ตลาดปั่นป่วน! Bitcoin ร่วงหลุด $110K ก่อนวันหมดอายุ Options

Bitcoin (BTC) กำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก โดยร่วงลงต่ำกว่าระดับแนวรับสำคัญที่ $110,000 ก่อนถึงกำหนดหมดอายุของ Crypto Options มูลค่ามหาศาลกว่า 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ในสัปดาห์นี้
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลในหมู่นักลงทุนและอาจเป็นตัวจุดชนวนความผันผวนครั้งใหญ่ให้กับตลาดคริปโตในระยะสั้น ซึ่งหลายฝ่ายกำลังจับตาทิศทางของ BTC อย่างใกล้ชิด ขณะที่เหรียญ altcoins อื่น ๆ ก็ประสบกับการสูญเสียรายสัปดาห์รุนแรงเช่นเดียวกัน
วิเคราะห์แรงกดดัน! ทำไมราคา BTC ถึงร่วงก่อนวันหมดอายุ Options?

ปัจจัยหลักที่กดดันราคา BTC ในขณะนี้คือการหมดอายุของสัญญา Options ทั้งรายเดือนและรายไตรมาส ซึ่งมีมูลค่ารวมกันสูงถึง 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยสัญญา Options ของ BTC เพียงอย่างเดียวมีมูลค่าเกือบ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์
การหมดอายุของสัญญาจำนวนมหาศาลเช่นนี้มักจะสร้างความผันผวนให้กับตลาดเสมอ เนื่องจากผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดอาจพยายามกดหรือดันราคาให้ไปถึงจุดที่เรียกว่า ‘Max Pain’
จุด ‘Max Pain’ คือระดับราคาที่ทำให้สัญญา Options ส่วนใหญ่หมดอายุไปโดยไร้มูลค่า (expire worthless) ซึ่งจะสร้างผลกำไรสูงสุดให้กับฝั่งผู้ขาย Options (Sellers) ในรอบนี้
การหมดอายุของออปชันในตลาดคริปโตที่กำหนดไว้เวลา 15:00 ของวันศุกร์ตามเวลาไทย ซึ่งเป็นช่วงจบไตรมาสที่ 3 ได้ส่งผลให้ BTC และเหรียญคริปโตอื่น ๆ เผชิญแรงกดดันด้านราคาที่เพิ่มขึ้น
ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม Deribit ระบุว่า ออปชัน BTC มูลค่ากว่า $1.7 หมื่นล้านกำลังจะหมดอายุ โดยสัดส่วนสำคัญของสถานะเปิด (open interest) อยู่ในฝั่งสัญญา bullish
รายงานชี้ว่า การหมดอายุครั้งใหญ่ในลักษณะนี้อาจทำให้ความผันผวนของราคาพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่ระดับแนวรับสำคัญไม่สามารถต้านทานแรงขายได้
ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน การลดลงของราคา BTC มีสาเหตุมาจากการปิดสถานะในตลาดอนุพันธ์ (liquidation) ซึ่งทำให้มูลค่ากว่า $1.5 พันล้านถูกถอนออกจากตลาดคริปโตโดยรวม นอกจากนี้ การเทขายยังถูกเร่งให้รุนแรงขึ้นจากนักลงทุนที่ถือสัญญาออปชันซึ่งได้รับผลประโยชน์จากความผันผวนสูง ยืนยันถึงความเสี่ยงที่ยังคงอยู่ในตลาด
จับตานโยบายของ Fed และข้อมูลเงินเฟ้อ
อีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อทิศทางตลาดคริปโตคือข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุด ซึ่งทำให้นักลงทุนลดความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Federal Reserve
ข้อมูล GDP ไตรมาส 2 ที่ถูกปรับขึ้นเป็นอัตราการเติบโต 3.8% ต่อปีในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สร้างความเชื่อว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจใช้แนวทางที่ระมัดระวังมากขึ้นในการผ่อนคลายนโยบายการเงิน
ในขณะเดียวกัน นักลงทุนกำลังรอคอยข้อมูลเงินเฟ้อ PCE (Personal Consumption Expenditures) ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางนโยบายของ Fed ในอนาคต
Bitcoin Hyper เหรียญ Layer-2 ที่จะกลายเป็นฮีโร่ของ BTC
Bitcoin Hyper ($HYPER) พัฒนาขึ้นเป็น Layer-2 บน Solana Virtual Machine (SVM) เพื่อยกระดับ BTC จากสินทรัพย์เก็บมูลค่าสู่เครือข่ายความเร็วสูง

HYPER รองรับการใช้งาน DeFi, dApps และ Meme Culture ได้จริง โดยสามารถประมวลผลธุรกรรมได้หลายหมื่นรายการต่อวินาที ด้วยค่าธรรมเนียมเฉลี่ยต่ำกว่า 0.001 ดอลลาร์ พร้อมรักษาความปลอดภัยผ่าน Zero-Knowledge Proof (ZKP) ในการบีบอัดข้อมูลก่อนส่งกลับไปยืนยันบน Layer-1 ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาความช้า ค่าธรรมเนียมสูง และข้อจำกัดด้านการเขียนโปรแกรมของเครือข่ายเดิม
Bitcoin Hyper มีจุดเด่นด้านการสร้าง Meme Coin, การใช้ BTC เป็นหลักประกันใน DeFi, รองรับ Micropayment รวมถึง GameFi/NFT และมี Cross-Chain Bridge เชื่อม BTC, ETH, SOL ตั้งแต่แรก ทำให้สามารถเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ได้อย่างปลอดภัยและนำไปใช้งานในระบบนิเวศของ HYPER ได้ทันที
โทเค็น $HYPER ยังถูกออกแบบให้ใช้เป็นค่า Gas, รางวัล Staking และ Governance Token ซึ่งเพิ่มประโยชน์ใช้สอยนอกเหนือจากการเก็งกำไรอีกด้วย
สำหรับผู้ที่อยากเข้าใจจุดเด่นของโปรเจกต์เหรียญใหม่นี้ แนะนำให้เริ่มจากบทวิเคราะห์ราคา Bitcoin Hyper หรือดูคู่มือวิธีซื้อ HYPER แบบละเอียด เพื่อเตรียมแนวทางที่เหมาะสม
อัปเดตข่าวสารล่าสุดผ่าน เว็บไซต์ทางการของ HYPER พร้อมทั้ง X และ ช่อง Telegram