ข้อได้เปรียบ Bitcoin ด้านการเคลื่อนย้ายเหนือทองคำช่วยเปิดมิติใหม่ สวนทางแรงขายครั้งใหญ่ของนักลงทุนระยะยาว

เมื่อพูดถึงการเก็บรักษามูลค่า หลายคนมักจะเปรียบเทียบระหว่างทองคำกับ Bitcoin แต่สิ่งที่ทำให้สองสินทรัพย์นี้ต่างกันอย่างสิ้นเชิงในยุคแห่งความเคลื่อนไหวดิจิทัล คือ “ความสามารถในการเคลื่อนย้าย” หากทองคำยังคงถูกกักเก็บอยู่ในตู้นิรภัย Bitcoin กลับเปลี่ยนตัวเองจากเพียงเรื่องเล่า “ทองคำดิจิทัล” ให้กลายเป็นเครือข่ายการเงินที่มีชีวิตและเคลื่อนไหวได้จริง
นักวิเคราะห์อย่าง mhar_leeck ได้ให้มุมมองผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า การพัฒนาที่แท้จริงของ Bitcoin ไม่ได้อยู่ที่การถือครองเพียงอย่างเดียว แต่คือการเปิดทางให้มันกลายเป็นแพลตฟอร์มแห่งนวัตกรรม ที่สามารถขับเคลื่อนการเรียนรู้ การสร้างสรรค์ และการเปลี่ยนแปลง ขณะที่ทองคำยังคงเป็นเพียงสินทรัพย์ที่นิ่งเงียบไร้บทบาท การเกิดขึ้นของเทคโนโลยี Layer 2 อย่าง Build on Bitcoin (BOB) จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญที่พลิกมุมมองนี้
Build On Bitcoin: ก้าวต่อไปของเครือข่าย BTC
BOB ไม่ได้เป็นเพียงแค่แนวคิด แต่คือการสร้างชั้นการทำงานใหม่บน Bitcoin ที่ทำให้ “Bitcoin แบบโปรแกรมได้” เกิดขึ้นจริง Hybrid Layer 2 นี้ช่วยให้นักพัฒนาสามารถก้าวจากการอ่านเรื่องราว DeFi ไปสู่การทดลองและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จริงในเวลาเดียวกัน
การปลดล็อกสภาพคล่องของ BTC ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การประมวลผลที่รวดเร็ว แต่คือการเปิดพื้นที่ใหม่ให้เกิดนวัตกรรม ทุกโปรเจกต์ที่เริ่มต้นสามารถจุดประกายและขยายผลต่อไปได้เรื่อยๆ จุดนี้ทำให้นักลงทุนเริ่มมองเห็นว่า การสร้างบน Bitcoin อาจเป็นโอกาสสำคัญในฐานะ เหรียญคริปโตที่น่าลงทุน 2025 ที่ไม่ใช่แค่เก็บไว้ แต่สามารถต่อยอดสร้างมูลค่าได้จริง
นักลงทุนคริปโตชื่อดังอย่าง Crypto Sinan ยังเล่าว่าประสบการณ์การใช้งาน BOB ตลอดช่วงที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้น จุดแข็งของมันคือทำให้ Bitcoin เชื่อมต่อเข้ากับโลก DeFi ได้แบบ “คลิกเดียว” โดยไม่ต้องพึ่งพาโทเค็น Wrapped หรือสะพานเชื่อมที่เพิ่มความเสี่ยงและข้อจำกัดใหม่ๆ
นอกจากนี้ BOB ยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยของ Bitcoin และความยืดหยุ่นของ Ethereum ทำให้เกิดโอกาสสร้างผลตอบแทน (Yield) ได้หลายรูปแบบโดยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงของการแปลงสินทรัพย์แบบไม่โปร่งใส ที่สำคัญคือชุมชนของ BOB เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราวกับเป็นพื้นที่ที่อนาคตกำลังถูกสร้างขึ้นจริง
แรงขายครั้งประวัติศาสตร์ของนักลงทุนระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาด Bitcoin ในช่วงหลังกลับเต็มไปด้วยแรงกดดัน ฝั่งนักลงทุนระยะยาว (Long-Term Holders – LTHs) ได้เทขายเหรียญออกมาในปริมาณมหาศาล โดย Niels ผู้ร่วมก่อตั้ง Tedlabsio เปิดเผยว่าจำนวน BTC ที่ LTHs ทำกำไรและปล่อยออกสู่ตลาดในรอบนี้มากที่สุดเป็นประวัติการณ์
ในรอบวัฏจักรปัจจุบัน นักลงทุนกลุ่ม LTHs ทำกำไรรวมแล้วกว่า 3.4 ล้าน BTC ซึ่งถือเป็นตัวเลขสูงสุดตั้งแต่เคยมีมา แม้แรงขายมหาศาลนี้จะสร้างแรงกดดัน แต่ราคายังถูกดูดซับได้จากความต้องการของตลาดที่ยังแข็งแรง
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยมหภาคก็เริ่มฉุดรั้งราคา ข้อมูลจากตลาดชี้ว่า Bitcoin ร่วงหลุด $110K สร้างความกังวลว่ารอบพักฐานอาจยืดเยื้อกว่าที่คาด ขณะเดียวกัน ด้านโครงสร้างเครือข่ายกลับสะท้อนความแข็งแกร่ง เนื่องจาก ความยากการขุด Bitcoin พุ่งสูงสุดในประวัติการณ์ แสดงถึงความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น แม้ราคาจะผันผวนรุนแรงก็ตาม
Bitcoin Hyper: อีกก้าวของ Layer-2 ที่หนุน Bitcoin เข้าสู่โลก DeFi
หลังจากที่กระแสของ BOB Layer2 ทำให้นักลงทุนเห็นภาพว่า Bitcoin ไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์ที่เก็บไว้ แต่สามารถสร้างคุณค่าใหม่ผ่าน DeFi ได้จริง ตอนนี้ Bitcoin Hyper (HYPER) กำลังถูกพูดถึงในฐานะ Layer-2 อีกหนึ่งรายที่พร้อมผลักดันให้ Bitcoin ก้าวเข้าสู่โลกการเงินแบบกระจายศูนย์อย่างเต็มตัว ด้วยสถาปัตยกรรมที่ใช้ Solana Virtual Machine (SVM) ทำให้การประมวลผลเร็วขึ้นอย่างมหาศาล

แม้ตลาดโดยรวมจะเผชิญแรงขายและราคาที่ ร่วงหลุด $110K แต่สิ่งนี้กลับกลายเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่มองไปข้างหน้า เพราะโปรเจกต์เช่น Bitcoin Hyper ไม่ได้ขึ้นกับราคาตลาดระยะสั้น แต่เน้นสร้างระบบนิเวศที่รองรับ DeFi, NFT และ dApp ต่าง ๆ นับเป็น เหรียญใหม่มาแรง ที่เข้ามาช่วยปลดล็อกศักยภาพของ Bitcoin ให้ไกลกว่าที่เคยเป็น
ยิ่งไปกว่านั้น ความสำเร็จในการระดมทุน Presale กว่า 18 ล้านดอลลาร์และการคาดการณ์การเติบโตหลายร้อยเท่าทำให้ HYPER ถูกจัดให้เป็น เหรียญ Presale ที่ต้องจับตา เพราะมันไม่ได้แค่แก้ปัญหาค่าธรรมเนียมและความล่าช้า แต่ยังมีวิสัยทัศน์ในการทำให้ Bitcoin กลายเป็นรากฐานของเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่
ไปที่เพจ Bitcoin Hyperเรามุ่งมั่นในการให้ความโปร่งใสกับผู้อ่าน เนื้อหาบางส่วนอาจมี Affiliate Links ซึ่งเราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่น เพื่อความโปร่งใสสามารถอ่าน Affiliate Disclosure เพิ่มเติม