ยิ่งตลาดกลัว ราคายิ่งพุ่ง! ผู้เชี่ยวชาญเผยไต๋ BTC ใช้ “ความกลัว” ทำเงิน

ในขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่เชื่อว่าความกลัวและความไม่แน่นอนในตลาดคือสัญญาณร้าย แต่ผู้เชี่ยวชาญกลับเปิดเผยมุมมองที่น่าสนใจว่า สำหรับ Bitcoin (BTC) แล้ว สถานการณ์ดังกล่าวกลับเป็นปัจจัยบวกที่ส่งเสริมการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง บทวิเคราะห์ล่าสุดชี้ให้เห็นว่าราคา Bitcoin มักจะทะยานขึ้นสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ ในช่วงที่ตลาดโลกเต็มไปด้วยความกังวล ซึ่งตอกย้ำสถานะของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์หลบภัยดิจิทัลที่น่าจับตา
เจาะลึกเหตุผล: ทำไม Bitcoin ถึงเติบโตในภาวะตลาดผันผวน
ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนได้ชี้ให้เห็นถึงปรากฏการณ์ที่น่าสนใจว่า เมื่อความเชื่อมั่นในตลาดการเงินแบบดั้งเดิมสั่นคลอน ไม่ว่าจะเป็นจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือความไม่แน่นอนของนโยบายธนาคารกลาง นักลงทุนสถาบันและรายย่อยต่างมองหาสินทรัพย์ทางเลือกเพื่อรักษามูลค่าของพอร์ตการลงทุน
ในจุดนี้เองที่ Bitcoin ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ ด้วยคุณสมบัติการกระจายอำนาจ (Decentralization) และอุปทานที่จำกัด ทำให้มันไม่ขึ้นตรงกับรัฐบาลหรือสถาบันการเงินใด ๆ นักลงทุนจึงมองว่า Bitcoin เป็น ‘ทองคำดิจิทัล’ ที่สามารถป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อและการลดค่าของเงินสกุลหลักได้เป็นอย่างดี
ตลาดกลัว แต่โอกาสทองรออยู่! – วิเคราะห์ Fear and Greed Index
เครื่องมือหนึ่งที่สะท้อนตลาดได้อย่างชัดเจนคือ ‘Crypto Fear & Greed Index’ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความกลัวและความโลภของนักลงทุนในตลาดคริปโต จากข้อมูลในอดีตพบว่า ช่วงเวลาที่ดัชนีชี้ไปที่ ‘ความกลัวสุดขีด’ (Extreme Fear) มักจะเป็นจุดซื้อที่ดีที่สุดก่อนที่ราคา Bitcoin จะกลับตัวเป็นขาขึ้นอย่างรุนแรง
ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีนี้อยู่ต่ำกว่า 40 ซึ่งเข้าสู่โซน “Fear” หลังจาก Donald Trump ยกระดับสงครามการค้ากับจีน และเกิดการเทขายรุนแรงในตลาดคริปโต
อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดของ Copper ชี้ว่า “ความกลัว” อาจไม่ใช่สิ่งที่ต้องหวั่น แต่กลับเป็นโอกาสทำกำไรได้จริง
ร่วงแล้วเด้ง! BTC ใช้ความกลัวเป็นแรงพุ่ง
จากการวิเคราะห์ 40 เหตุการณ์ที่ตลาดอยู่ในภาวะ Fear พบว่า Bitcoin มักร่วงลงราว 10–12% ภายใน 3–4 สัปดาห์ ก่อนจะดีดกลับ 15–30% ในช่วง 6–10 สัปดาห์ถัดมา
รายงานระบุว่า “สถานการณ์เดือนตุลาคม 2025 เข้ากับรูปแบบนี้เกือบสมบูรณ์ โดยราคาต่ำสุดแถว $102,000–$103,000 อาจเป็นจุด bottom ที่นำไปสู่การฟื้นตัวสู่ระดับ $125,000–$130,000 ภายในกลางเดือนธันวาคม”
นั่นหมายความว่าแนวโน้มขาขึ้นของ Bitcoin ยังไม่จบ และราคายังมีโอกาสกลับไปทำจุดสูงสุดใหม่เหนือ $126,000 ได้ก่อนสิ้นปีนี้
นักลงทุนจับตา! Uptober รอบนี้ไม่เหมือนเดิม!
แม้เดือนตุลาคมมักเป็นช่วงที่ Bitcoin แข็งแกร่ง หรือที่เรียกว่า “Uptober” ปีนี้กลับขึ้นเพียง 1.02% และเกือบจะปิดเดือนด้วยการขาดทุนครั้งแรกตั้งแต่ปี 2018
ก่อนหน้านี้ Polymarket ประเมินว่า BTC มีโอกาสแตะ $130,000 ถึง 86% แต่ล่าสุดลดเหลือ 54% ซึ่งหมายถึงโอกาสพุ่งไป $140,000–$150,000 ก็ลดลงเช่นกัน

คำถามคือ รอบขาขึ้นใกล้จบแล้วหรือยัง หรือวงจร 4 ปีของ Bitcoin กำลังยืดยาว ทำให้การพุ่งแรงครั้งใหญ่ต้องรอถึงปี 2026?
โอกาสฟื้นตัวระยะยาว
Copper เตือนว่าราคายังมีโอกาสฟื้นตัวแรงจากจุดต่ำ โดยสถิติชี้ว่าการฟื้นตัวสูงสุด 95% หลังช่วง Fear อาจทำให้ราคาทดสอบโซน $150,000 ตั้งแต่ต้นปีหน้า
แม้ว่าการเข้าตลาดของ Bitcoin ETF ทำให้รอบ Fear สั้นและเบาลง แต่รูปแบบการร่วงและเด้งยังคงเหมือนเดิม การปรับฐานเป็นสิ่งจำเป็นต่อรอบขาขึ้น เพราะตลาดที่ขึ้นต่อเนื่องโดยไม่ย่อมักไม่ยั่งยืน
Fadi Aboulafa หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Copper กล่าวว่า
“ทุกครั้งที่ตลาดกลัว Bitcoin มักร่วงแรงก่อนฟื้นแรงกว่าเดิม รอบนี้ก็เช่นกัน การลงสู่ $103,000 ดูเหมือนจุดหมดแรงตามวงจรเดิม ถ้ายืนได้ เราอาจอยู่ในช่วงฟื้นตัว ราคามีแนวโน้มกลับไป $125,000–$130,000 ก่อนสิ้นปี”
ปัจจัยรอบนี้แตกต่างจากเดิม เพราะมีทั้งผลกระทบจาก Donald Trump และการเข้ามาของ Bitcoin ETF ที่เริ่มเทรดตั้งแต่ต้นปี 2024 การไหลเข้าของเงินสถาบันช่วยลดความผันผวน แต่ก็อาจจำกัดการพุ่งแรงแบบ “God candle” ที่นักเทรด Bitcoin เฝ้ารอ
กลยุทธ์ลงทุน BTC ในช่วงตลาดผันผวนที่นักลงทุนต้องรู้!
สำหรับนักลงทุนที่สนใจใน Bitcoin การเข้าใจธรรมชาติของมันที่เติบโตได้ดีในภาวะตลาดที่น่ากลัวเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าแทนที่จะตื่นตระหนกไปกับความผันผวน ควรใช้โอกาสนี้ในการวางกลยุทธ์การลงทุนระยะยาว
กลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมคือการทยอยลงทุนอย่างสม่ำเสมอ หรือ Dollar-Cost Averaging (DCA) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการเข้าซื้อในราคาที่สูงเกินไป นอกจากนี้ การตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop-loss) และการศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจลงทุน จะช่วยให้นักลงทุนสามารถรับมือกับความผันผวนของราคา BTC และสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจในระยะยาวได้