ตลาดแดงเดือด! Bitcoin ร่วงหนักหลังวาฬเทขาย BTC มูลค่า $2.7B

Bitcoin ราคาร่วง ขณะที่ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ส่งผลให้มูลค่าตลาดโดยรวมหายไปกว่า 130,000 ล้านดอลลาร์
ปัจจัยหลักมาจากการเคลื่อนไหวของวาฬรายใหญ่ที่เทขาย BTC จำนวนมหาศาล ประกอบกับเงินทุนที่ไหลออกจากกองทุน Spot Bitcoin ETF อย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ดังกล่าวสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อราคา BTC และเหรียญอื่น ๆ ในตลาด ทำให้นักลงทุนต่างจับตาว่าทิศทางของ BTC จะเป็นอย่างไรต่อไป
วาฬเทขาย Bitcoin เขย่าตลาด! BTC ร่วงทันที $4,000
จุดเริ่มต้นของแรงเทขายครั้งนี้มาจากการทำธุรกรรมของวาฬนิรนามรายหนึ่ง ซึ่งได้เทขาย BTC จำนวน 24,000 เหรียญ คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา การเทขายจำนวนมหาศาลนี้ส่งผลกระทบต่อตลาดในทันที โดยราคา BTC ดิ่งลงกว่า 4,000 ดอลลาร์ภายในไม่กี่นาที สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักลงทุนทั่วโลก
แม้จะมีการเทขายครั้งใหญ่ แต่ข้อมูลเผยว่าวาฬรายนี้ยังคงถือครอง BTC อยู่อีกถึง 152,874 เหรียญ ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 17,000 ล้านดอลลาร์ สิ่งนี้สร้างความกังวลว่าหากวาฬตัดสินใจเทขาย BTC เพิ่มเติม อาจส่งผลให้ตลาดเกิดความสูญเสียและราคา BTC อาจปรับตัวลดลงได้อีกระลอก นักลงทุนจึงควรเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นจากแรงขายของวาฬรายนี้
แรงกดดันจาก ETF ฉุดราคา BTC และแนวรับสำคัญที่ต้องจับตา
นอกจากการเทขายของวาฬแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กดดันราคา BTC คือการไหลออกของเงินทุน (outflow) จากกองทุน Spot ETF ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของนักลงทุนสถาบันที่ลดลง ข้อมูลจาก Soso Value ระบุว่าระหว่างวันที่ 18-22 สิงหาคม กองทุน Bitcoin Spot ETF มีเงินไหลออกสุทธิสูงถึง 1.17 พันล้านดอลลาร์ โดยกองทุน IBIT ของ BlackRock มีเงินไหลออกมากที่สุดถึง 615 ล้านดอลลาร์
สถานการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับ BTC เท่านั้น เพราะกองทุน Ethereum ETF ก็กลับมามีเงินไหลออกสุทธิ 238 ล้านดอลลาร์เช่นกัน เป็นการหยุดสถิติเงินไหลเข้า (inflow) ต่อเนื่อง 14 สัปดาห์ลง
Ali Martinez ผู้เชี่ยวชาญด้านการซื้อขายคริปโตได้ให้ความเห็นว่า ราคา BTC จำเป็นต้องยืนเหนือแนวรับสำคัญที่ระดับ 112,000 ดอลลาร์ให้ได้ เพื่อที่จะมีโอกาสกลับไปทดสอบแนวต้านที่ 120,000 ดอลลาร์อีกครั้ง เนื่องจากโซนราคานี้เป็นโซนที่มีแรงซื้อเข้ามาพยุงราคาไว้หลายครั้งในเดือนที่ผ่านมา หากราคา BTC ไม่สามารถรักษาระดับนี้ไว้ได้ อาจเปิดทางให้ราคาปรับตัวลดลงไปอีก
มองหาที่พักเงินช่วงตลาดผันผวน? Best Wallet อาจเป็นคำตอบ

ท่ามกลางความผันผวนของตลาด Bitcoin นักลงทุนจำนวนมากเริ่มมองหาเครื่องมือที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการจัดการสินทรัพย์ดิจิทัล Best Wallet ($BEST) คือกระเป๋าเงินคริปโตแบบ non-custodial ที่รองรับ multichain อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งอาจเป็นคำตอบที่ใช่สำหรับช่วงเวลานี้
ด้วยการออกแบบที่เน้นความปลอดภัยระดับสถาบันโดยใช้เทคโนโลยี MPC จาก Fireblocks และการไม่บังคับใช้ KYC ทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุม BTC และสินทรัพย์อื่น ๆ ของตนเองได้อย่างสมบูรณ์
Best Wallet ไม่ได้รองรับแค่ Bitcoin แต่ยังรวมถึง Ethereum, Solana และเชนอื่น ๆ อีกมากมาย ทำให้การจัดการพอร์ตโฟลิโอเป็นเรื่องง่าย
นอกจากนี้ โทเค็น $BEST ยังมอบสิทธิประโยชน์มากมาย เช่น Staking APY ที่สูงถึง 89%, สิทธิ์ในการเข้าร่วม Presale ก่อนใคร และค่าธรรมเนียมที่ถูกลงภายในแอป ในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอน การมีเครื่องมือที่ช่วยให้คุณเข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ อย่างเหรียญ Presale ที่มีศักยภาพ อาจเป็นกลยุทธ์ที่สร้างความแตกต่างได้
ขณะนี้ Presale ของ $BEST กำลังเปิดระดมทุนและใกล้จะปรับราคาขึ้นในรอบถัดไปแล้ว ถือเป็นโอกาสที่ไม่ควรพลาดสำหรับนักลงทุนที่มองหาการเติบโตในระยะยาว
- เข้าร่วม Presale ได้ที่: https://bestwallettoken.com/th
- ดาวน์โหลดแอป Best Wallet: https://bestwallet.com/th
- ติดตามข่าวสารผ่าน X: https://x.com/BestWalletHQ
- ติดตามข่าวสารผ่าน Telegram: https://t.me/Best_Wallet_Announcements
สรุป: BTC เผชิญความท้าทายระยะสั้น จับตาแนวรับสำคัญ
โดยรวมแล้ว ตลาดคริปโตและราคา BTC กำลังเผชิญกับความท้าทายในระยะสั้นจากแรงกดดันสองด้าน ทั้งการเทขายของวาฬและการไหลออกของเงินทุนจาก ETF ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้เกิดความผันผวนสูงและทำให้นักลงทุนต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ แนวรับที่ระดับ 112,000 ดอลลาร์จึงกลายเป็นจุดชี้วัดที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับทิศทางของ BTC ในอนาคตอันใกล้นี้
หากราคาสามารถยืนหยัดอยู่ได้ ก็ยังมีโอกาสฟื้นตัว แต่หากหลุดแนวรับนี้ไป อาจต้องเผชิญกับแรงเทขายเพิ่มเติม