Bitcoin ฉุดตลาดซึม! หลังร่วงหลุด $113K ก่อน Fed ตัดสินดอกเบี้ยคืนนี้

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีโดยรวมชะลอตัวลงในช่วงเช้าของตลาดเอเชีย โดยราคา Bitcoin (BTC) ปรับตัวลดลงราว 1% จนหลุดแนวรับสำคัญที่ $113,000 ท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่ระมัดระวังของนักลงทุน ก่อนการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่จะมีการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยในคืนนี้ (เวลา 01:00 น. และประกาศอย่างเป็นทางการเวลา 01:30 น.) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของราคา BTC ในระยะสั้น
วิเคราะห์สถานการณ์ราคา BTC และตลาดคริปโตโดยรวม
ในช่วงเช้าของตลาดเอเชีย ราคา Bitcoin ได้ปรับตัวลดลง 1.1% มาอยู่ที่ประมาณ $112,806 ซึ่งเป็นการย่อตัวลงหลังจากที่เพิ่งฟื้นตัวได้ไม่นาน การปรับตัวลงนี้ส่งผลกระทบต่อเหรียญ Altcoin อื่นๆ ด้วยเช่นกัน โดย Ether (ETH) ร่วงลงราว 1.3% มาอยู่ที่ประมาณ $4,028 และ Solana (SOL) ดิ่งลงราว 2.2% มาอยู่ที่ราคา $195

การชะลอตัวดังกล่าวส่งผลให้มูลค่าตลาดคริปโตโดยรวม (Total Crypto Market Cap) ลดลง 0.73% เหลืออยู่ที่ 3.81 ล้านล้านดอลลาร์ สวนทางกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้น เช่น ดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นที่พุ่งขึ้นกว่า 1% ทำสถิติใหม่ โดยได้รับอานิสงส์จากความเชื่อมั่นในกลุ่มเทคโนโลยีและ AI หลังจาก Microsoft บรรลุข้อตกลงกับ OpenAI ตามรายงานของ Cryptodnes
จับตา Fed ลดดอกเบี้ย! ปัจจัยชี้ชะตาราคา Bitcoin คืนนี้
ปัจจัยหลักที่กดดันตลาดคริปโตในขณะนี้คือการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 29 ตุลาคม โดยตลาดคาดการณ์เกือบ 100% (98%) ว่า Fed จะประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลง 25 basis points (0.25%) ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในช่วง 3.75% ถึง 4.00%
Gracy Chen ซึ่งเป็น CEO ของ Bitget ได้ให้ความเห็นว่า ตลาดกำลังอยู่ในภาวะ “perched on a knife-edge” หรือ “แขวนอยู่บนเส้นด้าย” ระหว่างความหวังและความลังเล หาก Fed ส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างชัดเจน สินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตอาจพุ่งขึ้นได้ แต่หากท่าทีของ Fed ยังคงแข็งกร้าวหรือระมัดระวัง ก็อาจเห็นการปรับฐานอย่างรวดเร็วได้เช่นกัน
เจาะลึกมุมมองนักวิเคราะห์: BTC อาจพุ่งแรง 5-10%
ด้าน Ryan Lee ซึ่งเป็น Chief Analyst จาก Bitget วิเคราะห์ว่า การลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ของ Fed อาจเป็นตัวจุดชนวนให้เกิดสภาพคล่องใหม่ไหลเข้าสู่ตลาดคริปโต เนื่องจากต้นทุนการกู้ยืมที่ถูกลงมักจะกระตุ้นความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง
เขาคาดการณ์ว่า ปัจจัยดังกล่าวอาจกระตุ้นให้เกิดแรลลี่ระยะสั้นใน Bitcoin และ Ethereum ได้ถึง 5-10% นอกจากนี้ นักลงทุนอาจโยกย้ายเงินทุนจากสินทรัพย์ปลอดภัยมายัง Altcoin หลักอย่าง SOL และ XRP เพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น ซึ่งจะยิ่งเสริมความน่าสนใจของตลาดคริปโตในฐานะสินทรัพย์เพื่อการเติบโตและป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ
ตัวแปรอื่นๆ ที่ส่งผลต่อทิศทางราคา Bitcoin
นอกเหนือจากการตัดสินใจของ Fed แล้ว ตลาดคริปโตยังต้องจับตาปัจจัยมหภาคอื่นๆ ในสัปดาห์นี้ ไม่ว่าจะเป็นการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และการประกาศผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ทั้ง Microsoft, Apple, Alphabet, Amazon และ Meta ซึ่งล้วนเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในภาพรวม
สำหรับราคา BTC ที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ต่ำกว่าระดับ $113,000 คำถามสำคัญในตอนนี้คือ ท่าทีที่ผ่อนคลายของ Fed และผลประกอบการที่แข็งแกร่งของกลุ่มเทคฯ จะสามารถจุดประกายแรงซื้อให้กลับมาได้อีกครั้งหรือไม่ หรือนักลงทุนจะยังคงเลือกที่จะระมัดระวังต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะชัดเจนขึ้น