BlackRock ดัน Ethereum ETF ทะลุ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ แซงหน้า Bitcoin?

ตลาดคริปโตกำลังจับตามองปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ เมื่อ iShares Ethereum Trust (ETHA) ของ BlackRock สร้างสถิติใหม่ด้วยมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) ทะลุ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในเวลาเพียงหนึ่งปีหลังเปิดตัว
ความสำเร็จนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำความต้องการ Ethereum ในกลุ่มนักลงทุนสถาบัน แต่ยังจุดประกายคำถามว่า ยุคของ Ethereum ETF กำลังจะเติบโตแซงหน้า Bitcoin ETF แล้วหรือไม่
Ethereum ETF ของ BlackRock สร้างสถิติใหม่ แตะ 1 หมื่นล้านดอลลาร์
กองทุน iShares Ethereum Trust (ETHA) ของ BlackRock ได้กลายเป็นกองทุน ETF ที่ไม่ใช่ Bitcoin ที่เติบโตถึงระดับ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ได้เร็วที่สุด และยังเป็นกองทุน ETF ที่เติบโตเร็วที่สุดเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา
ความสำเร็จอันรวดเร็วนี้เป็นสัญญาณชัดเจนว่านักลงทุนสถาบันมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของ Ethereum อย่างมหาศาล
ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของกองทุน Ethereum นี้คือค่าธรรมเนียมการจัดการ (Sponsor Fee) ที่แข่งขันได้ในระดับ 0.25% ซึ่งดึงดูดนักลงทุนรายใหญ่ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ การเลือกใช้ Coinbase Prime เป็นผู้ดูแลสินทรัพย์ (Custodian) ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยให้กับกองทุน Ethereum ของ BlackRock อีกด้วย
การอนุมัติ Spot Ethereum ETF โดย ก.ล.ต. สหรัฐฯ เมื่อต้นปี 2024 ได้เปิดประตูให้เม็ดเงินสถาบันไหลเข้าสู่ตลาด Ethereum อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
กระแสเงินทุนไหลเข้า Ethereum ETF แซงหน้า Bitcoin
ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในตลาด โดยกองทุน Ethereum ETF สามารถดึงดูดเงินทุนไหลเข้ารวมกันเกือบ 5 พันล้านดอลลาร์ในเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะในวันที่ 17 กรกฎาคมเพียงวันเดียว กองทุน Ethereum มีเงินทุนไหลเข้าสุทธิถึง 602 ล้านดอลลาร์
ในขณะที่กองทุน Bitcoin ETF มีเงินทุนไหลเข้า 520 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนกำลังเอนเอียงมาทาง Ethereum มากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งบอกว่า นักลงทุนมองเห็นคุณค่าของ Ethereum ที่เป็นมากกว่าแค่สกุลเงินดิจิทัล แต่ยังมองเห็นศักยภาพในฐานะแพลตฟอร์มสำหรับแอปพลิเคชันแบบกระจายอำนาจ (DeFi) และระบบ Proof-of-Stake ที่เป็นเอกลักษณ์ ความต้องการผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ Ethereum จึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่ง ETHA ของ BlackRock ก็ครองอันดับหนึ่งทั้งในด้านขนาดและอัตราการเติบโตเมื่อเทียบกับ Spot Ethereum ETF อื่นๆ
ความสนใจที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในหมู่นักลงทุนสถาบันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักลงทุนรายย่อยที่กำลังมองหา วิธีซื้อ Ethereum (ETH) ในปี 2025 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตนี้
อนาคตของ Ethereum ETF: จับตาการอนุมัติ Staking ที่จะเปลี่ยนเกม
สิ่งที่ทำให้ Ethereum มีความน่าสนใจเหนือกว่า Bitcoin ในสายตานักลงทุนบางกลุ่มคือระบบ Proof-of-Stake ซึ่งเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถนำเหรียญไป “Stake” เพื่อรับผลตอบแทนในรูปแบบของรางวัล ซึ่งเป็นสิ่งที่กองทุน Bitcoin ไม่สามารถทำได้ ปัจจุบัน BlackRock ได้ยื่นขออนุมัติเพื่อให้กองทุน ETHA สามารถนำ Ethereum ที่ถือครองอยู่ไป Stake เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับนักลงทุน
หาก ก.ล.ต. สหรัฐฯ อนุมัติคำขอดังกล่าว จะถือเป็นการปลดล็อกศักยภาพของ Ethereum ETF อย่างเต็มรูปแบบ และอาจเป็นตัวเปลี่ยนเกมที่สำคัญ เนื่องจากจะทำให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนนอกเหนือจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) การที่ ก.ล.ต. ได้ชี้แจงว่าผลตอบแทนจากการ Staking ถือเป็น “รายได้” ไม่ใช่ “หลักทรัพย์” ยิ่งเพิ่มความหวังว่าการอนุมัติจะเกิดขึ้นได้ภายในปีนี้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อระบบนิเวศของ Ethereum ในระยะยาว
ปัจจัยบวกเหล่านี้ทำให้นักวิเคราะห์หลายคนให้ความสนใจกับ การวิเคราะห์แนวโน้มราคา Ethereum ในอนาคต โดยคาดการณ์ว่าอาจมีการเติบโตที่สำคัญในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
จัดการ ETH และสินทรัพย์ดิจิทัลได้ในที่เดียว
Best Wallet รองรับการจัดเก็บและบริหาร Ethereum รวมถึงคริปโตเคอร์เรนซีอื่น ๆ ได้อย่างสะดวก ด้วยฟีเจอร์การซื้อขายผ่าน DEX และการเชื่อมต่อ Web3 ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง

ระบบความปลอดภัยขั้นสูงช่วยให้ผู้ใช้งานมั่นใจในการถือครอง ETH และจัดการพอร์ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แพลตฟอร์ม Best Wallet
ไปที่เว็บไซต์ Best Wallet Token