Uniswap เตรียมเปิดตัว Layer 2 บน Mainnet ต้นปี 2025
- ENS พับแผน L2 หลัง Ethereum สเกลแรงเกินคาด เดินหน้า ENSv2 บน L1 เต็มตัว
- มนต์ Elon Musk เสื่อม? Dogecoin ร่วงแรงกว่า 10% ตลาดเมินข่าวดี สัญญาณอ่อนแรงเริ่มชัด
- Cathie Wood ชี้ทองคำปูทางให้ Bitcoin เด้ง แต่งานนี้มีคนไม่เห็นด้วย!
- Solana เจอศึกหนัก! เหตุการณ์แฮ็ก $30M ฉุดราคา SOL ต่ำกว่า $100
- AI เปิดโผ! ทำนาย 3 เหรียญคริปโตน่าลงทุน 2026

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา ทีมพัฒนาของ Uniswap ซึ่งเป็นหนึ่งในกระดานเทรดแบบกระจายศูนย์ หรือ Decentralized Exchange (DEX) ชั้นนำ ได้ประกาศถึงแผนการเปิดตัวเครือข่ายบล็อกเชน Layer 2 ที่มีชื่อว่า “Unichain” บน Mainnet ซึ่งคาดว่าจะพร้อมใช้งานในช่วงต้นปี 2025
การเริ่มต้นบน Ethereum Testnet
Unichain ถูกพัฒนาภายใต้ซูเปอร์เชนที่มีชื่อเสียงจาก Optimism และเริ่มต้นการทดสอบบน Ethereum Testnet (Sepolia) ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งจนถึงตอนนี้ เครือข่ายสามารถดำเนินการทดสอบธุรกรรมได้มากกว่า 50 ล้านครั้ง และมีการทดสอบสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) กว่า 4 ล้านรายการ
แผนการบำรุงรักษาเริ่ม 6 มกราคม 2025
สำหรับกำหนดการก่อนเปิดใช้งานบน Mainnet อย่างเป็นทางการ จะมีการเริ่มกระบวนการบำรุงรักษาในวันที่ 6 มกราคม 2025 โดยจะเน้นตรวจสอบความปลอดภัยและความเสถียรของระบบใหม่ที่เรียกว่า “Permissionless Fault Proofs” หลังจากนั้น ผู้ใช้งานจะสามารถทำการ Bridge สินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่เครือข่าย และใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ ที่ทำงานบน Layer 2 ได้อย่างเต็มรูปแบบ
นอกจากนี้ หลังการเปิดตัว Mainnet ก็ยังมีแผนที่จะปรับใช้โปรโตคอลใหม่ที่ชื่อว่า “Rollup Boost” ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อลดเวลาในการสร้างบล็อกให้เหลือ “น้อยกว่า 1 วินาที”
มุ่งเน้นการกระจายศูนย์และความเร็วที่เพิ่มขึ้น
Uniswap ยังตั้งเป้าหมายพัฒนาความสามารถของ Unichain อย่างต่อเนื่องหลังเปิดตัว Mainnet โดยจะมีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจ เช่น “Flashblocks” ซึ่งช่วยลดเวลาการยืนยันบล็อกให้เหลือเพียง 0.25 วินาที ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกเหมือนการทำธุรกรรมเกิดขึ้นทันที
อีกหนึ่งฟีเจอร์สำคัญคือการเปิดตัวเครือข่ายตรวจสอบแบบกระจายศูนย์ในชื่อ “Unichain Verification Network” ซึ่งจะช่วยให้สามารถตรวจสอบสถานะของบล็อกเชนได้โดยอิสระ
ทั้งนี้ ฟีเจอร์ทั้งหมดจะถูกทดสอบใน Testnet เพื่อประเมินประสิทธิภาพและความเสถียร ก่อนที่จะย้ายจาก Sepolia Testnet ไปยัง Mainnet ในภายหลัง
ประโยชน์ต่อ Uniswap และผู้ใช้งาน
การเปิดตัว Layer 2 นี้คาดว่าจะช่วยสร้างประโยชน์ให้กับระบบนิเวศของ Uniswap อย่างมาก โดยค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มซึ่งอยู่ในช่วงประมาณ 3-5 พันล้านดอลลาร์ต่อปี จะถูกแบ่งปันให้กับผู้ใช้งาน เช่น Liquidity Providers และผู้ถือ UNI Token
Unichain ไม่เพียงแต่จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครือข่าย แต่ยังช่วยส่งเสริมความโปร่งใสและผลตอบแทนที่ดีขึ้นสำหรับชุมชนผู้ใช้งานอีกด้วย
. @Uniswap generated nearly $1.3b of trading and settlement fees across 5 primary chains over the last year.
— Michael Nadeau | The DeFi Report (@JustDeauIt) October 13, 2024
The protocol and token holders captured $0 of that value.
[100% went to Liquidity Providers, Ethereum Validators, MEV bots, and the L2 sequencers]
But with the launch… pic.twitter.com/vgpn7xjFky
2M+
250+
8 ปี
70 คน
ภาพรวมตลาด
- 7 วัน
- 1 เดือน
- 1 ปี
ข่าวเด่นห้ามพลาด
อ่าน 3 นาทีอย่างรวดเร็วเกี่ยวกับข่าวคริปโตวันนี้!