เฮทั้งวงการ! สหรัฐฯ เคาะกฎหมายคริปโตใหม่ ชี้ชะตาอนาคต

วุฒิสภาสหรัฐฯ กำลังขยับเข้าใกล้การสร้างความชัดเจนทางกฎหมายให้กับวงการคริปโตครั้งสำคัญ เมื่อวุฒิสมาชิก Cynthia Lummis ได้ประกาศว่าร่างกฎหมาย Digital Asset Market Clarity Act ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน พร้อมสำหรับการพิจารณาแล้ว โดยจะเข้าสู่การอภิปรายในคณะกรรมการการธนาคารแห่งวุฒิสภาภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ
เจาะลึกร่างกฎหมายคริปโต: แบ่งอำนาจ SEC-CFTC ชัดเจน
Lummis ได้เรียกร้องให้เพื่อนร่วมงานไม่ชะลอความคืบหน้า โดยโพสต์ผ่าน X ว่า “หลังจากการทำงานอย่างหนักมาหลายเดือน เรามีร่างกฎหมายที่ทั้งสองพรรคเห็นชอบพร้อมสำหรับการพิจารณาในวันพฤหัสบดีนี้” พร้อมเสริมว่า “กฎหมาย Digital Asset Market Clarity Act จะสร้างความชัดเจนที่จำเป็นเพื่อรักษานวัตกรรมไว้ในสหรัฐฯ และคุ้มครองผู้บริโภค” ความเคลื่อนไหวนี้มีเป้าหมายเพื่อยุติความสับสนทางกฎหมายที่บริษัทคริปโตในสหรัฐฯ เผชิญมานาน จนหลายแห่งต้องย้ายฐานไปต่างประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา
หัวใจสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้คือการแบ่งแยกอำนาจการกำกับดูแลระหว่าง 2 หน่วยงานหลัก ได้แก่ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) จะดูแลโทเคนและโปรเจกต์ในระยะเริ่มต้น ส่วนคณะกรรมการกำกับดูแลการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) จะรับผิดชอบสกุลเงินดิจิทัลหลักส่วนใหญ่ เช่น Bitcoin และ Ethereum ซึ่งการแบ่งเขตอำนาจนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจาก CFTC ถูกมองว่ามีท่าทีที่เป็นมิตรต่อวงการคริปโตมากกว่า SEC ผู้สนับสนุนเชื่อว่าแนวทางนี้จะช่วยรักษางาน เงินทุน และนักพัฒนาในอุตสาหกรรมไว้ในสหรัฐฯ ได้
เปิดกฎเหล็กสำคัญ: ปกป้องนักพัฒนาและสกัดกั้น CBDC
แม้ร่างกฎหมายจะมีความยาวเกือบ 280 หน้า แต่มีประเด็นหลักที่น่าสนใจหลายข้อ ประการแรก มีการนิยามสินทรัพย์ประเภทใหม่ที่เรียกว่า “ancillary assets” ซึ่งหมายถึงโทเคนของเครือข่ายที่ต้องพึ่งพาทีมพัฒนาในการเติบโต โดยโทเคนเหล่านี้จะต้องปฏิบัติตามกฎการเปิดเผยข้อมูลแบบพิเศษ ประการที่สอง ร่างกฎหมายได้กำหนดข้อจำกัดเกี่ยวกับ Stablecoins โดยจะไม่อนุญาตให้บริษัทจ่ายดอกเบี้ยจากการถือครองเหรียญเพียงอย่างเดียว แต่อาจยังคงให้รางวัลสำหรับการใช้งานในแอปพลิเคชันต่างๆ ได้
ประการที่สาม ร่างกฎหมายนี้ให้ความคุ้มครองแก่นักพัฒนาบล็อกเชน โดยระบุว่าหากนักพัฒนาไม่ได้ควบคุมเงินทุนของผู้ใช้โดยตรง พวกเขาจะไม่ถูกปฏิบัติเหมือนเป็นธนาคาร และประการสุดท้ายที่สำคัญคือ การสกัดกั้นรัฐบาลสหรัฐฯ จากการเปิดตัวสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) สำหรับการใช้งานรายย่อย โดยฝ่ายนิติบัญญัติให้เหตุผลว่าต้องการปกป้องความเป็นส่วนตัวและป้องกันการสอดแนมทางการเงิน กล่าวโดยสรุปคือ ร่างกฎหมายนี้พยายามยุติ “การกำกับดูแลด้วยการบังคับใช้กฎหมาย” (regulation by enforcement) และแทนที่ด้วยกฎหมายที่ชัดเจนสำหรับวงการคริปโต
วิเคราะห์ผลกระทบต่ออนาคตวงการคริปโต
หากร่างกฎหมายนี้ผ่านการอนุมัติ อาจเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของวงการคริปโตในสหรัฐฯ ไปอย่างสิ้นเชิง กฎระเบียบที่ชัดเจนจะนำไปสู่การลงทุนที่เพิ่มขึ้น, การเกิดใหม่ของสตาร์ทอัพ, การสร้างงาน และความไว้วางใจจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่ Paul Atkins อดีตประธาน SEC กล่าวว่า “นี่คือสัปดาห์ที่ยิ่งใหญ่สำหรับคริปโต”
ขั้นตอนต่อไปคือ หากคณะกรรมการการธนาคารแห่งวุฒิสภาอนุมัติร่างกฎหมายในสัปดาห์นี้ ก็จะเข้าสู่การลงมติในวุฒิสภาเต็มคณะ ก่อนที่จะส่งกลับไปยังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขออนุมัติขั้นสุดท้ายและส่งต่อไปยังประธานาธิบดี แม้ว่าสมาชิกพรรคเดโมแครตบางส่วนยังคงกังวลว่ากระบวนการอาจรวดเร็วเกินไปและอาจมีช่องโหว่ แต่ทั้งอุตสาหกรรมคริปโตกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะนี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่กฎหมายคริปโตที่แท้จริงถูกนำมาพิจารณาอย่างจริงจังในวอชิงตัน