Bitcoin ถูกเมิน? แผนความมั่นคงใหม่ทรัมป์ชู AI-Quantum เป็นพระเอก

วงการคริปโตต้องประหลาดใจอีกครั้ง เมื่อแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Strategy – NSS) ปี 2025 ฉบับล่าสุดของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ที่เพิ่งเปิดเผยออกมา ไม่มีการกล่าวถึงสินทรัพย์ดิจิทัลหรือเทคโนโลยีบล็อกเชนเลยแม้แต่น้อย โดยหันไปให้ความสำคัญกับ AI, เทคโนโลยีชีวภาพ และควอนตัมคอมพิวติ้งแทน ซึ่งสวนทางกับท่าทีที่เคยแสดงออกมาก่อนหน้านี้ และส่งผลกระทบต่อราคา Bitcoin ในทันที
เปิดแผนความมั่นคงชาติ 2025: ทำไม Bitcoin ถูกมองข้าม?
เอกสารแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ (NSS) ความยาว 33 หน้าที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ถือเป็นเอกสารนโยบายสำคัญที่สะท้อนมุมมองของประธานาธิบดีต่อภัยคุกคามและโอกาสระดับโลก แต่กลับไม่มีการพูดถึง BTC หรือคริปโตเคอร์เรนซีเลย โดยเนื้อหาเน้นย้ำไปที่เทคโนโลยีอื่น ๆ โดยระบุว่า “เราต้องการให้แน่ใจว่าเทคโนโลยีและมาตรฐานของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน AI, เทคโนโลยีชีวภาพ และควอนตัมคอมพิวติ้ง จะเป็นตัวขับเคลื่อนโลกไปข้างหน้า”
การที่ไม่มีการกล่าวถึงสินทรัพย์ดิจิทัลในเอกสารสำคัญฉบับนี้ ชี้ให้เห็นว่าแม้รัฐบาลชุดปัจจุบันจะดูเป็นมิตรกับคริปโต แต่สินทรัพย์อย่าง BTC ก็ยังคงอยู่นอกแผนการด้านความมั่นคงหลักของประเทศ
การพูดถึง “การเงินดิจิทัล” (digital finance) ในเอกสารก็เป็นไปในบริบทของระบบเศรษฐกิจและช่องทางการชำระเงินระหว่างประเทศแบบดั้งเดิม ไม่ได้กล่าวถึงเครือข่ายแบบกระจายศูนย์แต่อย่างใด
วิเคราะห์ท่าที Trump: จาก ‘ประธานาธิบดีคริปโต’ สู่การเมินเฉย BTC
ท่าทีดังกล่าวสร้างความกังขาอย่างมาก เนื่องจากก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยหาเสียงว่าจะขอเป็น “ประธานาธิบดีคริปโต” และได้มีนโยบายเชิงบวกหลายอย่าง เช่น การจัดตั้งคณะทำงานด้านตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล (President’s Working Group on Digital Asset Markets), การลงนามในกฎหมาย GENIUS Act เพื่อกำกับดูแล Stablecoin และการสั่งระงับการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับบริษัทคริปโตหลายแห่ง
ยิ่งไปกว่านั้น ในงานประชุม Bitcoin Conference ที่แนชวิลล์ปี 2024 ทรัมป์ก็เคยประกาศอย่างแข็งกร้าวว่า “อนาคตของคริปโตและอนาคตของ BTC จะถูกสร้างขึ้นในสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่ถูกผลักไสไปต่างประเทศ”
นอกจากนี้ยังเคยมีแนวคิดจัดตั้งคลังสำรอง BTC เชิงยุทธศาสตร์ของชาติ แม้จะระบุในภายหลังว่าจะใช้ BTC ที่ยึดมาได้แทนการซื้อใหม่ก็ตาม การกระทำล่าสุดจึงดูขัดแย้งกับคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้
จับตาราคา BTC: ผลกระทบจากแผน NSS และแนวโน้มระยะสั้น
ข่าวการมองข้าม BTC ในแผน NSS ส่งผลกระทบต่อตลาดอย่างเห็นได้ชัด โดยในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคา BTC ได้ร่วงลงไปต่ำกว่าระดับ $88,000 ซึ่งสะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อท่าทีที่ไม่แน่นอนของรัฐบาลสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม ราคา BTC ก็สามารถฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ Microstrategy บอกใบ้แผนการซื้อ BTC เพิ่ม โดยข้อมูลจาก CoinMarketCap ระบุว่าราคาได้ปรับตัวขึ้น 2.09% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มาอยู่ที่ราว $91,500
นักวิเคราะห์มองว่าหากราคาสามารถยืนเหนือแนวต้านสำคัญที่ $91,600 ได้ ก็มีโอกาสขึ้นไปทดสอบระดับ $93,000 ต่อไป แต่หากไม่สามารถผ่านไปได้ ก็มีความเสี่ยงที่จะย่อตัวกลับลงมาที่แนวรับ $89,500
Bitcoin Hyper: โอกาสใหม่บน Layer-2 ที่จะเข้ามาผลักดัน Utility ของ BTC

ท่ามกลางตลาดคริปโตที่ยังผันผวนเพราะแรงกดดันด้านมหภาค โครงการที่มีพื้นฐานแน่นกลับยังเดินหน้าไม่หยุด หนึ่งในดาวเด่นตอนนี้คือ Bitcoin Hyper (HYPER) เลเยอร์ 2 สายความเร็วที่กำลังสร้างกระแสสุดร้อนแรง หลังโกยยอดพรีเซลทะลุ $29 ล้านดอลลาร์ สะท้อนความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั่วโลกแบบชัดเจน
สิ่งที่ทำให้ HYPER ถูกพูดถึงคือผลตอบแทนการ Stake ที่ตอนนี้สูงถึง 40% APY ซึ่งช่วยจูงใจให้ถือเหรียญยาวขึ้น และยังสร้างฐานความเสถียรให้ระบบนิเวศเติบโต พร้อมกันนั้น โปรเจกต์ยังถูกสร้างบน Solana Virtual Machine (SVM) ที่ผสานเทคโนโลยี Zero-Knowledge Proof (ZKP) ทำให้เครือข่าย BTC รองรับ DeFi, dApps, NFT และแอปความเร็วระดับหมื่น TPS ได้แบบเต็มรูปแบบ ทั้งยังมีค่าธรรมเนียมถูกมาก และมีฟีเจอร์อย่าง Meme Coin Factory และ Cross-Chain Bridge ที่ใช้งานได้จริง
ใครที่กำลังสนใจลงทุนสามารถเริ่มจากการอ่านบทวิเคราะห์ราคา Bitcoin Hyper และคู่มือวิธีซื้อ HYPER เพื่อเตรียมข้อมูลให้ครบถ้วน และติดตามข่าวสารล่าสุดได้ผ่านช่องทาง X และ Telegram ของโปรเจกต์
ยอดระดมทุนล่าสุด
ไปยัง HYPER