Trump เล็งดัน Kevin Hassett นั่งเก้าอี้ Fed – ผู้ท้าชิงดีกรีไม่ธรรมดา

วงการคริปโตต้องจับตา! มีรายงานว่า Kevin Hassett (เควิน แฮสเซตต์) อดีตที่ปรึกษาของ Donald Trump (โดนัลด์ ทรัมป์) ได้กลายเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งในการเข้ารับตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนต่อไป
การเคลื่อนไหวครั้งนี้สร้างแรงกระเพื่อมอย่างหนัก เนื่องจาก Hassett มีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับโลกคริปโต ซึ่งอาจเปลี่ยนทิศทางนโยบายการเงินและกฎระเบียบของสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคต
เจาะลึก: ทำไม Trump ถึงเล็ง Kevin Hassett เป็นประธาน Fed คนต่อไป?
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า Kevin Hassett ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของทำเนียบขาว กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ในการคัดเลือกประธาน Fed ของทรัมป์
แหล่งข่าววงในเผยว่า ทรัมป์ต้องการบุคคลที่เขารู้จักดีและไว้วางใจใน “นโยบายดอกเบี้ย” โดยเชื่อว่า Hassett จะสนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าประธานคนปัจจุบันอย่าง Jerome Powell (เจอโรม พาวเวลล์) เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ
การที่ Trump เล็ง Kevin Hassett ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับคริปโตเต็ม ๆ สะท้อนความต้องการของเขาที่จะควบคุมทิศทางของสถาบันที่เขาเคยวิจารณ์อยู่บ่อยครั้งว่าผ่อนคลายนโยบายการเงินช้าเกินไป โดยตัว Hassett เองก็ได้แสดงท่าทีว่าพร้อมจะรับตำแหน่งหากได้รับเลือก ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้ยังคงไม่สิ้นสุดจนกว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ก็ถือเป็นสัญญาณที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง
เปิดไทม์ไลน์การตัดสินใจ และรายชื่อผู้ท้าชิงคนอื่นๆ
กระบวนการคัดเลือกครั้งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของ Scott Bessent (สก็อตต์ เบสเซนต์) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งได้ดำเนินการสัมภาษณ์ผู้สมัครรอบที่สองไปแล้ว
นอกจาก Hassett แล้ว ยังมีผู้ท้าชิงที่น่าสนใจอีกหลายคน ได้แก่ Kevin Warsh (เควิน วอร์ช) อดีตผู้ว่าการ Fed, Christopher Waller (คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์) และ Michelle Bowman (มิเชล โบว์แมน) ผู้ว่าการ Fed คนปัจจุบัน รวมถึง Rick Rieder (ริค รีเดอร์) ผู้บริหารจาก BlackRock
เบสเซนต์กล่าวว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ Trump จะประกาศชื่อผู้ถูกเลือกก่อนวันคริสต์มาส แม้ว่ากำหนดการอาจเลื่อนไปเป็นต้นปี 2026 ก็ตาม
ทั้งนี้ วาระของพาวเวลล์จะสิ้นสุดในวันที่ 15 พฤษภาคม 2026 ซึ่งการเปลี่ยนแปลงผู้นำครั้งนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพคล่องของเงินดอลลาร์, ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และทิศทางกฎระเบียบของสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก
เปิดความสัมพันธ์ลึกซึ้งของ Hassett กับ Coinbase และโลกคริปโต
สาเหตุที่ทำให้ข่าวลือที่ว่า Kevin Hassett จะเป็นประธาน Fed คนต่อไปเป็นที่ฮือฮา คือความสัมพันธ์ของเขากับวงการคริปโต โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา Hassett ได้เปิดเผยข้อมูลทางการเงินว่าเขาถือครองหุ้นของ Coinbase มูลค่าระหว่าง 1 – 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีสินทรัพย์รวมอย่างน้อย 7.6 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ เอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานจริยธรรมของรัฐบาล (Office of Government Ethics) ยังระบุว่า เขาได้รับเงินเดือนจำนวน 50,001 ดอลลาร์จาก Coinbase ในฐานะสมาชิกสภาที่ปรึกษาด้านวิชาการและกฎระเบียบ (Academic and Regulatory Advisory Council) ซึ่งในสภานี้ยังมีบุคคลที่เชื่อมโยงกับทรัมป์อย่าง Jay Clayton (เจย์ เคลย์ตัน) อดีตประธาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ ร่วมอยู่ด้วย
วิเคราะห์ผลกระทบ: การที่ Trump แต่งตั้ง Hassett จะส่งผลดีหรือเสียต่อวงการคริปโต?
การที่บุคคลซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ Exchange คริปโตยักษ์ใหญ่อย่าง Coinbase อาจได้คุมนโยบายการเงินของประเทศ ทำให้เกิดการถกเถียงเป็นวงกว้าง ฝ่ายหนึ่งมองว่าอาจเกิด “ผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interest)” โดยเฉพาะในการกำกับดูแล Stablecoins, การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลของธนาคาร และอนาคตของเงินดอลลาร์ดิจิทัล
ในทางกลับกัน อีกฝ่ายมองว่าการมีประธาน Fed ที่เข้าใจอุตสาหกรรมคริปโตจากภายใน อาจนำไปสู่การออกกฎระเบียบที่เป็นประโยชน์และลดความผันผวนของนโยบายได้ และอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ส่งผลดีต่อตลาด Altcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลในภาพรวม หากเขาสามารถผลักดันนโยบายที่ชัดเจนและเป็นธรรมได้