เมินแรงเทขาย! Bitcoin พุ่งทะลุ $113K เตรียมทดสอบ $117,500

ราคา Bitcoin (BTC) กลับมาสร้างความคึกคักให้ตลาดอีกครั้ง โดยพุ่งขึ้นทะลุระดับ $113,000 อย่างแข็งแกร่ง แม้จะต้องเผชิญกับแรงเทขายจากวาฬรายใหญ่ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์นี้ทำให้นักลงทุนต่างจับตาว่า Bitcoin จะสามารถรักษาโมเมนตัมและทะลุแนวต้านสำคัญที่ $117,500 ไปได้หรือไม่ ท่ามกลางสัญญาณการสะสมที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับแรงขาย
วิเคราะห์ราคา Bitcoin ท่ามกลางแรงเทขายของวาฬ
ข้อมูลล่าสุดจาก Cointelegraph ชี้ว่าราคา BTC/USD ปรับตัวขึ้น ตัวเลขจากแหล่งข้อมูล ในรอบวัน แตะระดับสูงสุดที่ $113,365 การดีดตัวขึ้นครั้งนี้ส่งผลให้เกิดการล้างพอร์ตสถานะขาย (Shorts) ในตลาดคริปโตไปราว ตัวเลขจากแหล่งข้อมูล ล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 4 ชั่วโมง ซึ่งแสดงถึงแรงซื้อที่กลับเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาเดียวกัน บัญชีวิเคราะห์ Lookonchain ได้ตรวจพบการเคลื่อนไหวของวาฬระดับ ‘OG’ (ผู้ถือครองมาอย่างยาวนาน) ที่ได้โอน Bitcoin จำนวน 250 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ ตัวเลขจากแหล่งข้อมูล ล้านดอลลาร์ ไปยัง Binance ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากมีการขายไปแล้ว 750 BTC ในวันก่อนหน้า แม้ว่าโดยปกติแล้วการกระจายเหรียญของวาฬมักจะสร้างแรงกดดันต่อราคา แต่ในครั้งนี้ตลาดดูเหมือนจะสามารถดูดซับแรงขายไว้ได้
สัญญาณสะสม Bitcoin แข็งแกร่ง สวนทางความกังวล
Peter Brandt นักวิเคราะห์ตลาดชื่อดัง ให้ความเห็นว่าพฤติกรรมการขายของวาฬในลักษณะนี้มักเป็นสัญญาณคลาสสิกของ “จุดสูงสุดของตลาด” (Market Tops) ซึ่งสะท้อนถึงอุปทาน (SUPPLY) ที่ถูกปล่อยออกมา อย่างไรก็ตาม ข้อมูลอีกด้านกลับแสดงภาพที่แตกต่างออกไป
Andre Dragosch หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Bitwise ในยุโรป เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า การสะสม Bitcoin ทั้งจากนักลงทุนรายย่อยและสถาบันกำลังอยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงหลังจากที่ราคาปรับฐานลงไปต่ำกว่า $75,000 Dragosch สรุปว่า “ระดับการสะสมที่สูงเช่นนี้มักจะเกิดขึ้นก่อนการทะยานขึ้นของราคาครั้งใหญ่” ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่สวนทางกับความกังวลเรื่องแรงเทขาย

แนวต้านสำคัญของ Bitcoin และความเสี่ยง “Double Top”
แม้จะมีสัญญาณบวกจากการสะสม แต่ Peter Brandt ยังคงมองภาพรวมอย่างระมัดระวัง โดยชี้ว่าราคา Bitcoin จำเป็นต้องกลับไปยืนเหนือระดับ $117,500 ให้ได้ เพื่อลบล้างสัญญาณการกลับตัวเป็นขาลง หากไม่สามารถทำได้ จะมีความเสี่ยงที่ราคาจะสร้างรูปแบบ “Double Top” ซึ่งเป็นสัญญาณทางเทคนิคที่ไม่สู้ดีนัก

นอกจากนี้ ดัชนี Coinbase Premium Index ซึ่งวัดส่วนต่างของราคา Bitcoin บนแพลตฟอร์ม Coinbase ในสหรัฐฯ ได้แสดงค่าเป็นสีแดง ซึ่งบ่งชี้ถึงอุปสงค์จากฝั่งสหรัฐฯ ที่อาจอ่อนตัวลง หลังจากเริ่มต้นสัปดาห์อย่างแข็งแกร่ง ปัจจัยเหล่านี้ทำให้นักลงทุนต้องจับตาดูว่า Bitcoin จะสามารถเอาชนะแนวต้านและแรงกดดันเพื่อสร้างขาขึ้นรอบใหม่ได้สำเร็จหรือไม่

Bitcoin Hyper ($HYPER): ปลดล็อกศักยภาพใหม่ของ Bitcoin ด้วย Layer-2
ในขณะที่ราคา Bitcoin กำลังลุ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ มีโครงการหนึ่งที่กำลังสร้างปรากฏการณ์ในมุมของเทคโนโลยี นั่นคือ Bitcoin Hyper ($HYPER) ที่ใช้ Solana Virtual Machine (SVM) มาปลดล็อกข้อจำกัดเดิมๆ ของ Bitcoin จากสินทรัพย์ที่ถูกมองว่าช้าและมีค่าธรรมเนียมสูง ให้กลายเป็นเครือข่ายความเร็วสูงที่พร้อมสำหรับโลก DeFi, dApps และ Meme Culture

Bitcoin Hyper คือ Layer-2 ที่สร้างบนเทคโนโลยี SVM เพื่อยกระดับ Bitcoin ให้สามารถประมวลผลธุรกรรมได้หลายหมื่นรายการต่อวินาที ด้วยค่าธรรมเนียมเฉลี่ยที่ต่ำกว่า ตัวเลขจากแหล่งข้อมูล ดอลลาร์ โดยยังคงความปลอดภัยผ่านเทคโนโลยี Zero-Knowledge Proof (ZKP) โครงการนี้เข้ามาแก้ปัญหาคลาสสิกของ Bitcoin ทั้งความช้า (รองรับเพียง ~7 TPS) ค่าธรรมเนียมที่แพง และข้อจำกัดในการเขียนโปรแกรม ทำให้ Bitcoin สามารถใช้งานได้จริงในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Meme Coin ในไม่กี่คลิก, การใช้งานในระบบ DeFi, การโอนเงินจำนวนน้อย (Micropayment) ไปจนถึง GameFi และ NFT
ไฮไลต์สำคัญคือรอบ Presale ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงก่อนกองทุนใหญ่ (VC) โดยราคาเริ่มต้นที่ ตัวเลขจากแหล่งข้อมูล และปรับขึ้นทุก 48 ชั่วโมง ปัจจุบันมีนักลงทุนรายใหญ่ (Whale) เข้าซื้อรวมกว่า ตัวเลขจากแหล่งข้อมูล ในวันเดียว และสามารถนำโทเค็นไป Stake เพื่อรับผลตอบแทนได้ทันที ด้วยกระแส Altcoin Season และการที่ Bitcoin ใกล้ทำ ATH ทำให้นักวิเคราะห์หลายคนมองว่านี่คือหนึ่งในโครงการที่มีโอกาสเติบโตสูง หากสนใจสามารถ อ่านบทวิเคราะห์ราคา หรือ ศึกษาวิธีซื้อ เพื่อประเมินโอกาสการลงทุนในโครงการที่น่าจับตามองนี้
- เว็บไซต์ทางการ: https://bitcoinhyper.com/th
- ติดตามใน X: https://x.com/BTC_Hyper2
- ช่อง Telegram: https://t.me/btchyperz