Bitcoin ยืนเซอยู่ที่ปากเหว จะรอดไหม? จับตาราคา $112,000 ให้ดี!

Bitcoin (BTC) มีราคาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 2% ในวันพุธ แต่กลับถูกเทขายจนกำไรหายไปทั้งหมดในวันพฤหัสบดี ทำให้ราคากลับมาทดสอบแนวรับสำคัญทางจิตวิทยาที่ระดับ $112,000 อีกครั้ง
สถานการณ์นี้นับเป็นจุดชี้ชะตาที่สำคัญว่าราคาจะสามารถยืนเหนือแนวรับนี้และกลับตัวขึ้นได้ หรือจะร่วงลงไปสู่แนวรับถัดไป ท่ามกลางความผันผวนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
จับตา Options Expiry ครั้งประวัติศาสตร์! BTC อาจผันผวนรุนแรง
ปัจจัยสำคัญที่สร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับตลาดในสัปดาห์นี้ คือการหมดอายุของสัญญา Options รายสัปดาห์ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์คริปโต ซึ่งจะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 26 กันยายนนี้ โดยคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสัญญาทั้ง Bitcoin และ Ethereum ที่จะหมดอายุรวมกันสูงถึง 18,000 – 23,000 ล้านดอลลาร์
ขนาดของอีเวนต์นี้ใหญ่กว่าเหตุการณ์ ‘triple witching’ ของสัปดาห์ที่แล้วถึง 4 เท่า ซึ่งหมายความว่าตลาดอาจเผชิญกับความผันผวนที่รุนแรงอย่างมาก ทั้งในทิศทางขาขึ้นและขาลง เพื่อชำระล้างสถานะของเทรดเดอร์ที่เข้ามาเก็งกำไรในช่วงเวลานี้
จุดที่น่าสนใจคือ Max-Pain Point ของ BTC (ระดับราคาที่ผู้ถือสัญญา Options ส่วนใหญ่จะขาดทุน) อยู่ในช่วง $112,000 ถึง $107,000 ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่ราคา BTC อาจจะเคลื่อนไหวลงไปสร้างจุดต่ำสุดในระยะสั้น (Local Bottom) บริเวณนี้ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงทิศทาง
วิเคราะห์กราฟ Bitcoin ระยะสั้น แนวรับ $112,000 จะต้านไหวหรือไม่?
เมื่อพิจารณาจากกราฟระยะสั้นในไทม์เฟรม 4 ชั่วโมง จะเห็นการต่อสู้กันอย่างดุเดือดระหว่างฝั่งซื้อ (Bulls) และฝั่งขาย (Bears) บริเวณแนวรับแนวนอนที่ $112,000 แม้จะมีความพยายามหลายครั้งที่จะกดราคาให้หลุดแนวรับนี้ แต่จนถึงขณะนี้ราคาก็ยังคงสามารถทรงตัวอยู่ได้

อย่างไรก็ตาม สัญญาณทางเทคนิคเริ่มดูไม่สู้ดีนัก โดยอินดิเคเตอร์ Stochastic RSI กำลังเคลื่อนตัวลง ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันด้านลบหากราคาหลุดแนวรับ ขณะที่ RSI (Relative Strength Index) ก็ถูกปฏิเสธจากเส้นแนวโน้มขาลง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าแรงซื้อเริ่มอ่อนกำลังลง
หากแท่งเทียนล่าสุดไม่สามารถกลับไปยืนเหนือแนวรับได้ ก็อาจเป็นรอยร้าวแรกที่ทำให้ราคา Bitcoin ร่วงลง
ส่องสัญญาณอันตราย! ราคา BTC หลุดเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญ
ในไทม์เฟรมรายวัน แม้ว่าแนวรับจะยังคงทำงานอยู่ แต่ภาพรวมกลับน่ากังวลยิ่งขึ้น เนื่องจากราคา BTC ได้หลุดลงมาอยู่ใต้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Simple Moving Average) ทั้ง 50 วัน และ 100 วันแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น เส้น SMA 50 วันกำลังเคลื่อนตัวลงมาและมีแนวโน้มที่จะตัดกับเส้น SMA 100 วันในไม่ช้า ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง ก็จะเป็นสัญญาณขายที่ชัดเจนและอาจเป็นการตอกย้ำแนวโน้มขาลงต่อไป
ในทางกลับกัน อินดิเคเตอร์ Stochastic RSI ในกราฟรายวันเกือบจะลงไปถึงจุดต่ำสุดแล้ว ซึ่งหมายความว่าหากมีการปรับตัวลงอีกครั้ง เช่น ไปที่แนวรับถัดไปบริเวณ $108,000 อาจทำให้อินดิเคเตอร์แตะจุดต่ำสุดและพร้อมที่จะกลับตัวขึ้น ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวหากมีแรงซื้อกลับเข้ามามากพอ
ชี้ชะตา Bitcoin! แนวโน้ม 8 ปีสู่จุด Breakout หรือร่วงต่อ?
เมื่อมองภาพใหญ่ในกราฟรายสัปดาห์ (Weekly) จะเห็นเส้นแนวโน้มขาขึ้น (Ascending Trendline) ที่ลากยาวมานานกว่า 8 ปี นับตั้งแต่จุดสูงสุดของตลาดกระทิงในปี 2017 เส้นนี้เคยทำหน้าที่เป็นแนวต้านสำคัญที่จุดสูงสุด 2 ครั้งในปี 2021 และจุดสูงสุดล่าสุดของตลาดกระทิงรอบนี้

แม้ว่าราคา BTC จะเคยพุ่งทะลุเส้นแนวโน้มนี้ขึ้นไปสร้างจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล (All-Time High) ที่ $124,000 ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม แต่หลังจากนั้นราคาก็ถูกปฏิเสธและร่วงลงมาทดสอบแนวรับที่ $108,000 ก่อนจะดีดกลับไปทดสอบเส้นแนวโน้มอีกครั้งและร่วงลงมาที่แนวรับ $112,000 ในปัจจุบัน
คำถามสำคัญในตอนนี้คือ อินดิเคเตอร์ Stochastic RSI จะเริ่มกลับตัวขึ้นเพื่อสร้างแรงส่งให้ราคาพุ่งทะยานต่อได้หรือไม่ หรือสัญญาณ Bearish Divergence บน RSI จะเริ่มทำงานและนำไปสู่จุดสิ้นสุดของตลาดกระทิงรอบนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด
Bitcoin Hyper เหรียญ L2 อาจช่วยได้?
Bitcoin Hyper หรือ HYPER กำลังเป็นที่จับตาในฐานะเหรียญคริปโตที่น่าสนใจ ด้วยการระดมทุนกว่า $30.68M อย่างรวดเร็ว
โปรเจกต์นี้เป็น Layer-2 ที่สร้างบน Solana Virtual Machine (SVM) โดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยน BTC จากสินทรัพย์เก็บมูลค่าเดิม ให้กลายเป็นเครือข่ายความเร็วสูง รองรับการใช้งานในโลก DeFi, dApps และ Meme Culture อย่างมีประสิทธิภาพ

แพลตฟอร์มสามารถประมวลผลธุรกรรมหลายหมื่นรายการต่อวินาที ด้วยค่าธรรมเนียมเฉลี่ยต่ำกว่า 0.001 ดอลลาร์เท่านั้น พร้อมรักษาความปลอดภัยด้วย Zero-Knowledge Proof (ZKP) ซึ่งจะบีบอัดข้อมูลก่อนส่งกลับไปยืนยันบน Layer-1 จึงช่วยแก้ปัญหาความช้า ค่าธรรมเนียมสูง และข้อจำกัดในการเขียนโปรแกรมของ BTC แบบเดิม
HYPER ยังมาพร้อมเครื่องมืออำนวยความสะดวกครบวงจร เช่น Meme Coin Factory, DeFi สำหรับ BTC, Micropayment, GameFi/NFT และระบบ Cross-Chain Bridge ที่เชื่อม BTC, ETH และ SOL ทำให้สามารถเคลื่อนย้ายสินทรัพย์อย่างปลอดภัยและใช้งานได้ทันทีภายในระบบนิเวศ
ความโปร่งใสในการระดมทุนและโครงสร้าง Presale ทำให้ HYPER น่าสนใจสำหรับนักลงทุนทั่วไป เพราะไม่มีรอบพิเศษสำหรับ VC หรือกองทุนใหญ่ อีกทั้งราคาที่ปรับขึ้นตามขั้น Presale ยังสร้างแรงจูงใจให้ผู้เข้าร่วมตั้งแต่ช่วงแรก
นอกจากนี้ เหรียญ HYPER ยังมี Utility ที่จับต้องได้จริงตั้งแต่ช่วง Presale เช่น ใช้เป็นค่า Gas, Staking Reward และ Governance Token ช่วยให้ผู้ถือเหรียญมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบนิเวศ Layer-2 นี้อย่างแท้จริง
ด้วยการออกแบบทางเทคนิคที่แข็งแกร่ง ผสมผสานความปลอดภัยและประสิทธิภาพ ทำให้ HYPER มีศักยภาพเติบโตสูงและเป็นตัวเลือกน่าสนใจสำหรับนักลงทุนในช่วง Altcoin Season ที่กำลังจะมาถึง
ก่อนตัดสินใจลงทุนใน $HYPER ขอแนะนำให้อ่านบทวิเคราะห์ราคา Bitcoin Hyper ก่อน และอย่าลืมดูวิธีซื้อ Bitcoin Hyper ทีละขั้นตอน เพื่อทำความเข้าใจโปรเจกต์เหรียญ presale นี้ให้ชัดเจน
ติดตามข้อมูลข่าวสารใหม่ๆ เพิ่มเติมทาง X และ Telegram เพื่อติดตามบรรยากาศตลาดแบบเรียลไทม์