เงินล้านหายวับ! XRP มูลค่า $3M ถูกขโมยจาก Cold Wallet?!

อุทาหรณ์ครั้งใหญ่สำหรับนักลงทุนคริปโต เมื่อนักลงทุนชาวอเมริกันรายหนึ่งได้สูญเสียเหรียญ XRP มูลค่ากว่า 3 ล้านดอลลาร์ หรือราว 110 ล้านบาท จากสิ่งที่เขาเชื่อว่าเป็น Cold Wallet ที่ปลอดภัยมากที่สุด
เหตุการณ์นี้จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงครั้งใหญ่เกี่ยวกับความปลอดภัยของกระเป๋าเงินดิจิทัล โดยบริษัทผู้ผลิต Ellipal ชี้แจงว่าสาเหตุเกิดจากความผิดพลาดของผู้ใช้เองที่เปลี่ยนกระเป๋าเย็นให้กลายเป็นกระเป๋าร้อนโดยไม่รู้ตัว ซึ่งกรณีนี้ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญสูงสุดในการจัดการ Seed Phrase ของสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเหรียญ XRP ด้วยเหตุนี้ การศึกษาข้อมูลเพื่อเลือก XRP wallet ที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด จึงเป็นขั้นตอนแรกที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม
เปิดไทม์ไลน์! XRP มูลค่า $3M หายไปได้อย่างไร
เรื่องราวนี้ถูกเปิดเผยผ่าน X โดยนักลงทุนวัยเกษียณชาวอเมริกันชื่อ Brandon วัย 54 ปี ซึ่งเขาระบุว่าเงินลงทุนใน XRP ก้อนนี้คือสินทรัพย์เกือบทั้งหมดสำหรับชีวิตหลังเกษียณของเขาและภรรยา เขาเล่าผ่านวิดีโอ YouTube ว่าได้ค้นพบความสูญเสียครั้งใหญ่นี้ในวันที่ 15 ตุลาคม เมื่อตรวจสอบแอปพลิเคชันบนมือถือของ Ellipal แล้วพบว่ายอดคงเหลือได้หายไปทั้งหมด
จากการตรวจสอบย้อนหลัง พบว่าการโจรกรรมเกิดขึ้นในวันที่ 12 ตุลาคม โดยแฮกเกอร์ได้ทำการโอนทดสอบด้วยจำนวน 10 XRP จำนวน 2 ครั้ง ก่อนที่จะกวาดเหรียญ XRP ที่เหลือทั้งหมดประมาณ 1,209,990 XRP ออกไปยัง Address ที่สร้างขึ้นใหม่ภายในเวลาอันรวดเร็ว หลังจากนั้นเงินได้ถูกกระจายออกไปยัง Wallet อื่นๆ อีกหลายร้อยแห่ง Brandon กล่าวว่าเขาสะสม XRP มาตั้งแต่ปี 2017 และได้ยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังศูนย์รับเรื่องร้องเรียนอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตของ FBI (IC3) และหน่วยงานท้องถิ่นแล้ว
แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะสะท้อนถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัย แต่ในมุมของการลงทุน XRP ยังคงเป็นที่จับตามองอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีข่าวลือว่า XRP อาจมีกองทุน ETF เป็นของตัวเอง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาในอนาคต
Ellipal โต้กลับ! วิเคราะห์สาเหตุที่ Cold Wallet ของ XRP กลายเป็น Hot Wallet
หลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป Ellipal บริษัทผู้ผลิตกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ ได้ออกแถลงการณ์ในวันที่ 18 ตุลาคม เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงจากฝั่งบริษัท โดยระบุว่าจากการตรวจสอบพบว่าผู้ใช้งานได้ทำการ “นำเข้า (Import)” Seed Phrase ของ Hardware Wallet เข้าไปในแอปพลิเคชัน Ellipal บนมือถือ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการสร้างสำเนากระเป๋าเงินขึ้นมาใหม่บนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (โทรศัพท์มือถือ/แท็บเล็ต)
Ellipal อธิบายเพิ่มเติมว่า เมื่อ Seed Phrase ถูกพิมพ์ลงในอุปกรณ์ออนไลน์ Private Key จะถูกจัดเก็บไว้ในอุปกรณ์นั้นทันที ซึ่งทำให้สถานะของกระเป๋าเงินเปลี่ยนจาก “Cold Wallet” (ออฟไลน์) กลายเป็น “Hot Wallet” (ออนไลน์) และลดระดับความปลอดภัยลงอย่างมาก สิ่งที่น่าสนใจคือ Brandon ยอมรับว่าแอปฯ Ellipal บน iPad ของเขาแสดงพื้นหลังสีส้ม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Hot Wallet ในขณะที่บน iPhone แสดงพื้นหลังสีน้ำเงิน ซึ่งหมายถึง Cold Wallet กรณีนี้จึงชี้ชัดว่าเป็นความผิดพลาดของผู้ใช้งาน (User Error) ไม่ใช่ช่องโหว่ของตัวอุปกรณ์ Hardware Wallet ที่เป็นแบบ Air-gapped (ไม่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต) แต่อย่างใด
นอกเหนือจากประเด็นด้านความปลอดภัยแล้ว ศักยภาพพื้นฐานของเหรียญ XRP เองก็เป็นสิ่งที่นักลงทุนให้ความสนใจมาโดยตลอด ซึ่งมีนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าด้วยเทคโนโลยีและกรณีการใช้งานที่โดดเด่น ทำให้มีบทวิเคราะห์ที่ชี้ว่า XRP คือ Ethereum Killer ตัวจริง ที่น่าจับตา
ZackXBT แกะรอยเส้นทางเงิน XRP ที่ถูกขโมย
ZackXBT นักสืบชื่อดังบนโลกออนไลน์ ได้เข้ามาช่วยแกะรอยเส้นทางของเงินที่ถูกขโมยไป โดยเขาได้ระบุ Address ของแฮกเกอร์จากการเทียบเวลาและจำนวนเหรียญ XRP ที่ตรงกับในวิดีโอของผู้เสียหาย การสืบสวนของเขาพบว่าในวันที่ 12 ตุลาคม แฮกเกอร์ได้สร้างคำสั่งแลกเปลี่ยน (Swap) จาก Ripple ไปยังเครือข่าย Tron มากกว่า 120 รายการผ่านบริการที่ชื่อว่า Bridgers (ชื่อเดิม SWFT)
ZackXBT ตั้งข้อสังเกตว่า Block Explorer บางตัวอาจแสดงผลว่าเป็นการทำธุรกรรมผ่าน “Binance” เนื่องจาก Bridgers ใช้ Exchange ดังกล่าวเป็นแหล่งสภาพคล่อง (Liquidity) จากนั้นเงินทั้งหมดถูกรวบรวมไปยัง Wallet บนเครือข่าย Tron ก่อนที่จะถูกกระจายต่อไปยังโบรกเกอร์ OTC ที่เชื่อมโยงกับ Huione ซึ่งเป็นตลาดออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นักสืบคนดังยังได้เตือนว่าโอกาสในการได้เงินคืนนั้นมีน้อยมากเมื่อเงินถูกส่งผ่าน Cross-chain Swap และ OTC ไปแล้ว พร้อมทั้งย้ำบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ใช้งานทุกคนว่า: “ห้ามพิมพ์ Seed Phrase ของ Cold Wallet ลงในแอปพลิเคชันบนมือถือหรือคอมพิวเตอร์เด็ดขาด” เพื่อรักษาความปลอดภัยสูงสุดของสินทรัพย์ดิจิทัล
ท้ายที่สุดแล้ว อุทาหรณ์ครั้งนี้เป็นเครื่องย้ำเตือนให้นักลงทุนต้องศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน ไม่เพียงแต่เรื่องความปลอดภัย แต่ยังรวมถึงปัจจัยพื้นฐานของสินทรัพย์ด้วย สำหรับผู้ที่มองหาโอกาสการลงทุนในภาพรวม การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ เหรียญคริปโตที่น่าลงทุนในปี 2025 จะช่วยให้เห็นภาพตลาดและประเมินความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น
Best Wallet กระเป๋าคริปโตสุดปลอดภัยที่กำลังมาแรงในปี 2025
Best Wallet ($BEST) กำลังเป็นที่จับตาในวงการคริปโต ด้วยการระดมทุนกว่า 16.5 ล้านดอลลาร์จากรอบ ICO และถูกยกให้เป็นหนึ่งในกระเป๋าคริปโตแบบ non-custodial ที่เติบโตเร็วที่สุด จุดเด่นคือใช้งานง่าย ปลอดภัยระดับสถาบัน รองรับหลายเครือข่าย ทั้ง Bitcoin, Ethereum, BNB, Solana, Base และ Tron ผู้ใช้สามารถตั้งค่าได้รวดเร็วโดยไม่ต้องยืนยันตัวตน (no KYC) และถือครอง private key ด้วยตัวเอง พร้อมรองรับการซื้อคริปโตด้วยเงินปกติผ่าน MoonPay และ Alchemy Pay

ทีมพัฒนาเดินหน้าเพิ่มฟีเจอร์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เช่น การรองรับ Solana เต็มระบบ การสลับเหรียญผ่านเครือข่าย Bitcoin โดยตรง (Native Bitcoin Swaps) และระบบ Cross-Chain Swap ที่ใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีระบบ Gamified Rewards (BW Points) ที่ให้คะแนนสะสมจากการใช้งานแอปเพื่อปลดล็อกรางวัล พร้อมการอัปเดต UX/UI ให้ทันสมัยและรองรับภาษาเกาหลี โดยมีแผนเพิ่มภาษาไทยเร็ว ๆ นี้
Best Wallet ใช้เทคโนโลยี MPC จาก Fireblocks เพื่อยกระดับความปลอดภัย และผ่านการรับรองจาก WalletConnect รวมถึงระบบ Anti-Scam ที่ช่วยกรองเหรียญต้องสงสัย และ Token Discovery ที่แจ้งเตือนเหรียญ presale น่าสนใจล่วงหน้า ปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 250,000 รายต่อเดือน และได้รับการตรวจสอบจาก Certik เรียบร้อยแล้ว ทำให้ Best Wallet กลายเป็นหนึ่งในกระเป๋าคริปโตที่น่าจับตาที่สุดของปี 2025
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการภาพรวม Best Wallet โปรดศึกษาจาก บทวิเคราะห์/รีวิว Best Wallet และอย่าลืมดูวิธีซื้อ Best Wallet ทีละขั้นตอน เพื่อเห็นโอกาสและความเสี่ยงอย่างครบถ้วน
สำรวจเนื้อหาเชิงกลยุทธ์ใน เว็บไซต์ทางการของ Best Wallet พร้อมติดตามเสียงจากชุมชนบน X และ ช่อง Telegram
ดาวน์โหลดแอพ Best Wallet