตลาด
ปัจจุบัน IBIT ของ BlackRock ยังเป็นกองทุนที่ถือครอง Bitcoin ในนามสถาบันมากที่สุด และ ETHA ก็เป็นหนึ่งในเครื่องมือลงทุน Ether ที่ใหญ่ที่สุดเช่นกัน
นั่นทำให้ทุกการเคลื่อนไหว on-chain ของกองทุนเหล่านี้ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะมันอาจเป็น “สัญญาณนำ” ของทิศทางตลาดในช่วงถัดไป
และไม่ว่าตลาดจะสวิงแค่ไหน สถาบันระดับโลกที่ยังเล่นเกมนี้ต่อเนื่อง ก็ยิ่งตอกย้ำว่า Bitcoin ยังถูกมองเป็นหนึ่งใน เหรียญคริปโตที่น่าลงทุน 2026 สำหรับนักลงทุนที่มองระยะยาว