XRP รอดหรือร่วง? SWIFT ผนึกกำลัง Chainlink เขย่าตลาดคริปโต

ข่าวใหญ่สั่นสะเทือนวงการคริปโต เมื่อ SWIFT ประกาศเปิดตัว Ledger บนบล็อกเชนของตัวเอง โดยร่วมมือกับ Chainlink (LINK) และสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่กว่า 30 แห่ง การเคลื่อนไหวครั้งนี้สร้างความกังวลให้กับผู้ถือเหรียญ XRP อย่างมาก เนื่องจากเป็นการทำลายความเชื่อที่ว่า Ripple จะเข้ามาแทนที่ระบบของ SWIFT ในอนาคตอันใกล้ สถานการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่าอนาคตของ XRP จะเป็นอย่างไร และ Chainlink กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินแทนที่ใช่หรือไม่
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้หลายฝ่ายหันมาให้ความสนใจกับบทวิเคราะห์ราคาและอนาคตของเหรียญ XRPมากขึ้น เพื่อประเมินผลกระทบในระยะยาวและทิศทางที่เป็นไปได้ของเหรียญ
วิเคราะห์ดีล SWIFT–Chainlink: ราคาผันผวน แต่ XRP ยังมีลุ้น
ในการประชุม Sibos 2025 ทาง SWIFT ได้ประกาศแผนการที่น่าตกใจ ด้วยการเปิดตัว Ledger ที่ทำงานบนเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยมี Chainlink เป็นพันธมิตรหลักด้านเทคโนโลยี พร้อมกับการสนับสนุนจากสถาบันการเงินระดับโลก 30 แห่ง ข่าวดังกล่าวสร้างความผิดหวังให้กับชุมชน XRP เป็นอย่างยิ่ง เพราะหลายคนคาดการณ์มาตลอดว่า Ripple จะเป็นผู้ที่ได้รับเลือกให้ทำหน้าที่นี้ การประกาศครั้งนี้ยังเป็นการตอกย้ำความร่วมมือที่ยาวนานกว่า 7 ปีระหว่าง SWIFT และ Chainlink ในการพัฒนาความสามารถในการทำงานร่วมกัน (interoperability) ระหว่างระบบการเงินแบบดั้งเดิมและบล็อกเชน
Zach Rynes ผู้เชี่ยวชาญด้านคริปโตชื่อดัง ได้วิเคราะห์สถานการณ์นี้อย่างเฉียบคม โดยระบุว่าผู้สนับสนุน XRP “ถูกบดขยี้อย่างสิ้นเชิง” จากการที่ SWIFT เลือกที่จะสร้าง Ledger ของตนเองร่วมกับ Chainlink แทนที่จะใช้โซลูชันของ XRP สำหรับการชำระเงินข้ามพรมแดน Rynes ชี้ว่าการที่ SWIFT อ้างถึง “โครงการนำร่องก่อนหน้านี้” เป็นการอ้างอิงโดยตรงถึงการทำงานร่วมกันระหว่าง SWIFT และ Chainlink ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งการพัฒนานี้อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคา XRP เนื่องจากเรื่องเล่าหลักที่ใช้ขับเคลื่อนราคามาโดยตลอดกำลังถูกท้าทายอย่างรุนแรง
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าปัจจัยพื้นฐานจะถูกท้าทาย แต่ในมุมมองทางเทคนิค นักวิเคราะห์บางส่วนยังคงมองเห็นสัญญาณกระทิงของราคา XRP จากรูปแบบกราฟในอดีต ซึ่งอาจหนุนให้ราคากลับมาฟื้นตัวได้หากประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
Chainlink หรือ XRP ใครจะครองใจสถาบันการเงินมากกว่ากัน?
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนชี้ว่าบทบาทของ Chainlink ในความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่การเป็นคู่แข่งกับบล็อกเชนอื่น แต่เป็นการทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นอย่าง Oracle ซึ่งช่วยเชื่อมต่อข้อมูลจากโลกภายนอกเข้ากับบล็อกเชน โดย Consensys จะเป็นผู้สร้าง Permissioned Chain ใหม่ให้กับ SWIFT ซึ่งหมายความว่าแม้สถาบันการเงินจะสร้างเชนส่วนตัวขึ้นมา ก็ยังคงต้องพึ่งพาเทคโนโลยีของ Chainlink อยู่ดี
ตำแหน่งของ Chainlink ในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับสถาบันการเงินนั้นแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จากความร่วมมือกับองค์กรขนาดใหญ่อื่นๆ เช่น DTCC, UBS และ Euroclear ซึ่งทั้งหมดต่างเลือกใช้ Chainlink สำหรับโครงการระดับองค์กรและการทำ Tokenization สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าสถาบันการเงินให้ความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี Oracle ที่ผ่านการพิสูจน์แล้วมากกว่าการใช้ XRP เพื่อการชำระบัญชี
อย่างไรก็ตาม อนาคตของ XRP ยังไม่ถึงทางตันเสียทีเดียว มีข้อมูลระบุว่า XRP ยังคงทำงานร่วมกับธนาคาร 24 แห่งจาก 30 แห่งที่เข้าร่วมในโครงการ Ledger ใหม่ของ SWIFT ซึ่งอาจหมายถึงการเป็นพันธมิตรทางอ้อม การเคลื่อนไหวของสถาบันการเงินเหล่านี้ยังสอดคล้องกับข้อมูลที่ว่านักลงทุนสถาบันเข้าซื้อ XRP เพิ่มขึ้นในช่วงที่ราคาย่อตัว ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนบางส่วน นอกจากนี้ XRP ยังคงมีความสำคัญในกรณีการใช้งานอื่นๆ เช่น การชำระบัญชีสำหรับ Stablecoin และเครือข่ายการชำระเงินในระดับภูมิภาค การต่อสู้ระหว่างชุมชน Chainlink และ XRP ในประเด็น SWIFT ยังคงดุเดือด และต้องจับตาดูกันต่อไปว่าใครจะเป็นผู้ชนะที่แท้จริงในสมรภูมินี้
นอกเหนือจากความร่วมมือกับสถาบันการเงินแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่อาจพลิกสถานการณ์ให้กับ XRP คือความเป็นไปได้ในการอนุมัติกองทุน Spot ETF ในสหรัฐฯ ซึ่งนักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่าข่าวดีเรื่อง Spot ETF อาจหนุนราคา XRP พุ่งแรงสู่ $5 และเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องจับตาในอนาคตอันใกล้นี้
พรีเซลปัง! Snorter Token ดึงดูดนักลงทุนด้วยบอทสุดล้ำ
Snorter Token ($SNORT) ระดมทุนพรีเซลไปแล้วกว่า 4.1 ล้านดอลลาร์ กลายเป็นเหรียญมีมที่น่าจับตามองในตลาด Telegram Bot โดยใช้งานผ่าน Snorter Bot ซึ่งออกแบบมาสำหรับนักเทรดที่ต้องการความเร็ว ค่าธรรมเนียมต่ำ และฟีเจอร์ครบจบใน Telegram โดยไม่ต้องเชื่อมต่อเว็บไซต์หรือกระเป๋าแยก รองรับทั้ง Solana และ Ethereum พร้อมแผนขยายสู่ BNB, Polygon และ Base ผ่าน Portal Bridge ส่งผลให้ $SNORT ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องในฐานะหนึ่งใน เหรียญคริปโตที่น่าลงทุน 2025 ที่ผสานเทคโนโลยีกับการใช้งานจริงได้อย่างลงตัว

Snorter Bot โดดเด่นด้วยฟีเจอร์สไนป์เหรียญมีม ตั้ง Stop Loss คำสั่งจำกัดราคา และฟังก์ชันตรวจจับความเสี่ยงจาก honeypot หรือ rug pulls ช่วยให้นักลงทุนใช้งานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ผู้ถือ $SNORT ยังได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียมเหลือเพียง 0.85% ซึ่งต่ำกว่าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ ยังมีระบบ Staking ที่ให้ผลตอบแทนสูงในช่วงพรีเซล โดยมี APY อยู่ระหว่าง 120–170% สะท้อนความเชื่อมั่นจากนักลงทุนที่มองหาเหรียญมีมที่มีการใช้งานจริงและให้ผลตอบแทนได้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น.
ก่อนตัดสินใจเกี่ยวกับ Snorter Token ขอแนะนำให้อ่าน บทวิเคราะห์ราคา Snorter Token และอย่าลืมดูวิธีซื้อ Snorter Token ทีละขั้นตอน เพื่อทำความเข้าใจโอกาสให้ชัดเจน
อัปเดตบทความเชิงลึกผ่าน เว็บไซต์ทางการของ Snorter Token และติดตามประกาศสั้น ๆ ทาง X และ ช่อง Telegram
ไปยัง Snorter Token