ศึก AI เดือด! Elon Musk ฟ้อง OpenAI ข้อหาขโมยเทคโนโลยี

วงการเทคโนโลยีต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อบริษัท xAI ของ Elon Musk ได้ยื่นฟ้อง OpenAI บริษัทผู้สร้าง ChatGPT อย่างเป็นทางการ โดยกล่าวหาว่ามีการวางแผนดึงตัวบุคลากรคนสำคัญและขโมยเทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์อย่างเป็นระบบ ซึ่งถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งระหว่าง 2 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการ AI ที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
เจาะลึกคำฟ้องของ Elon Musk: OpenAI ขโมยความลับทางการค้า?
คำฟ้องที่ยื่นต่อศาลแขวงสหรัฐฯ ประจำเขตทางตอนเหนือของแคลิฟอร์เนีย ระบุว่า OpenAI ได้ดำเนิน “แคมเปญที่ไม่เป็นธรรมและผิดกฎหมาย” เพื่อสรรหาบุคลากรหลักของ xAI โดยมีเป้าหมายเพื่อเข้าถึงข้อมูลที่ละเอียดอ่อนซึ่งเกี่ยวข้องกับแชทบอท Grok ที่เป็นคู่แข่งโดยตรง
เอกสารทางกฎหมายอ้างว่า OpenAI ได้พุ่งเป้าไปที่บุคคลที่มีความรู้โดยตรงเกี่ยวกับซอร์สโค้ด, โครงสร้างพื้นฐาน และแผนธุรกิจของ xAI ซึ่งรวมถึงอดีตวิศวกรอย่าง Jimmy Fraiture และผู้บริหารระดับสูงฝ่ายการเงิน การกระทำดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงการรักษาความลับและภาระผูกพันในการจ้างงานอย่างร้ายแรง
ใครคืออดีตวิศวกร xAI ตัวละครสำคัญในคดีนี้?
นอกจากนี้ คำฟ้องยังได้ระบุชื่อของ Xuechen Li อดีตพนักงานของ xAI ซึ่งกำลังเผชิญกับคดีฟ้องร้องอีกคดีในข้อหาขโมยความลับทางการค้า โดยก่อนหน้านี้ศาลได้มีคำสั่งชั่วคราวห้าม Li ทำงานเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI ที่ OpenAI แล้ว
ทีมกฎหมายของ Elon Musk ให้เหตุผลว่า OpenAI ได้ชักจูงให้บุคคลเหล่านี้ละเมิดข้อตกลงการรักษาความลับ อย่างไรก็ตาม ทาง OpenAI ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยระบุว่า “เราไม่ยอมรับการละเมิดการรักษาความลับใดๆ และไม่มีความสนใจในความลับทางการค้าจากห้องปฏิบัติการอื่น” พร้อมทั้งกล่าวหาว่าการกระทำของ Musk เป็น “การคุกคามอย่างต่อเนื่อง”
นอกจากนี้ ในเอกสารคำฟ้องยังได้แนบอีเมลโต้ตอบที่อดีตผู้บริหารของ xAI ตอบกลับคำเตือนทางกฎหมายด้วยข้อความสั้นๆ แต่ดุเดือดว่า “suck my dick” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดของสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี
ความขัดแย้งที่บานปลายระหว่าง Elon Musk และ OpenAI
คดีความครั้งนี้ถือเป็นจุดแตกหักล่าสุดในความสัมพันธ์ที่ขัดแย้งกันมาอย่างยาวนานระหว่าง Elon Musk และ OpenAI ซึ่งเป็นบริษัทที่เขาเคยร่วมก่อตั้งในปี 2015 ก่อนจะแยกทางออกมาในปี 2018 หลังจากพยายามเข้าควบคุมบริษัทแต่ไม่สำเร็จ
Musk ได้วิพากษ์วิจารณ์ OpenAI และ CEO อย่าง Sam Altman อยู่บ่อยครั้งว่าได้ละทิ้งภารกิจดั้งเดิมที่ไม่แสวงหาผลกำไร และหันไปมุ่งเน้นการสร้างรายได้เชิงพาณิชย์ผ่านการร่วมมือกับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft
เหตุการณ์นี้จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของการแข่งขันที่ดุเดือดเพื่อชิงความเป็นใหญ่ในสมรภูมิปัญญาประดิษฐ์ ที่ซึ่งบริษัทเทคโนโลยีต่างแย่งชิงบุคลากรที่มีความสามารถและทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มข้น
เบื้องหลังดีล 8 หมื่นล้านดอลลาร์: เมื่อ X รวมกับ xAI
ความขัดแย้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ในเดือนมีนาคม Elon Musk ได้โอนกรรมสิทธิ์ของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ให้กับ xAI ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้าน AI ของเขาเอง ในข้อตกลงแบบแลกหุ้นทั้งหมด ซึ่งประเมินมูลค่าของ xAI ไว้สูงถึง 8 หมื่นล้านดอลลาร์ และ X ที่ 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์ (รวมหนี้ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์)
นักวิจารณ์บางส่วนมองว่าการควบรวมกิจการครั้งนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงทางกฎหมายให้กับ Musk และบริษัทของเขา โดย Adam Cochran จาก Cinneamhain Ventures ตั้งข้อสังเกตว่า Musk อาจกำลังพยายามเพิ่มมูลค่าของ xAI เพื่อลดภาระของ X พร้อมทั้งอาจเป็นช่องทางในการถ่ายโอนข้อมูลผู้ใช้ระหว่าง 2 บริษัท
อย่างไรก็ตาม Musk ยืนยันว่าการควบรวมกิจการจะช่วยเพิ่มการทำงานร่วมกันระหว่างแพลตฟอร์มของ X และเทคโนโลยีของ xAI โดยเฉพาะแชทบอท Grok ซึ่งเขาอ้างว่ามีประสิทธิภาพเหนือกว่า ChatGPT ในเวอร์ชันแรกๆ และอาจทำให้ xAI กลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในสงคราม AI ครั้งนี้
Snorter Token – บอทเทรดใช้ง่ายบน Telegram สำหรับรายย่อย
Snorter Token ($SNORT) ระดมทุนช่วง presale ได้ $5.45M แล้ว และถือเป็นเหรียญที่น่าจับตาในตลาด meme coin และ Telegram Bot ด้วยจุดเด่นด้านการใช้งานจริง
Snorter Bot เป็นระบบเทรดบน Telegram ที่ออกแบบมาเพื่อนักเทรดสาย degen โดยเฉพาะ มีฟังก์ชันครบครัน เช่น swap, snipe, stop-loss, copy-trade และการติดตามพอร์ต ซึ่งทั้งหมดนี้รวมอยู่ใน Telegram โดยไม่ต้องเปิดเว็บหรือเชื่อมต่อกระเป๋าแยกเลย

โทเค็น $SNORT ของโครงการก็รองรับทั้งเครือข่าย Solana และ Ethereum และกำลังขยายไปยัง BNB, Polygon และ Base ผ่าน Portal Bridge เพื่อรองรับการใช้งานแบบ cross-chain โดยราคา presale ยังอยู่ที่ประมาณ $0.10830000 ต่อเหรียญเท่านั้น และปัจจุบันผู้ถือ $SNORT จ่ายค่าธรรมเนียมแค่ประมาณ 0.85% ซึ่งสร้างแรงจูงใจให้ถือเหรียญระยะยาวไม่น้อย
Snorter Bot ช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงโอกาสใหม่ๆ ในตลาด meme coin ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมฟีเจอร์ป้องกันความเสี่ยงจาก rug pulls หรือ honeypot transactions นอกจากนี้ ระบบ staking ยังให้ผลตอบแทนสูง โดยเฉพาะในช่วงแรกของ presale โดย APY จะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและเวลาที่เข้า stake
การระดมทุนที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วนี้ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นจากทั้งนักลงทุนรายย่อยและรายใหญ่ที่มองเห็นศักยภาพของเหรียญ หาก Snorter Bot สามารถเปิดใช้งานจริง ขยายไปยังหลายเชน และได้รับการลิสต์บน Exchange ชั้นนำ ก็มีโอกาสเติบโตในระยะกลางถึงยาวได้
หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการตัดสินใจ อย่าลืมอ่านบทวิเคราะห์ Snorter Token และอย่าลืมดูวิธีซื้อ SNORT ทีละขั้นตอน รวมถึงติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง X และ Telegram