เจาะลึกตลาดคริปโต เงินใหม่หายไปไหน? สัญญาณชะลอตัวเริ่มชัด

รายงานพิเศษจาก Wintermute ชี้ให้เห็นว่าสภาพคล่องเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงทุกวัฏจักรของตลาดคริปโต แม้การยอมรับในเทคโนโลยีจะเป็นตัวขับเคลื่อนในระยะยาว แต่การไหลเวียนของเงินทุนคือสิ่งที่กำหนดทิศทางราคาอย่างแท้จริง และในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โมเมนตัมของเงินทุนใหม่ได้ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด โดยสัญญาณเงินทุนที่ไหลเข้าผ่านช่องทางหลักทั้ง 3 อย่าง Stablecoins, ETFs และ Digital Asset Treasuries (DATs) เริ่มแผ่วลง ทำให้ตลาดคริปโตเข้าสู่ภาวะ “พึ่งพาตัวเอง” (self-funded phase) ที่เงินทุนหมุนเวียนอยู่ภายในระบบแทนที่จะเป็นการขยายตัวจากภายนอก
วิเคราะห์ 3 แหล่งสภาพคล่องเงินทุนหลักของตลาดคริปโต สัญญาณชะลอตัวชัดเจน
ในอดีต สภาพคล่องไหลเข้าสู่สินทรัพย์ดิจิทัลผ่านการออก Stablecoins เป็นหลัก แต่เมื่อตลาดเติบโตขึ้น ก็ได้เกิดช่องทางขนาดใหญ่ 3 ช่องทางที่กลายเป็นตัวชี้วัดการไหลเข้าของเงินทุนใหม่สู่ตลาดคริปโต ได้แก่
- 1) Digital Asset Treasuries (DATs) หรือกองทุนและผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบโทเค็น
- 2) Stablecoins ซึ่งเป็นตัวแทนของสภาพคล่องเงิน Fiat บนเชน และ
- 3) ETFs ที่เป็นประตูให้เงินทุนสถาบันและนักลงทุนทั่วไปเข้าถึง BTC และ ETH

เมื่อรวมสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) ของ ETF, มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ของ DATs และมูลค่า Stablecoins ที่ออกใหม่ จะเห็นภาพรวมของเงินทุนที่ไหลเข้าสู่สินทรัพย์ดิจิทัลได้ค่อนข้างดี ข้อมูลชี้ว่าตั้งแต่ต้นปี 2024 สินทรัพย์ใน DATs และ ETFs รวมกันเติบโตจากประมาณ 40,000 ล้านดอลลาร์ เป็น 270,000 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่ Stablecoins เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากประมาณ 140,000 ล้านดอลลาร์ เป็น 290,000 ล้านดอลลาร์ แม้จะเห็นการเติบโตเชิงโครงสร้างที่แข็งแกร่ง แต่โมเมนตัมการไหลเข้ากลับชะลอตัวลงอย่างมากหลังจากที่เคยพุ่งสูงในช่วงไตรมาส 4 ปี 2024 และไตรมาส 1 ปี 2025
การชะลอตัวพร้อมกันทั้ง 3 ช่องทางนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะแต่ละช่องทางสะท้อนแหล่งที่มาของสภาพคล่องที่แตกต่างกัน: Stablecoins สะท้อนความต้องการความเสี่ยงของนักลงทุนคริปโตโดยตรง, DATs สะท้อนความต้องการผลตอบแทนของสถาบัน และ ETFs สะท้อนแนวโน้มการจัดสรรเงินทุนของฝั่ง TradFi การที่ทั้งหมดแผ่วลงพร้อมกันจึงเป็นสัญญาณว่าเงินทุนใหม่ชะลอการเข้าสู่ตลาดในวงกว้าง ไม่ใช่แค่การหมุนเวียนระหว่างผลิตภัณฑ์ ตอนนี้สภาพคล่องไม่ได้หายไปไหน แต่กำลัง “รีไซเคิล” อยู่ภายในระบบแทนที่จะขยายขนาดของตลาดคริปโตให้ใหญ่ขึ้น
ตลาดคริปโตในภาวะ “พึ่งพาตัวเอง” ต้องจับตาอะไรต่อ?
เมื่อมองออกไปนอกโลกคริปโตสู่เศรษฐกิจมหภาค จะพบว่าสภาพคล่องทั่วโลก (M2) ไม่ได้หยุดนิ่ง แม้ว่าอัตราดอกเบี้ย SOFR ที่สูงจะสร้างแรงกดดันในระยะสั้น ทำให้อัตราผลตอบแทนเงินสดในตั๋วเงินคลัง (T-bills) น่าดึงดูด และดึงสภาพคล่องออกจากสินทรัพย์เสี่ยง แต่เรายังคงอยู่ในวัฏจักรการผ่อนคลายนโยบายการเงินทั่วโลก และสหรัฐฯ ก็ได้ยุติการทำ QT อย่างเป็นทางการแล้ว ปัจจัยพื้นฐานยังคงเอื้ออำนวย เพียงแต่ในตอนนี้ สภาพคล่องเลือกที่จะแสดงออกผ่านสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ เช่น ตลาดหุ้น มากกว่าตลาดคริปโต

เมื่อเงินทุนไหลเข้าจากภายนอกน้อยลง พลวัตของตลาดจึงกลายเป็นเรื่องภายในมากขึ้น เงินทุนหมุนเวียนระหว่างเหรียญหลัก (majors) และกลุ่ม Altcoin แทนที่จะเป็นการเพิ่มเงินทุนใหม่สุทธิเข้าสู่ระบบ สร้างสถานการณ์ที่เรียกว่า “PVP” (Player vs. Player) นี่คือเหตุผลว่าทำไมการปรับตัวขึ้นของราคาจึงเกิดขึ้นในช่วงสั้น ๆ และความกว้างของตลาด (breadth) แคบลง แม้ว่า AUM โดยรวมจะยังคงที่ก็ตาม ความผันผวนที่พุ่งสูงขึ้นในตอนนี้ส่วนใหญ่ขับเคลื่อนโดยการล้างพอร์ต (liquidation cascades) มากกว่าการสร้างแนวโน้มที่ยั่งยืน
สำหรับอนาคตข้างหน้า สัญญาณการฟื้นตัวที่สำคัญของตลาดคริปโตจะมาจากการกลับมาของเงินทุนในช่องทางใดช่องทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการออก Stablecoins ใหม่ ๆ, การสร้าง ETF เพิ่มขึ้น หรือการเติบโตของ DATs สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวบ่งชี้ว่าสภาพคล่องระดับมหภาคกำลังหาทางกลับเข้ามาในสินทรัพย์ดิจิทัลอีกครั้ง แต่จนกว่าจะถึงวันนั้น ตลาดคริปโตจะยังคงอยู่ในภาวะ “พึ่งพาตัวเอง” ที่ซึ่งเงินทุนแค่หมุนเวียน แต่ไม่ได้เติบโตขึ้น
Best Wallet: เหรียญ Presale ที่น่าจับตาก่อนลิสต์เข้าตลาดใหญ่
Best Wallet ประกาศว่ารอบ Presale จะสิ้นสุดในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2025 หลังจากระดมทุนไปได้แล้วกว่า 16.7 ล้านดอลลาร์ และเตรียมลิสต์บนกระดานเทรดชั้นนำในเดือนหน้า โดยเหรียญ BEST ยังคงเปิดขายในราคา cuối cùng ที่ $0.025885 ซึ่งเป็นโอกาสสุดท้ายสำหรับนักลงทุนที่มองหา เหรียญ Presale ที่มีศักยภาพก่อนราคาจะปรับตัวขึ้นเมื่อเข้าสู่ตลาดจริง เบื้องหลังความสำเร็จคือเทคโนโลยีที่โดดเด่น เช่น ระบบรวมการเทรดข้ามเชนผ่าน Rubic ที่เชื่อมต่อกว่า 330 DEX และ 30 บริดจ์ข้ามเชน รวมถึงฟีเจอร์ ‘Upcoming Tokens’ ที่ช่วยให้นักลงทุนค้นพบเหรียญใหม่ๆ ที่มีโอกาสเติบโตสูงก่อนใคร ทำให้ Best Wallet เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับผู้ที่ค้นหา เหรียญคริปโตที่น่าลงทุนวันนี้ ด้านความปลอดภัย Best Wallet ผ่านการตรวจสอบจาก CertiK และใช้เทคโนโลยี MPC-CMP จาก Fireblocks เพื่อกระจายการจัดเก็บกุญแจ ลดความเสี่ยงจากจุดล้มเหลวเพียงจุดเดียว (single point of failure) พร้อมเสริมด้วยระบบยืนยันตัวตนสองปัจจัย (2FA) และ Biometric Security สร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานกว่า 250,000 รายต่อเดือน

หากคุณกำลังประเมินโครงการ Best Wallet ขอให้เตรียม บทวิเคราะห์/รีวิว Best Wallet หรือดูคู่มือวิธีซื้อ Best Wallet แบบละเอียด ไปประกอบการพิจารณาร่วมกัน
พบสรุปสำคัญใน เว็บไซต์ทางการของ Best Wallet และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับชุมชนใน X และ ช่อง Telegram
ยอดระดมทุนล่าสุด
เปิดให้ใช้งานเต็มรูปแบบภายใน:
ซื้อ Best Wallet Token