Ethereum ยกเครื่อง! ตั้งทีม Privacy Cluster เสริมแกร่งความปลอดภัย

Ethereum Foundation ประกาศความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่อาจส่งผลต่ออนาคตของเครือข่าย Ethereum (ETH) ในระยะยาว ด้วยการจัดตั้งทีมใหม่ในชื่อ “Privacy Cluster” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ใช้งานบนบล็อกเชนให้กลายเป็นคุณสมบัติหลัก การอัปเกรดครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องข้อมูลผู้ใช้ ท่ามกลางการตรวจสอบธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เจาะลึก Privacy Cluster: ทีมใหม่จาก Ethereum Foundation เพื่ออนาคต ETH
Ethereum Foundation ได้เปิดตัวทีม “Privacy Cluster” อย่างเป็นทางการ ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ 47 คน ทั้งนักวิจัย, วิศวกร และนักวิทยาการเข้ารหัสลับ (Cryptographers) โดยมี Igor Barinov ผู้ก่อตั้ง Blockscout และ xDai เป็นผู้ประสานงานหลักของทีม
ในบล็อกโพสต์ล่าสุด ทางมูลนิธิฯ ระบุว่าเป้าหมายหลักของโครงการนี้คือการทำให้ “ความเป็นส่วนตัว” กลายเป็นคุณสมบัติพื้นฐานชั้นหนึ่ง (first-class property) ของเครือข่าย Ether
การเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้ทำขึ้นโดยลำพัง แต่เป็นการทำงานร่วมกับชุมชนและโครงการด้านความเป็นส่วนตัวอื่นๆ ที่มีอยู่แล้ว เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศโดยรวม
“Ethereum ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นรากฐานของความไว้วางใจในโลกดิจิทัล ที่คู่ควรกับการใช้งานในระดับอารยธรรม และเพื่อให้ความไว้วางใจนั้นยังคงน่าเชื่อถือ ความเป็นส่วนตัวจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของแกนหลัก” มูลนิธิฯ กล่าวเน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนต่ออนาคตของ ETH
เปิดแผนงาน! ETH จะยกระดับความเป็นส่วนตัวบนเครือข่ายอย่างไร?
การจัดตั้ง Privacy Cluster ถือเป็นการยกระดับความพยายามในการปกป้องผู้ใช้งานจากการสอดส่อง, การรั่วไหลของข้อมูล และการเปิดเผยข้อมูลเมตา (metadata) โดยทีมงานจะมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงในระดับ Layer 1 ซึ่งรวมถึงการพัฒนาฟีเจอร์การโอนสินทรัพย์แบบเป็นความลับ (confidential transfers) และการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลเมตาจากโหนด RPC
ทีมนี้จะต่อยอดการทำงานจากทีม Privacy & Scaling Explorations (PSE) ที่ได้ทำการวิจัยและพัฒนาด้านความเป็นส่วนตัวมาตั้งแต่ปี 2018 โดยทางมูลนิธิฯ ได้เปิดเผยแผนงานที่สรุปความคืบหน้าในปัจจุบัน เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นจนจบบนเครือข่าย
ทรัพยากรจะถูกจัดสรรเพื่องานวิจัยและพัฒนาเครื่องมือที่รักษาความเป็นส่วนตัว ครอบคลุมตั้งแต่เทคโนโลยีการเข้ารหัสลับอย่าง Zero-Knowledge Proofs, การปรับปรุงโปรโตคอลเพื่อรักษาความลับของธุรกรรม ไปจนถึงการพัฒนาแอปพลิเคชันต่างๆ เช่น ระบบชำระเงิน, ระบบระบุตัวตน และวอลเล็ตที่มีความเป็นส่วนตัวสูง ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของ ETH ในระยะยาว
Maxi Doge เหรียญ ERC-20 ที่เข้ามาท้าชนตลาดมีม
ในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีที่มีเหรียญออกใหม่มากมายในหลายเครือข่าย Maxi Doge ($MAXI) ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็วในฐานะเหรียญมีมบนเชน Ethereum ด้วยภาพลักษณ์ “alpha dog” ที่สื่อถึงนักเทรดผู้มุ่งมั่น โครงการนี้ระดมทุนจากการ Presale ได้กว่า $4.62M ภายในไม่กี่สัปดาห์ สะท้อนความเชื่อมั่นจากทั้งนักลงทุนรายย่อยและรายใหญ่
การออกแบบโทเค็นเน้นความโปร่งใส ไม่มีรอบ VC หรือการขายให้กองทุนล่วงหน้า ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม โดย Maxi Doge ทำให้ตัวเองแตกต่างจากเหรียญมีมทั่วไป ด้วยกลยุทธ์การตลาดที่ชัดเจนผ่าน MAXI Fund ซึ่งถือครอง 25% ของอุปทานทั้งหมด และมีแผนต่อยอดประโยชน์ใช้สอยของเหรียญในอนาคต เช่น การจับมือกับแพลตฟอร์ม Futures และ leverage trading เพื่อให้นักเทรดใช้ประโยชน์จากความผันผวนของตลาดได้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ Smart Contract ยังผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญแล้ว เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ท่ามกลางเหรียญมีมที่เป็นสแกมมากมายในตลาด
การจัดสรรโทเค็นอย่างรอบคอบ โดย 40% สำหรับ Presale และ Hard Cap การระดมทุนที่ 15.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แสดงถึงการวางแผนเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยผู้เข้าร่วม Presale ยังได้รับสิทธิพิเศษในการ Staking ด้วย APY สูงถึงหลัก 100% ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการลงทุนตั้งแต่ช่วงแรก ด้วยปัจจัยเหล่านี้ Maxi Doge จึงถูกมองว่าเป็น Altcoin ที่มีศักยภาพในการเติบโต และอาจเป็นหนึ่งในเหรียญคริปโตที่น่าจับตาในปี 2025
หากคุณต้องการเจาะลึกศักยภาพระยะยาวของ Maxi Doge สามารถศึกษา บทวิเคราะห์ราคา Maxi Doge และอย่าลืมดูวิธีซื้อ Maxi Doge ทีละขั้นตอน
สำรวจโปรเจกต์ได้ที่เว็บไซต์ทางการของ Maxi Doge พร้อมติดตามเสียงจากชุมชนบนทาง X และ Telegram
ยอดระดมทุนล่าสุด
ราคาจะถูกปรับขึ้นอีกครั้งภายใน: